5 เทคนิคเก่งแบบ "G-DRAGON" G.O.A.T ของวงการ KPOP
เคล็ดลับความเก่งระดับตำนานของ G-Dragon
G.O.A.T.ย่อมาจาก Greatest Of All Timeแปลเป็นไทยว่า ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ถ้าถามว่าเป็นใครในวงการ KPOP ชื่อที่โผล่ขึ้นมาในใจของหลายคนก็ต้อง "G-Dragon" หรือ "GD"หรือ "ควอนจียง"จากวง BIGBANG ตัวพ่อ ตัวแด๊ด ตัวบิดาของวงการ KPOP ที่เป็น No.1 ในเรื่องของดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร การที่จะยืนหนึ่งในวงการ KPOP ตั้งแต่ Gen2 มาจนถึง Gen5 ไม่ใช่เรื่องง่าย และ G-Dragon ประสบความสำเร็จแบบนี้ได้ยังไง? พี่แพมถอดเคล็บลับมาฝาก
1. ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเป็นศิลปิน
GD เกิดมาเพื่อเป็นศิลปินอย่างแท้ทรู เพราะฉายแววมาตั้งแต่เด็กๆ เส้นทางนี้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ GD อายุ 6 ขวบ เขาก็ได้ออกรายการ TV “Bbo Bbo Bbo” และได้เป็นเมมเบอร์ของกลุ่มศิลปินเด็กชื่อว่า “Little Roo Ra” ซึ่งมาจากวงต้นแบบที่โด่งดังมากๆ ในขณะนั้นอย่าง “Roo Ra” และหลังจากที่ “Little Roo Ra” ปิดตัวไป เด็กชายจียงก็ไปแข่งเต้นที่สกีรีสอร์ทแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเขาก็ได้เป็นผู้ชนะ และบังเอิญสุดๆ ที่ “ลีซูมาน” เจ้าของค่าย SM ณ ตอนนั้น ได้เป็น MC และเห็นแววความปัง จึงชวนเด็กชายจียงมาออดิชั่นและได้เป็นเด็กฝึกของค่าย SM ตั้งแต่อายุ 8 ขวบซึ่งจียงก็ฝึกเป็นเวลานานถึง 5 ปี
หลังจากนั้นเขาก็ได้รู้จักกับดนตรีแนวฮิปฮอป จากอเมริกา Wu-Tang Clan ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาหันมาสนใจเพลงแนวฮิปฮอป หันมาฝึกแร็ปจนได้มีผลงานกับอัลบั้มโปรเจ็กต์ฮิปฮอป “2001 Korea” ด้วยเพลงที่เขียนเอง “My Age is 13” ตอนอายุ 13 ปีและถือว่าเป็นศิลปินฮิปฮอปที่เด็กที่สุดในเกาหลี และผลงานนี้ก็ไปเข้าตากรรมการ ได้ไปออดิชั่นและเป็นเด็กฝึกกับค่าย YG เรียนร้อง เต้น แร็ป อย่างหนักจนเกือบจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินดูโอ้ฮิปฮอป “GDYB” คู่กับเพื่อนรัก “แทยัง” แต่ค่ายก็เปลี่ยนแผนเพิ่มเมมเบอร์เข้ามาอีก 3 คนจนในที่สุดปี 2006 ทุกคนก็ได้รู้จักกับ G-Dragon หัวหน้าวง BIGBANG
หลังจากเดบิวต์ BIGBANG ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากถึงมากที่สุด ปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ปัง ยืนหนึ่งอยู่บทชาร์ตเพลงมาตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปัจจุบัน
2. ฝึกเขียน&แต่งเพลงทุกวันตั้งแต่อายุ 13 ปี
“My Age is 13” เป็นผลงานการแต่งเพลงเพลงแรกของ GD ที่เขียนเนื้อเองตอนอายุ 13หลังจากเข้ามาเป็นเด็กฝึกของ YG เขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเพลง และได้รับการบ้านจากหยางยอนซอก ประธานค่ายเป็นการแต่งเพลง เขาจึงแต่งเพลงทุกวันๆ ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆจนออกมาเป็นเพลงเดบิวต์ของวงอย่าง We belong together หลังจากนั้นเพลงส่วนใหญ่ของ BIGBANG ก็เป็นฝีมือของ GD ตัวอย่างเช่น Lies, Haru Haru, BANG BANG BANG, Fantastic Baby และอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากเพลงวงแล้ว GD ก็ยังแต่งเพลงและเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับตัวเอง รวมถึงศิลปินคนอื่นๆ เช่น แทยัง, 2ne1, iKon, ไอยู, BLACKPINK วงน้องใหม่ Baby Monster และศิลปินอื่นๆ อีกมากมาย ข้อมูลในปี 2023 GD เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงมากถึง 175 เพลง ซึ่งปัจจุบันก็น่าจะสร้างสรรค์ผลงานเพิ่มขึ้นอีกเพียบ
3. เป็นตัวของตัวเอง กล้าฉีกกฎแฟชั่น
ต้องยกให้ GD เป็นศิลปินที่เป็นตัวของตัวเองชัดเจนมากที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เมคอัพ สีเล็บ สีผม และทรงผม ก็ล้ำนำเทรนด์ก่อนใคร โดนเด่นจนได้เป็น ศิลปิน KPOP คนแรกที่ได้รับเชิญไป Paris Fashion Week และเป็นศิลปินเกาหลีคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง Global Brand Ambassador ของแบรนด์ CHANEL ในปี 2017แถมยังเคยติดอันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นของโลกเพราะไม่ว่าจะหยิบจับอะไรมาใส่ก็กลายเป็นเทรนด์ฮิต คนแต่งตามกันทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็น Trendsetter ตัวจริง!
และเทรนด์ล่าสุดของ GD ก็คือการใส่ผ้าโพกหัวคลุมบนหมวกเท่ๆ บวกกับเสื้อคาร์ดิแกน เสื้อคลุมเก๋ๆ คนใส่ตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง
4. ชีวิตติดเรียนรู้
ถึงแม้ว่าชีวิตการเป็น GD จะยุ่งมากแค่ไหน เขาก็ยังไม่ทิ้งการเรียน ช่วงปี 2008 เขาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Kyunghee สาขา Postmodern Music แต่ก็ต้องพักไปก่อนเพราะงานยุ่งมากจริงๆ แต่ในปี 2009 ก็เรียนอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย Gukje Cyber University สาขา Leisure Sports (กีฬาสันทนาการ) และจบปริญญาตรีในปี 2013
แค่นี้ยังไม่พอในปี 2016 ก็เรียนจบปริญญาโท สาขา Content and Retail Distribution (คอนเทนต์และการค้าปลีก) จากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของเกาหลี Sejong University
ล่าสุดในปี 2024 GD ก็เลื่อนขั้นจากพี่บัณฑิต เป็นศาสตราจารย์พิเศษ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ที่สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลีใต้ KAISTซึ่งจะเป็นอาจารย์เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ KPOP และจากประสบการณ์ในฐานะของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี
5. G-Dragon ผู้ไม่แพ้!
ตลอดระยะเวลาการเป็นศิลปินตั้งแต่ปี 2006 ถึงปัจจุบัน GD ต้องเจอกับข่าวดราม่าเข้ามากระทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำเพลง ข่าวเรื่องเดท เรื่องคดีความของสมาชิกในวง รวมถึงข่าวการใช้ยาเสพติดของตัวเอง ไม่ว่าจะโดนกระแสโจมตีแค่ไหน เขาก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทางการในการตรวจสอบทุกอย่าง และให้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ และยืนยันว่าใครคือของจริง!
เชื่อว่าเส้นทางของ GD จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ทุกคนที่มีความฝัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้มีความมุ่งมั่น และยืนหยัดในความตั้งใจของตัวเอง เป็นตัวของตัวเองให้เต็มที่วันของเราต้องมาถึงอย่างแน่นอน!
ระหว่างที่กำลังเดินตามความฝัน ก็มารับพลังดีๆ กับเพลงใหม่ล่าสุด TOO BAD กับอัลบั้ม Übermensch กันก่อนได้นะ GD ฝากบอกว่าเดี๋ยวเจอกันเร็วๆ นี้ จะใช่ "G-DRAGON 2025 WORLD TOUR (Übermensch)" ที่เมืองไทยรึเปล่าน้าาา V.I.P เก็บเงินรอเลยยยย