โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดกรุ “เครื่องราชบรรณาการ” ราชทูต “โกษาปาน” นำถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

new18

เผยแพร่ 28 มี.ค. 2561 เวลา 11.15 น. • new18

พระราชวังแวร์ซาย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ณ เมืองแวร์ซาย นับเป็นพระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่และสวยงามอลังการ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรรย์ของโลก

ตามประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงเมืองแวร์ซายว่า ในอดีตเป็นเพียงเมืองเล็กๆ พื้นที่ส่วนมากจะเต็มไปด้วยป่าเขา หากเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ผู้ซึ่งชื่นชอบการล่าสัตว์เล็งเห็นว่าแวร์ซาย เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการสร้างพระตำหนักขนาดเล็กไว้เพื่อเป็นที่พักชั่วคราวในการออกล่าสัตว์เท่านั้น ภายหลังในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ทำการบูรณะตำหนักแห่งนี้เพื่อให้กลายเป็นพระราชวังศูนย์กลางการปกครองของพระองค์ โดยใช้เวลาการสร้างถึง 30 ปี งบประมาณ 500,000,000 ฟรังก์ และคนงานก่อสร้าง 30,000 คน หลังการปฏิวัติครั้งสำคัญของฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ ได้เปลี่ยนแปลงพระราชวังให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่ลงนามในสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแต่ความสวยงามที่น่าตะลึง แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

เมื่อครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงครองกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2228 พระองค์ได้ทรงจัดส่งคณะทูตชุดหนึ่ง นำโดยออกพระวิสูตรสุนทร (ปาน) เป็นราชทูต (โดยมากเป็นที่รู้จักกันในนามโกษาปาน ) ออกหลวงกัลยาราชไมตรีเป็นอุปทูต และออกขุนศรีวิสารวาจาเป็นตรีทูต เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยได้ออกเดินทางจากกรุงศรีอยุธยา ในเดือน ธ.ค. พ.ศ.2228 ถึงเมืองเบรสต์ในฝรั่งเศส วันที่ 18 มิ.ย. พ.ศ.2229
ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 27 ได้บันทึกเรื่องราวของการไปครั้งนั้นไว้อย่างละเอียด เพราะเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วปารีสในสมัยนั้นถึงความวิริยะอุตสาหะของคณะราชทูตไทยและความตั้งใจอันแน่วแน่ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เรื่องของราชทูตถูกตีแผ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ แมร์คูร์กาลัง ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่รู้ข่าวมากที่สุดในสมัยนั้นของปารีส เนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยข่าวเรื่องราชทูตสยามซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปอยากรู้ด้วยกันทุกคน และผู้ที่แต่งเรื่องลงหนังสือพิมพ์นั้น ก็ได้กล่าวว่าข้าราชการไทยเป็นคนที่ดี เป็นคนที่มีความรู้ที่สุดในฝ่ายทิศตะวันออก

ในจดหมายเหตุที่เชอวาเลียเดอโชมองได้แต่งไว้ ได้ลงบัญชีของต่างๆ ที่พระเจ้ากรุงสยามส่งมาถวายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส โดยละเอียดมาก คือ มีคนโทน้ำทำด้วยทองคำ ขวดทองคำ ถ้วยทองคำ หีบทองคำ ตู้เล็กๆ ทำด้วยกระ หีบและโต๊ะญี่ปุ่น พรมมาจากเมืองฮินดูซตัน และพรมเมืองจีน กับเรือทำด้วยทองคำ 1 ลำ และปืนใหญ่ปลอกเงิน 2 กระบอก เครื่องลายครามอย่างงามที่สุด 1,500 ชิ้น
ส่วนของที่คอนสแตนติน ฟอลคอน ส่งมาถวายนั้นมี สายสร้อยทองคำ ถ้วยแก้ว กล่องใส่ยานัตถุ์ เครื่องลายคราม ลับแล แจกัน ผ้าต่างๆ ลูกปัด นอแรด เขากระบือ และของต่างๆ อีกหลายอย่าง นอกจากของเหล่านี้ยังมีของที่พระเจ้ากรุงสยามส่งมาพระราชทานมกุฎราชกุมารฝรั่งเศส ของที่พระราชินีสยามส่งมาพระราชทานมกุฎราชกุมารี ซึ่งมีหีบเขียนหนังสือ และหัวใจทำด้วยเงิน 1 อัน และยังมีของที่พระราชินีสยามส่งมาพระราชทานท่านดุกเดอบูรกอยน์ และดุกดังยูอีก กับของต่างๆ ที่คอนสแตนติน ฟอลคอน ฝากมาให้ “มาควิศเดอเซงแล” และ “มาควิศเดลครัวซี” รวมของทั้งสิ้นกว่า 3,000 สิ่ง และของบางอย่างทำด้วยฝีมืออย่างประณีตงดงามยิ่งนัก ของต่างๆ เหล่านี้ได้วางเรียงไว้ในท้องพระโรงทั้งสิ้น 

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้เสด็จออกรับแขกเมือง ณ พระราชวังแวร์ซาย เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2229ทรงโปรดให้คณะราชทูตไทยเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นและเครื่องมงคลราชบรรณาการ ณ ท้องพระโรงที่เรียกกันว่า ซาลองเดอลาเป (ห้องแห่งสันติภาพ) ในปัจจุบันเรียกว่า ห้องกระจก (Hall of Mirrors)
ติดตามชมสารคดี “สำรวจโลก” ตอน “พระราชวังแวร์ซาย” ร่วมค้นหาคำตอบ…เหตุใดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงต้องส่งคณะฑูตนำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส และเรื่องราวความสำคัญและความสง่างามของพระราชวังแวร์ซายได้ในวันศุกร์ที่ 30 มี.ค.-วันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย.นี้ (3 วันติดต่อกัน) เวลา 21.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEW18

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...