โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STGT ราคาหุ้นเท่านี้ เป็นจังหวะลงทุนไหม?

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2564 เวลา 08.57 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

ช่วงที่ผ่านมา STGT หรือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดนกดดันจากปัจจัยลบทำให้ราคาหุ้นปรับลงต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลาย ทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลง รวมถึง Supply ในตลาดมากขึ้นทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อชิ้นต่ำลง และล่าสุดสหรัฐอนุญาตให้ Top Gloveยักษ์ใหญ่ถุงมือยางของมาเลเซีย กลับมาส่งออกได้อีกครั้ง หลังจากที่ห้ามให้ Top glove ส่งออกไปสหรัฐตั้งแต่ก.ย. 2563 จากปัญหาการใช้แรงงานแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับราคาถุงมือยางในตลาดโลก โดยนางสาวนารี อภิเศวตกานต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยลบต่อ STGT ทำให้การแข่งขันด้านราคาในตลาดรุนแรงขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วและอาจส่งผลให้การดำเนินงานในอนาคตลดลงกว่าเดิม ราคาปัจจุบันคงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 38.50 บาท เพื่อรับเงินปันผลในหุ้น STGT เท่านั้น
ด้านคุณธีร์ธนัตถ์ จินดารัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ STGT เป็น Neutralเพราะตอนที่ Top Gloveถูกแบนจากอเมริกา ไม่ได้ส่งผลเชิงบวกต่อราคาหุ้นของ STGT มากนัก แต่กลับทำให้ราคาขายถุงมือยางในภูมิภาคเอเชียเป็นลบ เพราะบริษัทดังกล่าวไม่สามารถส่งออกในอเมริกาได้จึงทำให้มาเร่งขายในภูมิภาคเอเชียแทน ส่งผลให้ราคาขายถุงมือยางในเอเชียตกต่ำ อย่างไรก็ตาม การที่ Top Gloveกลับมาส่งออกไปอเมริกาได้น่าจะทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า ทำให้การตั้งราคาในส่วนของดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถแข่งขันกับมาเลซียได้ไม่ยาก และคุณภาพสินค้าของเราก็ไม่แย่ สามารถแข่งขันได้ จึงมองว่าอาจเป็นผลบวกเล็กๆ ที่ทำให้ราคาขายถุงมือยางในภูเอเชียมีเสถียรภาพมากขึ้น
ส่วนแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมองว่า STGT จะมีกำไรไตรมาส 3/64เบื้องต้นที่ 7,300 ล้านบาทบวกลบ ทรงตัวจากไตรมาส 2/64แต่ยังเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 โดยได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีกราว 20% และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ในเส้นทางเอเชียเริ่มดีขึ้น ทำให้ปริมาณขายอาจเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 40%จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นราว 8,000 ล้านชิ้น ขณะที่ราคาชายเฉลี่ย (ASP) อาจลดลงถึงราว 30% ของราคาขายในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในรูปเงินบาทอาจกระทบน้อยกว่า 3 – 5% จากผลของค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64และต้นทุนยางสังเคราะห์เริ่มลดลงแต่ลดลงน้อยกว่า ASP คาดเบื้องต้นที่ราว 1.61 บาทต่อชิ้น จาก 2.27 บาทต่อชิ้นในไตรมาส 2/64
เนื่องจาก ASP ที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ในไตรมาส 3/64 เพื่อให้ประมาณการรัดกุมมากขึ้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการ ASP ในปี 2565 ลงจาก 1.50 บาทต่อชิ้น เป็น 1.20 บาทต่อชิ้น ส่งผลให้กำไรปี 2565 ลดลง 22% เป็น 14,614 ล้านบาท ลดลง 51.0%จากปีนี้ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าที่ระดับดังกล่าวทำให้ประมาณการกำไรมี Downside risk จำกัด และยังไม่รวมโอกาสในการลงทุนในธุรกิจอื่นที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษา เช่น เครื่องมือแพทย์เป็นต้น
จากการปรับประมาณการกำไรปี 2565 ลง ทำให้ราคาเป้าหมายสิ้นปีหน้าที่อิง PER 9ลดลงเป็น 45.75 บาท ซึ่งยังมี Upside gain อีก 19.6% สะท้อนว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมามากจนสะท้อนปัจจัยลบของ ASP แล้ว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 45.75 บาท โดยปัจจุบันหุ้น STGT ซื้อขายที่ PER65 ต่ำเพียง 7.5 เท่า ในเชิงกลยุทธ์หุ้น STGT เหมาะกับการลงทุนที่หวังเงินปันผลมากกว่าส่วนต่างราคา โดยบริษัทระบุว่าชัดเจนว่าจะจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นไม่ต่ำกว่า 1.25 บาท ในไตรมาส 3/64ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะจ่ายในระดับนี้ได้ต่อในไตรมาส 4/64หรือรวมครึ่งหลังปี 2564จ่ายอีกไม่น้อยกว่า 2.50 บาท ให้ผลตอบแทน 6.5% เพื่อที่จะถึงนโยบายที่ 50% ของกำไรสุทธิ แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ามีโอกาสที่จะจ่ายมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิในปี 2564 เพราะกระแสเงินสดในบริษัทค่อนข้างสูงมาก
“STGT ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน การลงทุนจะเน้นธีมเงินปันผลมากกว่าส่วนต่างราคา ซึ่งปัจจุบันยังไม่ใช่ช่วงที่จะเข้ามาเก็งกำไรในเงินปันผล เพราะยังไม่ถึงช่วงประกาศงบการเงิน ดังนั้นแนะนำให้เข้าไปเก็งกำไรในช่วงที่งบใกล้ออกมากกว่า ประมาณกลางเดือนพ.ย. 2564”คุณธีร์ธนัตถ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...