โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

แสนสิริโชว์พราว NO.1 ลักเซอรี่เมืองไทยปี 66 กระหน่ำเปิด 7 โครงการใหม่ 1.8 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ย. 2565 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2565 เวลา 14.15 น.
เศรษฐา ทวีสิน

แสนสิริ ย้ำเบอร์หนึ่ง เจ้าตลาดอสังหาฯซูเปอร์ลักเซอรี่ไทย เขย่าตลาด ปี’66 เตรียมรุกส่ง 7 โครงการใหม่ ขยายพอร์ต Sansiri Luxury Collection รวมกว่า 18,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประสบการณ์ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา แสนสิริ ยืนหยัดในการเป็นเจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ไทยทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆในวงการอสังหาฯไทย กับจุดแข็งที่ไม่มีใครสามารถแข่งขันได้

โดยมีบทพิสูจน์ที่ย้ำความเป็นผู้นำของแสนสิริในฐานะตัวจริงอันดับหนึ่งของผู้พัฒนาอสังหาฯ ซูเปอร์เซอรี่ไทย มาจากความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าเวลท์ ทั้งในแบรนด์และคุณภาพของโครงการแสนสิริ รวมถึงความเข้าใจในตัวตนและรสนิยมการอยู่อาศัยที่แท้จริง

ล่าสุดประกาศความสำเร็จกับ 3 ปรากฏการณ์สำคัญ ประกอบด้วย

1.โครงการ “นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา” ราคา 50—95 ล้านบาท สามารถปิดการขายทันทีใน 1 เดือน แม้ยังไม่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมโครงการ

2.“บูก้าน โยธินพัฒนา” ราคา 40-80 ล้านบาท สามาถปิดการขายใน 4 เดือน

3.”คุณ บาย ยู 1st” Design-Branded Residence หนึ่งเดียวในไทย ที่ปิดการขายห้องชุดเพนต์เฮาส์ทุกยูนิต ในราคาตารางเมตรละเกือบ 6 แสนบาท สูงสุดในย่านทองหล่อ

นอกจากนี้ แสนสิริมีลูกค้าบางกลุ่มที่สะสมโครงการในพอร์ต Sansiri Luxury Collection เป็นคอลเลคชั่นทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว รวมถึงการซื้อเพื่อต้องการส่งต่อเป็นมรดกให้กับ next-generation ต่อไปได้

ทุบสถิติขาย-เปลี่ยนมือราคาพุ่งทุกปี

นายเศรษฐากล่าวต่อว่า โครงการทั้งระดับแฟล็กชิพ ซูเปอร์ลักเซอรี่ และลักเซอรี่ที่แสนสิริพัฒนาขึ้นภายใต้ Sansiri Luxury Collection ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี

อาทิ โครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) แฟล็กชิปซูเปอร์ลักเซอรี่คอนโดมิเนียมที่ใส่ใจรายละเอียดใช้เวลาสร้างนานกว่า 7 ปี มูลค่าโครงการกว่า 8,700 ล้านบาท ปัจจุบันยืนหนึ่งทุบสถิติราคาขายต่อตารางเมตรที่พุ่งสูงสุดในประเทศไทย จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 600,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันราคาขยับสูงเกือบ 900,000 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็น capital gain สูงถึง 40% และนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่หาได้ยากยิ่งที่จะมีการขายเปลี่ยนมือต่อในตลาดในเวลานี้

ยังมี “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” ที่สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือได้สูงถึง 20% ต่อปี จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 350,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงถึง 400,000 บาทต่อตารางเมตร และสามารถขายต่อได้ในราคาสูงสุดถึง 100 ล้านบาท จาก 3 ยูนิต

โครงการ “นาราสิริ กรงเทพกรีฑา” ระดับราคา 50—95 ล้านบาท สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 30% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน และยังคงมีดีมานด์ความต้องการแรงต่อเนื่องแม้โครงการได้ปิดการขายแล้ว

แสนสิริ

ในขณะที่โครงการ “บ้านแสนสิริ พัฒนาการ” โครงการระดับแฟล็กชิปซูเปอร์ลักเซอรี่ สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 50% ต่อปี ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี

“แสนสิริ เตรียมสร้างปรากฏการณ์เซทมาตรฐานบทใหม่แก่วงการอสังหา เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์บ้านลักเซอรี่ที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ โดยวางแผนส่ง 7 โครงการใหม่ภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection มูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาท

โดยมีโครงการนำร่องกับแบรนด์นาราสิริ พหล-วัชรพล บ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ที่เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า และแบรนด์บูก้าน เอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ รวม 3 โครงการ บน 3 ทำเลไพร์มแห่งใหม่ รวมถึงการเปิดตัวครั้งแรกของ 3 แบรนด์ใหม่หมาดที่จะสร้าง

“ปรากฏการณ์ให้แก่วงการอสังหาฯลักเซอรี่ ได้แก่ แบรนด์ No.19, SIRINSIRI, NARINSIRI ที่รวบรวมที่สุดความลักเซอรี่ไว้ในหนึ่งเดียว ตอกย้ำผู้นำอันดับหนึ่งของแสนสิริในตลาดซูเปอร์ลักเซอรี่และลักเซอรี่ของประเทศไทย” นายเศรษฐากล่าวสรุป

แสนสิริ

วิถีผู้นำตลาดลักเซอรี่ ความสำเร็จจาก 3 กลยุทธ์หลัก

• Brand Heritage ความเชี่ยวชาญของแสนสิริ ที่มีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการลักเซอรี่ และสั่งสมประสบการณ์กว่า 38 ปี
• Lifetime Asset Value มูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด พร้อมจุดแข็งด้านบริการหลังการขายที่คงสภาพให้เสมือนวันแรกที่เข้าอยู่
• Brand Taste-Maker ด้วยความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าในแบรนด์แสนสิริ ซื้อบ้านตั้งแต่ยังไม่เข้าชมโครงการ รวมถึงที่สุดของการรวบรวมดีไซเนอร์ระดับโลก (international designer) ที่หาตัวจับยากไว้ที่นี่

ปัจจุบัน แสนสิริ ประสบความสำเร็จจากการปิดการขายอย่างรวดเร็วภายใต้ Sansiri Luxury collection โครงการแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่และลักซ์ชัวรี่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการ รวมมูลค่าโครงการเกือบ 30,000 ล้านบาท

ประกอบด้วย 2 โครงการใหม่ล่าสุดที่เพิ่งปิดการขาย ภายใต้แบรนด์ “นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา-NARASIRI KRUNGTHEP KREETHA” บ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ บนทำเลกรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ The Best Location ในย่านกรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท

และแบรนด์ “บูก้าน โยธินพัฒนา-BuGaan YothinpattanaW เอ็กซ์คลูซีฟ โมเดิร์น เรสสิเดนท์ 14 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท

แบรนด์ “98Wireless-ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส” แฟล็กชิพซูเปอร์ลักเซอรี่คอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท ที่ยืนหนึ่ง ทุบสถิติราคาขายต่อตารางเมตรสูงสุดในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัว

แบรนด์ “บ้านแสนสิริ พัฒนาการ” โครงการแฟล็กชิปบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ย่านพัฒนาการ มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท

แบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” คอนโดมิเนียมลักเซอรี่ใจกลางทองหล่อ มูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท

ล่าสุดกับแบรนด์ “คูณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค-KHUN by YOO inspired by Starck” ภายใต้ร่วมทุนกับบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ 1st Design-Branded Residence หนึ่งเดียวในไทย ที่เพิ่งปิดการขายเพนต์เฮาส์ทุกยูนิต ตารางเมตรละเกือบ 6 แสนบาท สูงสุดในตลาดทองหล่อ มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท

แสนสิริ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...