รำลึก30ปี! ‘สืบ นาคะเสถียร’ชายผู้แลกชีวิตต่อลมหายใจให้ผืนป่าห้วยขาแข้ง
สืบเนื่อง 30 ปีที่ผ่านมา สืบต่อลมหายใจสัตว์ป่า สืบทอดอนุรักษณ์ป่าไม้ไทย สานต่ออุดมสืบ “สืบ นาคะเสถียร” ชายผู้เป็นที่รักของสัตว์ป่าทั้งหลาย“วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี ได้กำหนดให้เป็นวันของสืบ นาคะเสถียร” สืบ เป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีชื่อเสียงจาการพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง
สืบเกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2492 สืบมีชื่อเดิมว่า "สืบยศ" มีชื่อเล่นว่า "แดง" เกิดที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของนายสลับ นาคะเสถียร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กับนางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมดสามคน ตนเองเป็นคนโต ได้แก่ กอบกิจ นาคะเสถียร เป็นน้องชายคนกลาง และกัลยา รักษาสิริกุล เป็นน้องสาวคนสุดท้อง สืบ สมรสกับนิสา นาคะเสถียร มีบุตรสาวหนึ่งคน คือ ชินรัตน์ นาคะเสถียร
โดยสืบได้สำเร็จปริญาโท ในพ.ศ. 2518 สือได้เข้ารับราชการเป็นพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ “งานแรกของสืบคือการประจำอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี” ต่อมา พ.ศ. 2522 ได้รับทุนการศึกษาระดับปริญาโท สาขาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปีพ.ศ.2524 ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าหลายรุ่น และพ.ศ. 2526 สืบขอย้ายไปเป็นนักวิชาการประจำกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว ขณะดำรงตำแหน่งสืบได้ทราบว่ามีผู้ทรงอิทธิพลบุกรุกทำลายป่าเป็นจำนวนมาก
สืบเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าในพื้นที่กว่าหนึ่งแสนไร แต่อย่างไรนั้นการที่จะช่วยสัตว์ป่าทั้งหลายต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่สืบมีงบประมาณเริ่มต้นเพียงแปดแสนบาท ไม่มีใครเห็นความสำคัญไม่มีการอนุมัติอุปกรณ์ช่วยชีวิตสัตว์ป่า แต่สืบก็พยายามทำงานศึกษาข้อมูลเพื่อดำเนินโครงการต่อไป ในปี พ.ศ. 2528 ได้เข้าไปสำรวจสัตว์ใกล้สูญพันธ์ ในดอยม่อนจอง จ.เชียงใหม่ ณ ตอนนั้น ชาวบ้านมีการจุดไฟล่าสัตว์ ทุกคนพากันหาทางหนี บางคนถึงแก่ความตาย ในปี พ.ศ. 2529 สืบได้เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนเชี่ยวหลาน เนื่องจากเกิดปัญหาจากการสร้างเขื่อนทำให้น้ำท่วม สัตว์ต่างพากันหนีตาย สืบได้ช่วยสัตว์เหลือได้ 1364 ตัว แต่ก็มีอีหลายตัวที่ต้องตายไป
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของสืบนั้นไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง เพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ให้ความสนใจ ชาวบ้านก็สนใจปากท้องมากกว่า จึงรับจ้างผู้มีอิทธิพลเข้ารุกรานป่าเสมอมา สืบเสนอให้สร้างแนวป่ากันชนเพื่อกันชาวบ้านออกนอกแนวกันชน และพัฒนาพื้นที่ในแนวกันชนให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเช่นกัน
เสียงปืนดังขึ้น ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบได้จบชีวิตตนเองเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงทำให้วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี ได้กำหนดให้เป็นวันของสืบ นาคะเสถียร สองสัปดาห์ต่อมาหลังจากสืบเสีย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สืบได้พยายามขอให้ประชุมมาแล้วหลายครั้ง“หากไม่มีเสียงปืนในวันนั้น ก็ไม่มีการประชุมในวันนี้”