โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเลี่ยงเป็นทหารของคนไทยในอดีต เหตุมอง "ทหารเกณฑ์" เป็นกลุ่มคนที่เลวทราม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.31 น.
จิตรกรรมฝาผนังภายในท้องพระโรงกรุงธนบุรี เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

ทหารเกณฑ์ เลวทราม? มองเหตุการเลี่ยงเป็นทหารของคนไทยในอดีต

ทหารเกณฑ์ และ การเกณฑ์ “ทหาร” ในยุคจารีตหรือรัฐโบราณของไทย คือการรวบรวมไพร่มาเป็นแรงงานให้กองทัพ ไม่มีระบบทหารอาชีพ

ในอดีตไพร่จะมีสังกัดขุนนางหรือเจ้านายของตนเอง ราชสำนักไม่ได้ควบคุมไพร่เหล่านี้โดยตรง แต่ควบคุมผ่านขุนนางอีกทอดหนึ่ง โดยขุนนางจะมีพันธะในการอุปถัมภ์ไพร่ในสังกัด ดูแลเกี่ยวกับการคดีความอันเกิดแก่ไพร่ รวมถึงจัดการสะสางความเดือดร้อนทั้งหลายของไพร่ แลกกับไพร่จะถูกขุนนางเรียกไปใช้แรงงานตามรูปแบบความสัมพันธ์ในระบบศักดินาสวามิภักดิ์

ความสัมพันธ์ระหว่างขุนนางกับไพร่คือหลักในการเกณฑ์ทหารของรัฐไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนการยกเลิกระบบไพร่-ทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 หลักการเกณฑ์แรงงานไพร่แต่เดิมนั้นกำหนดว่าชายที่มีอายุ 18-60 ปี มีหน้าที่รับราชการ ต้องมาเข้าทะเบียนที่ กรมพระสุรัสวดี หน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการเกณฑ์ไพร่พล เจ้าพนักงานหรือสัสดีจะสักที่ท้องแขนหรือหลังมือของไพร่ เพื่อระบุตัวตนว่าเป็นคนในสังกัดกรมกองใด เรียกว่าการ สักเลก หรือ เกณฑ์เลข

หลังจากสักเลก ไพร่ผู้นั้นจะได้สังกัดและกำหนดรับราชการต่าง ๆ เช่น ไพร่ที่อยู่หัวเมืองชั้นใน ตั้งแต่ชัยนาททางทิศเหนือถึงเพชรบุรีทางทิศใต้ และปราจีนบุรีกับฉะเชิงเทราทางทิศตะวันออกถึงราชบุรีทางตะวันตก ไพร่ในสังกัดหัวเมืองเหล่านี้จะเข้ามารับราชการที่กรุงเทพฯ ปีละ 1 รอบ เป็นเวลา 2 เดือน

โดยปกติแล้วไพร่ในสังกัดหัวเมืองชั้นนอกจะขึ้นตรงต่อขุนนางในหัวเมืองนั้น ๆ มีหน้าที่รับราชการปีละ 1 รอบเช่นกัน ระยะเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละกรมกอง อย่างไรก็ตาม การสักเลกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์จะกระทำอย่างเข้มงวดในเขตราชธานี (กรุงเทพฯ) และหัวเมืองชั้นในเท่านั้น จึงมีไพร่อีกจำนวนมากในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ถูกเกณฑ์มารับราชการ

ตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาเป็นต้นมา ราชสำนักได้กำหนดวิธีการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร โดยไพร่ต้องจ่ายเงินให้แก่ขุนนางที่ต้องสังกัด เพื่อแลกกับการไม่ต้องรับราชการทหาร วิธีการนี้ปรากฏในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เช่นกัน

ยกตัวอย่างไพร่หลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 ต้องจ่ายเงิน 9-12 บาท/ปี แทนการถูกเกณฑ์แรงงาน เจ้ากรมปลัดกรมต่าง ๆ ที่ไพร่สังกัดจะเก็บเงินเหล่านี้ส่งไปยังกรมพระสุรัสวดี พร้อมแบ่งส่วนหนึ่งให้แก่เจ้ากรมปลัดและนายกองนายหมวดทั้งหลายในฐานะผู้ควบคุมไพร่เหล่านั้น ด้วยวิธีการนี้ ไพร่จำนวนไม่น้อยจึงยอมเสียเงินแทนกับรับถูกเกณฑ์ทหาร

เมื่อไพร่ที่มีกำลังทรัพย์สามารถจ่ายเงินแทนการเข้ารับราชการทหารได้ ไพร่ที่ไม่ได้จ่ายเงินแก่ราชการและถูกเกณฑ์เป็นทหาร จึงถูกมองว่ามีสถานะต่ำกว่าไพร่ทั่วไป คือ เป็นคนไม่มีเงิน คนต้องโทษทัณฑ์ หรือคนที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจึงต้องมาเป็นทหาร ปรากฏในพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ความว่า

“…เพราะคนที่ส่งมาเป็นทหารนั้น เฉพาะแต่คนที่ไม่มีเงินเสียส่วนประการหนึ่ง คนที่เปนโทษบางอย่างประการหนึ่ง ฤๅผู้ที่เลวทรามที่สุดในพื้นเมืองนั้น คือจะทำอะไรไม่ได้เปนต้นก็มี…”

สำเนาราชหัตถเลขา 39/143 สวนดุสิต 23 เมษายน ร.ศ. 122 [1]

อีกข้อความเป็นบันทึกของ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เกี่ยวกับทหารเกณฑ์ กล่าวว่า

“คนในมณฑลอีสานซึ่งเลือกคัดส่งมารับราชการทหารอย่างทุกวันนี้ ตกอยู่ในชนชั้นเลวที่มีความผิดหรือไม่สามารถจะกระทำการอย่างอื่นได้แล้วจึงส่งมาเป็นทหาร พาให้คนทั้งหลายแลเห็นว่า ทหารเป็นบุคคลจำพวกที่เลวทรามกว่าพลเมืองสามัญ”

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไปรเวตที่ 27/1083 ศาลาว่ากลางมหาดไทย 27 เมษายน ร.ศ. 122 [2]

นอกจากไพร่ที่ถูกเกณฑ์เป็นทหารจะถูกมองว่ามีสถานะต่ำกว่าไพร่ทั่วไปแล้ว เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ไพร่ที่เป็นทหารต้องทำหน้าที่เหมือนผู้ใช้แรงงานอย่างไร้ทางเลือก เป็นเหมือนข้ารับใช้ของเจ้าขุนมูลนายที่ตนสังกัด ตอกย้ำสถานะทางสังคมอันต่ำต้อยของพวกเขา

กรมหลวงนครไชยศรี ยังเคยแสดงความเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นทหาร เพราะมองว่าทหารทำหน้าที่เหมือน “กุลี”

ด้วยเหตุนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยจึงพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นทหารมาโดยตลอดตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ดังตัวอย่างเหตุการณ์ต่อไปนี้ ก่อนการเปิดเรียนของโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2427 ซึ่งเป็นโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรโรงเรียนแรก มีข่าวลือว่าเด็กที่เข้าเรียนโรงเรียนนี้จะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร เมื่อราษฎรที่ส่งบุตรหลานมาเรียนทราบดังนั้น ต่างพากันขอถอนบุตรหลานจากการเป็นศิษย์ไปจำนวนมาก จนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศชี้แจง ความว่า

“…ที่พูดเล่าลืออย่างนี้ เป็นการไม่จริง ห้ามอย่าให้ผู้ใด พลอยตื่นเต้น เชื่อฟังคำเล่าลือนี้ เป็นอันขาด คนที่ควรจะชักเป็นทหาร ก็มีอยู่พวกหนึ่ง ต่างหาก ไม่ต้องตั้งโรงเรียนเกลี้ยกล่อมเด็ก มาเป็นทหารเลย

อนึ่ง เด็กทั้งปวงนี้ ก็ล้วนเป็นบุตรหลานไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งสิ้นด้วยกัน ถ้าจะเก็บมาเป็นทหารเสียตรง ๆ นั้น จะไม่ได้หรือ จะต้องตั้งโรงเรียน เกลี้ยกล่อมให้ลำบาก และเปลืองพระราชทรัพย์ ด้วยเหตุใด…” [3]

เหตุการณ์ต่อมาคือ คราวกบฏที่เมืองหลวงพระบาง ระหว่าง พ.ศ. 2428-2430 เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) เป็นผู้บัญชาการทหาร เหตุด้วยจำนวนรี้พลในสังกัดไม่พอทำสงคราม จึงต้องเกลี้ยกล่อมหาคนสมัครเป็นทหาร โดยให้สัญญาว่าเมื่อรับราชการทหารครบปีแล้วจะปล่อยพ้นจากการเกณฑ์เข้ารับราชการทั้งหลาย

ครั้งนั้นจึงมีชาวเมืองราชบุรีและเพชรบุรีสมัครเป็นทหารจำนวนมาก พลทหารเหล่านี้กลายเป็นกำลังหลักของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีในการยกไปปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง กระนั้น หลังจากเหตุการณ์นี้ก็ไม่มีใครสมัครเป็นทหารอีก

จะเห็นว่ารูปแบบการเกณฑ์ทหารแบบโบราณของรัฐไทยนั้นค่อนข้างละหลวมและไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ราชสำนักมีฐานกำลังน้อย อำนาจการกะเกณฑ์กระจายไปยังเจ้าขุนมูลนายที่ควบคุมไพร่ ไพร่เหล่านี้จะถูกเรียกตัวเมื่อเกิดสงคราม มาเป็นทหารทั้งที่แทบไม่เคยผ่านการฝึกฝน ว่ากันง่าย ๆ คือ เป็นชาวนาที่ถูกเรียกมาติดอาวุธนั่นเอง ทั้งอาจมีประวัติไม่ดีอันเป็นเหตุให้ไม่สามารถจ่ายเงินผ่อนผันการเกณฑ์แรงงานได้

กลายเป็นชื่อเสีย(ง) ของทหารเกณฑ์ในมุมของของราษฎรทั่วไป…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

[1] ธนัย เกตวงกต. (2560). ประวัติศาสตร์การเกณฑ์ทหารในสังคมไทย. มูลนิธิฟรีดริค แอแบร์ท (ออนไลน์)

[2] เรื่องเดียวกัน

[3] เทพชู ทับทอง. (2518). กรุงเทพฯ ในอดีต. กรุงเทพฯ : (ไม่ระบุสำนักพิมพ์)

กระทรวงแรงงาน. (ไม่ระบุปี). จาก Man สู่ Brian Power. (ออนไลน์)

อภิชาต สถิตนิรามัย. (2555).ประวัติศาสตร์ฉบับย่อว่าด้วยการเลิกทาสและไพร่สยาม. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 กันยายน 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเลี่ยงเป็นทหารของคนไทยในอดีต เหตุมอง “ทหารเกณฑ์” เป็นกลุ่มคนที่เลวทราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...