โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจสาวนักธุรกิจพันล้าน โดนสามี-อดีตสมาชิกก้าวไกลทำร้าย ลั่นเดินหน้าฟ้องหย่า

Khaosod

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 11.08 น.
เปิดใจสาวนักธุรกิจพันล้าน โดนสามี-อดีตสมาชิกก้าวไกลทำร้าย ลั่นเดินหน้าฟ้องหย่า

เปิดใจสาวนักธุรกิจพันล้าน โดนสามี-อดีตสมาชิกก้าวไกลทำร้าย ลั่นเดินหน้าฟ้องหย่า เพื่อแบ่งทรัพย์สินและฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกาย

วันที่ 20 ต.ค.66 น.ส.วิไลลักษณ์ ใชยชาญ หรือลักษณ์ อายุ 41 ปี สาวนักธุรกิจพันล้านภาคอีสาน เปิดเผยถึงเรื่องราวที่โดนสามีอายุ 49 ปี ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ทำร้ายร่างกาย

น.ส.วิไลลักษณ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุสามีหายออกจากบ้านไป เมื่อช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยบล็อกตนหมดทุกช่องทาง จากนั้นกลับเข้ามาบ้านช่วงเดือนส.ค. โดยกลับมาติดกล้องวงจรปิดในบ้าน ติดจีพีเอสที่รถส่วนตัว เครื่องดักฟังในห้องนอน ก่อนหายไปอีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ก็ติดต่อไม่ได้อีก และสุดท้ายกลับมาวันที่ 2 ก.ย. คือวันเกิดเหตุ พอมาถึงมีปากเสียงกัน และตนถามไปว่าทำไมต้องบล็อกตนทุกช่องทาง แต่สามีกลับโมโหและตะโกนด่ากลับมา และพาดพิงไปถึงบุพการีที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ทำให้ตนโมโหและหยิบตุ๊กตาหินที่อยู่ในโรงรถที่บ้านทุบกระจกรถมัสแตงที่จอดอยู่ ก็ยิ่งทำให้สามีโมโห แล้วเดินเข้ามาทำร้ายตน ต่อยที่ใบหน้าจนคิ้วแตก ระหว่างที่คบกันก่อนหน้านี้ก็เคยทำร้ายร่างกายตนจนหูฉีกมาแล้วประมาณตอน 6-7 ที่แล้ว

น.ส.วิไลลักษณ์ เผยว่า หลังจากที่ตนถูกทำร้าย ก็อยู่ที่บ้านไม่ได้ แต่ยังไม่ได้ไปแจ้งความในวันนั้น พอเช้าวันที่ 3 ก.ย. ตนเดินทางไปแจ้งความที่สภ.เมืองสกลนคร โดยแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย และในขณะนี้ตนดำเนินการฟ้องหย่า เพื่อแบ่งทรัพย์สินและฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งนัดแรกขึ้นศาลวันที่ 20 พ.ย. ที่ศาลจังหวัดสกลนคร

น.ส.วิไลลักษณ์ เผยถึงเรื่องธุรกิจที่ทำร่วมกันก่อนหน้านี้ว่า รายได้ทั้งหมดของธุรกิจที่ทำด้วยกัน ที่เป็นรายได้จะโอนเข้าบัญชีสามีหมด ตนไม่มีรายได้เข้ามาสักช่องทาง จนทำให้ตนไม่เหลืออะไรเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องสามีไม่เคยติดต่อกับมาหาตนอีกเลย มีแค่โทรมาหาพี่สาวและพี่เขย เพื่อให้มาคุยหรือไกล่เกลี่ยกัน

น.ส.วิไลลักษณ์ กล่าวว่า ตนกับสามีคบหาดูใจกันมาตั้งแต่ปี 54 พอมาเจอแบบนี้ก็รู้สึกเสียใจมาก เสียดายทุกอย่างเสียดายเวลาที่สร้างด้วยกัน เสียดายทุกอย่างทุกเรื่อง แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลก็ผ่านไปแล้ว ต้องอยู่กับปัจจุบันว่าจะต้องทำยังไง และอนาคตจะต้องทำยังไงเพื่อที่จะใช้ชีวิตต่อ

“ถ้าคุณบอกว่าคุณยังรักฉันอยู่ ก็ให้จบและเลิกรากันด้วยดี แล้วก็แบ่งในส่วนที่ลักษณ์สมควรได้ ให้ลักษณ์เถอะ จะได้จบกันแบบง่ายๆ ไม่ยืดเยื้อยาวนานหลายปีขอบคุณมากๆ”

น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรืออ้อ ตัวแทนจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง เล่าว่า น.ส.วิไลลักษณ์เป็นหนึ่งในสมาชิกของมูลนิธิ และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก่อน ซึ่งถูกทำร้ายมา จึงยื่นมือเข้ามาช่วย ในส่วนของคดีความ น.ส.วิไลลักษณ์มีทนายความเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็จะฟ้องหย่า หลังโดนทำร้ายร่างกาย

น.ส.ชลิดา กล่าวว่า ในส่วนของทรัพย์สินอะไรที่เป็นชื่อของฝ่ายชายก็จะแจ้งให้ทนายดำเนินการนำชื่อน.ส.วิไลลักษณ์เข้าไป เพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถถ่ายเทหรือเอาทรัพย์สินโอนไปให้บุคคลที่ 3 หรือ 4 ได้

"สำหรับที่หลายคนเข้าใจว่าสามีของน.ส.วิไลลักษณ์เป็นสส.พรรคก้าวไกลนั้น ขอชี้แจงว่าเขาไม่ได้เป็นสส. แต่เป็นสมาชิกพรรค และเป็นคณะทำงานของกลุ่มอดีตผู้สมัครสส.สกลนคร เพราะว่าเขาอยากเล่นการเมือง อยากลงสมัครเป็นสส. สมัยหน้า จึงมาสมัครเป็นสมาชิกก่อนและเสนอตัวลง โดยมีการลงพื้นที่ด้วยกันกับคณะทำงาน" น.ส.ชลิดากล่าว

น.ส.ชลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ฝากถึงสามีของน.ส.วิไลลักษณ์ อยากให้ความเป็นธรรมกับภรรยา อยากให้มองว่าเมื่อก่อนรักกัน ตอนนี้ไม่สามารถที่จะต่อกันติดแล้ว แต่ในส่วนที่ลักษณ์ควรจะได้ก็ควรจะให้เขาอย่าพูดแต่ปาก อย่าให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตถึงขั้นต้องฟ้องร้องกันหลายปี”

อ่านข่าว ก้าวไกล เผย สมาชิกพรรคซ้อมเมีย ลาออกแล้ว ยัน ยินดีให้ข้อมูล แม้สอบวินัยสิ้นสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...