โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FORTH พุ่งกระฉูด 20% รับงบ Q1 โตเด่น-ลุ้นปีนี้รายได้แตะ 8 พันลบ. หลังตุน Backlog หนา

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 08.51 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ราคาหุ้นบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น  จำกัด (มหาชน)  หรือ FORTH ณ เวลา 15.42 น. อยู่ที่ระดับ 89.40 บาท บวก 1.60 บาท หรือ 20.51% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 76.30 ล้านบาท

สำหรับ FORTH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 184.22 ล้านบาท เพิ่มขึน 153.48%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 72.68 ล้านบาท  โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2564 จำนวน 1,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 401 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งมีจำนวน 1,572 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส และธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์โซลูชั่นส์

โดยก่อนหน้านี้นายชัชวิน พิพัฒน์โชติธรรม ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร  FORTH เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตแตะ 8,000-8,300 ล้านบาท จากปี 63 ที่คาดมีรายได้ 6,500-6,700 ล้านบาท ซึ่งจะผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้มากกว่าปีก่อน หลักมาจากธุรกิจ เอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่คาดจะมีรายได้ราว 3,000 ล้านบาท จาก 1,900-2,000 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) อยู่ราว 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 1,000 ล้านบาทจะรับรู้ในปีถัดไป

สำหรับงานในมือที่เป็นงานหลักของบริษัท ประกอบด้วย งาน Electronic Monitoring (EM) (งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว) ของกรมคุมประพฤติ มูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมารับรู้รายได้ไปแล้ว 2 เดือน และปีนี้จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี รวมถึงงานระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจระบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System) ของกรมการปกครอง มูลค่าสัญญา 787.33 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการตามสัญญาจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ม.ค.66 ซึ่งบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/64 ทำในปีนี้จะมีรายได้จากงานดังล่าวราว 800 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมเข้าประมูลงานใหม่เพิ่มเติมอีกกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานภาครัฐ เช่น งาน EM เฟส 2 จำนวน 30,000 เครื่อง อย่างไรก็ตามบริษัทก็คาดหวังว่าจะได้รับงานดังกล่าวราว 3,000-4,000 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจอีเอ็มเอส ซึ่งเป็นการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-30% เป็นไปตามการขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะมียอดขายเติบโตไม่เกิน 2,000 ล้านบาท และงานของโรงงาน ก็คาดหวังว่าหากสามารถเดินทางได้ลูกค้าก็น่าจะกลับเข้ามา ซึ่งเชื่อว่าจะยังมีทิศทางที่ดีและไม่น่าแย่กว่าปี 63

ขณะที่ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (ตู้เติมเงินบุญเติม) ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ไว้ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 63 ที่น่าจะมีรายได้อยู่ราว 3,000 ล้านบาท โดยจะหันไปมุ่งเน้นในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ และการโอนเงิน ที่จะมีการเปิดให้บริการในปีนี้ เช่น ตู้เอทีเอ็ม, ตู้น้ำมัน เป็นต้น ส่วนยอดเติมเงินผ่านตู้เติมเงินบุญเติมคาดว่าน่าจะทรงตัว ตามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่  ขณะเดียวกันก็มีแผนขยายตู้ขายกาแฟสด ราว 1,000-2,000 ตู้ ซึ่งจะเป็นการช่วยขยายตู้เติมเงินและบริการผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน โดยการขยายตู้ดังกล่าวถือว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักให้ธุรกิจนี้เติบโตได้

"ปีนี้เราตั้งป้ารายได้จะเติบโตแตะระดับ 8,000 ล้านบาท โดยหลักจะมาจากธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ รองลงมาก็จะเป็นบุญเติม และอีเอ็มเอส บวกเข้ามาอย่างละหน่อย ส่วนของกำไรสุทธิก็คาดว่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน บนสถานการณ์โควิด-19 ไม่มีความยืดเยื้อ" นายชัชวิน กล่าว

สำหรับงบลงทุนในปีนี้ตั้งไว้ที่ราว 700 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตู้กาแฟสด คาดใช้เงินลงทุน 400 ล้านบาท และการสร้างโรงซ่อมเครื่องบิน จำนวน 300 ล้านบาท โดยจะมาจากเงินที่ได้จากการดำเนินงานและเงินกู้สถาบันการเงิน

ส่วนธุรกิจใหม่ ธุรกิจโรงซ่อมเครื่องบิน อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท FORTH MRO ที่บริษัทได้ร่วมมือกับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ซึ่งในปีนี้จะเป็นเรื่องของการลงทุน โดยจะยังไม่มีการรับรู้รายได้ใด ๆ ขณะที่คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างโรงซ่อมเครื่องบินประมาณ 1 ปี

ด้านการขายเครื่องบิน ที่บริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องบิน KODIAK ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ และไม่ได้นับรวมกับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันน่าจะกระทบกับการตัดสินใจซื้อเครื่องบิน หรือชะลอออกไปอีกสักระยะหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...