โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ควรรู้! ซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต” ต้องผ่านรับรอง “อบก.”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ก.ย 2565 เวลา 03.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยมีระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถือว่ายังเป็นภาคสมัครใจ ที่มีการซื้อขายคาร์บอน 2 รูปแบบ โดยหนึ่งในนั้น คือ ระบบ “Emission Trading Scheme (ETS)” หรือระบบ “cap and trade” ซึ่งจัดเป็นตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory carbon market) อย่างไรก็ดีในกรณีของประเทศไทยนั้นก็มีการริเริ่มตลาดคาร์บอนในลักษณะ ETS เหมือนกัน

ขณะที่ภาคสมัครใจ ภายใต้การพัฒนาโดย อบก. ซึ่งมีชื่อว่า “ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Trading Scheme: Thailand V-ETS)” ซึ่งจะมีระบบการตรวจวัดรายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting, and Verification System) หรือ ระบบ MRV ที่พัฒนาจากมาตรฐานสากล ISO 14064-1, 14064-3 และ 14065

อย่างไรก็ดี ระบบ Thailand V-ETS ยังเป็นเพียงโครงการนำร่องเพื่อเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เช่น การพัฒนากฎการดำเนินงานและรูปแบบการซื้อขายสิทธิ การทดสอบระบบ MRV และการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยในช่วงที่ผ่านมาโครงการนำร่องครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก โรงกลั่นน้ำมัน ปูนซีเมนต์ เยื่อและกระดาษ แก้ว และพลาสติก

สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตสามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม หรือศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ และ 2) การซื้อขายในระบบทวิภาค (Over-the-counter: OTC) ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ต้องการซื้อและผู้ขายโดยตรงโดยไม่ผ่านตลาด

ทั้งนี้การซื้อขายทั้ง 2 รูปแบบ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเป็นการซื้อขายในตลาดแรก (Primary market) ซึ่งเป็นการซื้อขาย ระหว่างเจ้าของโครงการลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกกับผู้ซื้อรายแรก หรืออาจเป็นการซื้อขายในตลาดรอง (Secondary market) ซึ่งเป็นการซื้อขายต่อมาจากผู้ซื้อรายแรกอีกทีโดยผู้ซื้อและผู้ขายนั้นอาจเป็นองค์กรหรือบุคคลก็ได้

นอกจากนั้น สัญญาการซื้อขายในตลาดคาร์บอนสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งประเภท Spot ซึ่งมูลค่าของการซื้อขายทั้งหมด เป็นไปตามมูลค่า ณ วันที่มีการถ่ายโอนเครดิต และประเภท Forward ซึ่งจะส่งมอบและชำระเงินตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

สำหรับคาร์บอนเครดิตที่สามารถซื้อขายได้ในไทยนั้นจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ซึ่งเป็นผู้ให้การรับรอง และทำหน้าที่เป็นผู้คุมระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต (Registry System) ภายใต้ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction: T-VER)” โดยผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถยื่นข้อเสนอโครงการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ T-VER ต่อ อบก. และต้องผ่านการตรวจสอบความใช้ได้ และการทวนสอบจากผู้ประเมินภายนอก (Validation and Verification Body: VVB) ก่อนที่ อบก. จะรับรองปริมาณก๊าซ เรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะเรียกว่า “เครดิต TVERs” โดยมีรายละเอียด ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ T-VER ในภาพรวม

อย่างไรก็ดี เครดิต TVERs นั้น ยังไม่สามารถนำไปขายในระดับต่างประเทศได้ แต่กระนั้น อบก. กำลังมีแผนที่จะพัฒนาเครดิต TVERs ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล รวมถึงสอดคล้องและเป็นที่ยอมรับในโครงการสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกของนานาชาติ เช่น โครงการชดเชยและการลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation: CORSIA) ซึ่งดำเนินการโดยองค์การ การบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยกำหนดให้สายการบินระหว่างประเทศต้องตรวจสอบและรายงานการปล่อยมลพิษ

รวมถึงใช้กลไกการชดเชยและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การรักษาระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ สุทธิของภาคการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ไม่ให้เกินกว่าระดับของปี 2563 โดยในปี 2564-2563 จะเป็นลักษณะภาคสมัครใจ ขณะที่ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้อย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบัน CORSIA จะยอมรับ คาร์บอนเครดิต (Eligible carbon offset) เพียง 8 มาตรฐานเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาเครดิต TVERs ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในการดำเนินความ ร่วมมือที่มีการใช้กลไกตลาดระหว่างประเทศ ตามความตกลงปารีส (Article 6 of the Paris Agreement) ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นในการประชุม COP26 ในปีที่ผ่านมา

ในปัจจุบันนี้ตลาดซื้อขายคาร์บอนในไทยเป็นลักษณะตลาดภาคสมัครใจ โดยมีรูปแบบการซื้อขายที่เป็นการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง (Over-the-counter: OTC) และส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายในตลาดแรกมากกว่าตลาดรอง โดยผู้ที่ต้องการซื้อขายจะต้องยื่นขอเปิดทะเบียนบัญชีซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับ อบก. ก่อน และหลังจากการซื้อขายและชำระเงินเกิดขึ้นแล้ว ทาง อบก. จะถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตจากบัญชีผู้ขายไปยังผู้ซื้อก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำคาร์บอนเครดิตไปใช้งานหรือกิจกรรมชดเชยคาร์บอนต่อไป

จากนั้นผู้ซื้อและผู้ขายคาร์บอนเครดิตสามารถซื้อขายได้ผ่าน Carbon Markets Club ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและใบรับรอง การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate - REC) ภายใต้การก่อตั้งของกลุ่มบางจากฯ และพันธมิตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเครือข่ายพันมิตร กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา “เเพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดเเละคาร์บอนเครดิต (RE & CC Exchange Platform)” ซึ่งจะเป็นศูนย์ซื้อขายใบรับรองพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิตหลัก ของประเทศไทย ที่โปร่งใส ถูกต้อง เชื่อถือได้ สามารถรายงานระดับราคาที่ยุติธรรม และมุ่งพัฒนาไปสู่การซื้อขายในระดับสากล

โดยผู้ซื้อและผู้ขายสามารถส่งคำสั่งซื้อ และขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วระบบจะทำการเรียงลำดับและจับคำสั่งซื้อขาย ให้โดยอัตโนมัติ โดยสามารถซื้อขายได้ 4 มาตรฐาน คือ T-VER, VERRA, Gold Standard และ I-REC ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2565 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...