โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพ วารณ แม่เสือโคร่งสุดแกร่ง ห้วยขาแข้ง ล่าช้างให้ลูกกิน นักวิจัยบันทึกเป็นประวัติศาสตร์(ชมคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 14.54 น.

เปิดภาพ วารณ แม่เสือโคร่งสุดแกร่ง ห้วยขาแข้ง ล่าช้างให้ลูกกิน นักวิจัยบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ เสือตัวเมียตัวแรกล่าช้างได้ ชี้เป็นเหตุปกติในระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project NNP โดยกลุ่มนักวิจัยเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรัษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้เปิดคลิปภาพ เสือโคร่งเพศเมียกำลังลากลูกช้างไปกิน เสือโคร่งเพศเมียตัวแรกของการวิจัยเสือโคร่งของไทยที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ทั้งนี้ นักวิจัยแอดมินเพจ ได้บันทึกเรื่องราวดังกล่าว โดยระบุว่า

เสือโคร่งกับช้างป่า

เมื่อทีมร่วมของกลุ่มงานวิชาการกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เดินทางกลับจากการเข้าสำรวจเก็บข้อมูลในป่า รายงานว่า“พบซากลูกช้างที่อาจถูกเสือโคร่งล่าเนื่องจากมีรอยตีนเสือโคร่งข้างเคียง”

ทีมนุดวิจัยเสือโคร่งเข้าตรวจสอบจึงได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มีรอยตีนเสือโคร่งอุ้งขนาดใหญ่ วัดไม่ได้แต่รอยนิ้วใหญ่มาก กล้องที่ตั้งไว้ละแวกนั้น ก็ไม่ได้ภาพเสือ” จึงยังระบุไม่ได้ว่าฝีมือตัวไหน

ที่ซากลูกช้างได้พบร่องรอยบนร่างกายที่ยืนยันได้ว่าเป็นถูกการล่าโดยเสือโคร่ง ไม่ได้ตายเพราะเจ็บป่วย จึงเก็บข้อมูลขนาดร่างกาย พร้อมทั้งวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตีน

ด้วยความสงสัยถึงอายุและน้ำหนัก นักวิจัยจึงได้มีการขอความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์วุ่นวายกับช้างป่า “ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา” ซึ่งใช้ขนาดของตีนที่วัดได้ นำไปสู่การคิดคำนวณและประเมินออกมาคือ

เส้นรอบวงตีนx2=ความสูง หัวไหล่ของช้าง แล้วนำไปเปรียบเทียบช่วงอายุ จนได้ความว่า ลูกช้างตัวนี้มีอายุราว 8-12 เดือน โดยประมาณจากค่าความสูงหัวไหล่คือ 88 ซม.

ประเมินน้ำหนักไว้ที่ 180-200 กก. โดยอ้างอิงจากน้ำหนักของเหล่าช้างป่าที่ได้เคยเก็บข้อมูลไว้เช่น ลูกช้างตุลา ลูกช้างมีนา เป็นต้น ค่าน้ำหนักที่ได้มานั้นบ่งบอกถึงความคุ้มค่าในการลงแรง แต่ความพิเศษกว่านั้นของการล่าเป็นมื้ออาหารยังคงเป็นปริศนาต่อไป
…..
การล่าลูกช้างป่าเป็นอาหารของเสือโคร่งครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เพราะในอดีต เสือโคร่งตัวผู้ที่ห้วยขาแข้งชื่อ อุทิศ นั้นเป็นเสือที่เก็บสถิติการล่าลูกช้างได้สูงสุด รองลงมาคือ เสืออู๋

ข้อมูลเพิ่มเติมต่อเนื่องเมื่อเข้าไปดูซากคงเหลือเมื่อผ่านไปหนึ่งคืน พบว่าโครงสร้างหลักคือลำตัวนั้นหมดไป เหลือเพียงกระดูกบางชิ้นกับขา 1 ข้าง ซึ่งเป็นการหมดไปอย่างรวดเร็วผิดปกติหากกินเพียงตัวเดียวลำพัง ประกอบกับรอยตีนที่พบครั้งนี้มีขนาดเพียง 7-7.5 ซม. ซึ่งควรเป็นรอยตีนเสือโคร่งตัวเมีย

ภาพเสือโคร่งที่เข้ามาแล้วลากซากถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งสร้างความฉงนมากขึ้น เพราะรูปลักษณ์ที่ปรากฏค่อนไปทางเพศเมีย มากกว่าเพศผู้ ซึ่งเคยมีข้อมูลว่าสามารถล่าลูกช้างได้

เมื่อตรวจสอบลวดลายเสือในคลิปอย่างละเอียดจึงได้รู้ว่าแท้จริง มันคือ HKT281 F ที่เป็นเจ้าของซาก

ความแปลกใจเรื่องการหมดไปอย่างรวดเร็วของซากคลี่คลายด้วยข้อมูลที่มีว่ามันมีลูกวัยกำลังกินอีกสามตัว
แต่ว่าเรื่องความสามารถในการล่าลูกช้างครั้งนี้ยังมีความกังขา จึงได้มีการซักถามข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มีการพบเห็นร่องรอย การไล่ล่ากันในบริเวณข้างเคียงหรือไม่”

“มีร่องรอยต่อสู้เป็นวงกว้างครับ น่าจะต้อนแล้วกดตรงบริเวณที่ฆ่า แล้วจึงลากมากินตรงจุดที่พบ ซึ่งพบรอยลากวนก่อนลงมือกิน ซึ่งตรงนั้นเป็นด่านช้างข้างลำห้วยครับ”

ทุกความสงสัยได้คลี่คลายลง คงเหลือแต่ความตื่นเต้นที่ได้รู้ว่า ไม่ใช่แต่เสือโคร่งเพศผู้ที่สามารถฝ่าดงล่าลูกช้างได้เท่านั้น แต่ว่ายังมีแม่เสือลูกสาม ที่มีความแข็งแกร่ง ใจห้าวหาญ จนถึงจุดที่สามารถฝ่าฝูงช้าง เพื่อหาเลี้ยงปากท้องของลูกๆ ได้

ขอบันทึกความกล้าหาญและเข้มแข็งของ เสือโคร่งเพศเมียตัวแรกของการวิจัยเสือโคร่งของไทย “HKT281F” ซึ่งต่อไปเราจะเรียกว่า แม่ วารณ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดภาพ วารณ แม่เสือโคร่งสุดแกร่ง ห้วยขาแข้ง ล่าช้างให้ลูกกิน นักวิจัยบันทึกเป็นประวัติศาสตร์(ชมคลิป)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...