โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SGC วิ่งต่อ 4% ลั่นปี 66 รายได้พุ่งอีก 17% โบรกเคาะเป้า 6.20 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2565 เวลา 03.24 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ธ.ค.65) ราคาหุ้น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ณ เวลา 10:22 น. อยู่ที่ระดับ 5.20 บาท บวก 0.20 บาท หรือขึ้นไป 4% สูงสุดที่ระดับ 5.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 802.75 ล้านบาท

นางสาวบุษบา กุลศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ SGC เปิดเผยว่า ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น เป็นเพราะนักลงทุนเห็นผลงานของบริษัท โดยในปี 2566 คาดรายได้จะเติบโต 17% สัดส่วนรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงิน และสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะเดียวกันในปี 2566 ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 7,700 ล้านบาท จากปีนี้ที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ 5,500 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ทำให้สิ้นปี 2565 มีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ 15,000 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มลูกหนี้ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ทั้งตลาดในปี 2566 จะปรับสูงขึ้นชั่วคราว เพราะหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การชำระหนี้ยังไม่กลับมาปกติ แต่ของ SGC จะพยายามควบคุม NPL ในส่วนสินเชื่อรถทำเงิน จุดสมดุลต้องไม่เกิน 1% และสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 7.6% ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 5.3 เท่า หลังจากระดมทุนครั้งนี้ จะส่งผลให้ D/E ลดลงเป็น 2.3 เท่า ช่วยเสริมศักยภาพการขยายธุรกิจ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า SGC เป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันทางการเงิน (Non-bank) ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ 1.สินเชื่อเช่าซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักร ได้แก่ เครื่องใช้ในครัวเรือน (ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น) เครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (ตู้เติมเงิน ตู้แช่แข็ง และตู้เติมน้ำมัน เป็นต้น) และเครื่องจักร (เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องสกรีนผ้า และเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ เป็นต้น) 2.สินเชื่อรถทำเงิน (สินเชื่อจำนำทะเบียน) โดยเน้นรถเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก เช่น รถบรรทุก รถกระบะ และรถตู้ เป็นต้น 3.สินเชื่อสวัสดิการพนักงาน และ 4.สินเชื่อผ่อนทองออนไลน์และอื่น ๆ

ทั้งนี้ SGC ตั้งเป้าหมายสินเชื่อสุทธิ ณ สิ้นปี 2569 ที่ 5 หมื่นล้านบาท เติบโตสูงถึง 35% p.a. (CAGR) จากปี 2564 โดยเน้นกลยุทธ์หาลูกค้าใหม่มากขึ้น จากจุดเด่นด้านการบริการเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และอนุมัติสินเชื่อเร็ว โดยจะเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุกเป็นหลัก ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตอีกมากในระยะยาว

ขณะเดียวกัน คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2565-2567 ของ SGC จะเติบโต 8.6%, 42.9% และ 35.5% ตามลำดับ จากแนวโน้มสินเชื่อสุทธิปี 2565-2567 จะเติบโต 37.7%, 31.4% และ 32.1% ตามลำดับ จากการเร่งปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุกมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงหลังจากได้เงินระดมทุนจาก IPO

อีกทั้งกำหนด Fair value ปี 2566 ของ SGC เท่ากับ 6.20 บาท อิง P/BV ที่ 2.6 เท่า ตามวิธี Gordon Growth Model ที่ ROE เฉลี่ยระยะยาว 15.0% และการเติบโตเฉลี่ยระยะยาวที่ 6.5% เทียบเท่า PER ปี 2566 ที่ 22.0 เท่า และ P/BV ที่ 2.6 เท่า โดยประเมินว่า SGC มีศักยภาพในการเติบโตสูงในระยะยาว หลังจากเข้าระดมทุน IPO แล้ว จากการขยายสินเชื่อในกลุ่มรถทำเงินต่อเนื่อง หนุนสินเชื่อเติบโตได้ในระยะยาว

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า ประเมินมูลค่าของ SGC โดยอ้างอิง P/E Ratio ที่ 23 เท่า และคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับปี 2566 ที่ 0.26 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมที่ 6.00 บาทต่อหุ้น สำหรับปี 2566 แนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...