โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘นิติธร’ยื่นหนังสือ 4 หน่วยงานแนะไม่ควรจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล. (ชมคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ย. 2562 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 08.38 น.

นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า  มายื่นหนังสือ 4 หน่วยงาน กระทวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เนื้อหาหนังสือบอกถึงข้อเท็จจริงกรณีโฮปเวลล์ที่เกิดขึ้น และนำเสนอประเด็นที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งสาระสำคัญเริ่มตั้งแต่ความผูกพันของโครงการ มติครม.ชัดเจนว่าเจ้าของโครงการคือรัฐบาล กระทรวงคมนาคมเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงไม่ใช่เจ้าของโครงการ

นายนิติธรกล่าวต่อว่า ประเมินต่อมาเรื่องมติครม.อนุญาตให้บริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง เป็นผู้ได้รับสัมปทาน ไม่ใช่โฮปเวลล์ประเทศไทย ดังนั้นผู้ลงนามสัญญาต้องเป็นกระทรวงคมนาคมกับบริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง แต่ในสัญญาปรากฏว่าเป็นกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ม.) ลงนามกับบริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทย ตรงนี้ไปตรวจสอบการจดทะเบียบ บริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทย พบว่า มติครม.ไม่ได้ยกเว้นการดำเนินการตามประกาศคณะปฏิวัติ 2515 ที่จะอนุมัติให้เอกชนมาดำเนินธุรกิจขนส่งและเดินรถ เมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้จึงไม่จดทะเบียนธุรกิจได้  ซึ่งตรงนี้การดำเนินธุรกิจของบริษัท โฮปเวลล์ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งการยื่นของรับการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ต้องมีสถานะเป็นบุคคล หรือนิติบุคคล แต่เมื่อการจดทะเบียนของบริษัทโฮปเวลล์ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว สภาพการเป็นนิติบุคคลก็ไม่ได้ จึงไม่สามารถให้บีโอไอได้

นายนิติธร กล่าวว่า นอกจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าการขายหุ้นของ บริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทยและบริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง  มูลค่า 500 ล้านบาทให้กับบริษัท ยูไนเต็ด ซัคเซส ลิมิเต็ด เมื่อปี 2548  โดยบริษัทจดทะเบียนในสาธารณรัฐมอริเชียส  และพบว่าจนถึงปัจจุบันไม่ได้มีการประกอบกิจการใดๆ ดังนั้นจึงมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการลักษณะดังกล่าวเพื่อมาค้าความ เรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีโฮปเวลล์กับประเทศไทยหรือไม่

นายนิติธร กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวไทยไม่ควรต้องจ่ายค่าเสียหาย 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ย 12,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทโฮปเวลล์ เพราะสัญญาณที่ทำไว้นั้นไม่ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่สถานะบริษัท ไปจนถึงการได้รับบีโอไอ  โดยขอให้ 4 หน่วยงานแจ้งไปยังรัฐมนตรีและครม.ว่าขณะนี้ได้รับเอกสารดังกล่าว และมีประเด็นที่ไม่ชอบมาพากลด้านกฎหมาย ดังนั้นอยากให้ตั้งคณะทำงานเพื่อมาตรวจสอบตรงนี้อีกครั้ง รวมถึให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้งดบังคับคดีต้องจ่ายค่าปรับไว้ก่อน

“ก่อนหน้านี้ผมไปยื่นเรื่องต่อนายกฯ และครม.ไปแล้ว และเสนอประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมคณะทำงานกรณีโฮปเวลล์ไปแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...