โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พวกยิวแห่งบูรพาทิศ-พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ทำไมเปรียบ “ชาวจีน” เสมือน “ชาวยิว”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 09.24 น.
พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ฉลองพระองค์ ชุดทหาร

“ชาวยิว” คือ ชนชาติหนึ่งในประเทศอิสราเอล ขณะเดียวกัน “ยิว” คำนี้ยังมีความหมายอื่นๆ อีก เช่น หน้าเลือด, งก, ขี้เหนียว, เห็นแก่ได้, เห็นแก่ตัว ดังนั้น เมื่อเห็นบทความ “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ” ผู้คนส่วนใหญ่รวมถึงนักวิชาการบางคน จึงคิดกันไปว่า นี่คือ บทความเพื่อต่อต้านชาวจีนโพ้นทะเลที่อยู่ในประเทศไทย

“พวกยิวแห่งบูรพาทิศ” เป็นผลงานพระราชิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2457 โดยทรงใช้นามปากกาว่า “อัศวาพาหุ” เมื่อ “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ” เผยแพร่สู่สาธารณะ ก็เป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมว่า พระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ชาวจีนโพ้นทะเลในไทย และเพื่อให้คนไทยตระหนักถึงอันตรายของชาวจีน ว่าเป็นเสมือน “ชาวยิว”

อัศวพาหุ หรือรัชกาลที่ 6 ทรงวิพากษ์อุปนิสัยของ “ชาวจีน” โดยการเปรียบเทียบกับ “ชาวยิว” เรื่องที่ชนชาติทั้งสองต่างเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในประเทศที่ตนอาศัยอยู่ เพราะทั้ง ชาวยิว และชาวจีน นั้นต่างให้ความสำคัญแก่การหารายได้เหนือสิ่งอื่นใด

หากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เวลานั้น ชาวจีนเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจของไทยก็ต้อง “พึ่งพา” ชาวจีนเป็นกำลังสำคัญ รัฐบาลก็ตระหนักว่า รายได้จำนวนมากของประเทศนั้นมาจากชาวจีน ตัวอย่าง เช่น รายได้เดือนละ 4,000 บาทของพระคลังข้างที่ มาจากค่าเช่าที่ของพ่อค้าผักชาวจีนในตลาดจังหวัดนครปฐม

หรือเมื่อปี 2453 เมื่อรัฐบาลไทยมีนโยบายจะเก็บภาษีชาวจีนเพิ่มเติม ชาวจีนส่วนหนึ่งไม่พอใจและเรียกร้องให้ชาวจีนทั้งหมดหยุดงาน (รวมถึงร้านค้าต่างๆ) ประท้วงนโยบายของรัฐบาล เป็นเวลา 3 วัน ส่งผลกระทบ เกิดการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค จนทางการต้องใช้กำลังทหารและตำรวจจับกุมผู้ก่อการ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังเลือก “สนับสนุน” ชาวจีนให้เป็นฝ่ายเข้ามาดำเนินธุรกิจในสยาม มากกว่าชาวญี่ปุ่นและชาวอินเดีย ที่ทำธุรกิจอยู่ในไทยขณะนั้นเช่นกัน เพราะชาวจีนจำนวนมากที่อยู่ในสยามนั้นไม่มี “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ด้วยรัฐบาลไทยไม่ได้ทำสัญญาดังกล่าวกับจีน ชาวจีนจึงอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ส่วนชาวญี่ปุ่นหรือชาวอินเดียเป็นคนในบังคับอังกฤษ จึงมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมายไทย

สถานการณ์ดังที่กล่าวไปข้างต้น จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ” จะเกิดขึ้นเพื่อปลุกระดมให้คนไทยลุกขึ้นมาต่อต้านชาวจีน หรือเลิกคบค้าสมาคม เพราะคนจีนโพ้นทะเลในไทยคือ ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะหากทำเช่นนั้นจริง อาจมีผลกระทบกับเศรษฐกิจของชาติ จึงไม่น่าจะใช้พระราชประสงค์ในงานพระราชนิพนธ์นี้

เจตนารมย์ของ “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ” จึงน่าจะเป็นการปลุกจิตสำนึกคนจีนโพ้นทะเลไทย ให้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองของชาติไทย, จงรักภักดีต่อพระองค์ โดยควรเชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาล มีความเสียสละเพื่อปกป้องบ้านเมือง

คนจีนโพ้นทะเลในสยามเองก็พยายามแสดงให้รัฐบาลเห็นว่า ตนเองไม่ได้มุ่งหวังที่จะเข้ามาอยู่ในสยามเพื่อกอบโกยหาผลประโยชน์ของตน หากมีความจงรักภักดี และมีสำนึกในฐานะพลเมืองคนหนึ่งเช่นกัน

เพื่อให้พ้นจากภาพเสมือน “ชาวยิว” ทางออกที่ดีที่สุดของชาวจีนโพ้นทะเลในไทย ที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตนเอง สร้างความพอใจให้กับทางการก็คือ “การบริจาคเงิน” โดยเฉพาะการบริจาคให้กับกิจการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่างๆ เช่น บริจาคเงินสนับสนุนกิจการเสือป่า, บริจาคซื้อเครื่องบินของกองทัพบก, บริจาคเงินสนับสนุนการซื้อเรือหลวงพระร่วง ฯลฯ

จนรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์บทความเรื่อง “ขอบใจเพื่อนจีน” ลงใน วารสารสมุทสาร ฉบับปฐมฤกษ์ความตอนหนึ่งว่า

“การที่เพื่อนจีนได้แสดงไมตรีจิตร์ต่อไทย จะช่วยทารั้วบ้านด้วยครั้งนี้ ไทยขอบใจชั้น 1 แล้ว และถ้าจะให้ดีเพื่อนจีนแสดงไมตรีจิตรต่อไปให้เปนการสม่ำเสมอ ก็คงจะได้รับความขอบใจอย่างยิ่งขึ้นอีกเปนแน่

ข้าพเจ้าขอให้ท่านเอดิเตอร ได้โปรดช่วยนำจดหมายนี้ ลงในหนังสือของท่านด้วย เพื่อข้อความเหล่านี้จะได้ประสบตาเพื่อนจีนซึ่งข้าพเจ้าอยากให้ได้รับความขอบใจนั้นด้วย”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนเก็บความจาก เทพ บุญตานนท์. “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ: ประวัติศาสตร์ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับชาวจีนโพ้นทะเล” ใน, วารสารมนุษยศาสตร์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2560)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 ตุลาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...