โตโยต้า เพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี 68 มั่นใจรับมือภาษีทรัมป์ได้ แม้ยอดขายร่วง
โตโยต้า ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไร ปี 2568 เผยมั่นใจรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ได้ แม้ยอดขายร่วง 2 ไตรมาสติด
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ปรับเพิ่มคาดการณ์z]กำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีขึ้น 9% ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของบริษัทในการรับมือกับผลกระทบจากภาษีที่ศุลกากรสหรัฐที่เกิดขึ้น
ปัจจุบัน โตโยต้า ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก คาดการณ์ผลกำไรอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านเยน (3.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุด ณ เดือนมี.ค. 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อน ที่ระดับ 4.3 ล้านล้านเยน
ในสัปดาห์ที่แล้ว โตโยต้ารายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลก อยู่ที่ระดับ 10.8 ล้านคัน ในปี 2567 โดยยังคงรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของโลกเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
โตโยต้าระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของบริษัทในการเพิ่มรายได้ด้วยการจำกัดแรงจูงใจ การปรับขึ้นราคา และการรักษาเสถียรภาพการผลิต นอกจากนี้แล้ว คาดว่าการอ่อนค่าของเงินยนจะส่งผลดีต่อผลประกอบการด้วยเช่นกัน
แม้จะมีการปรับตัวเลขดังกล่าวขึ้น แต่โตโยต้ารายงานผลกำไรต่ำกว่าที่คาดไว้ ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือเป็นการลดลงของผลกำไรเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน โดยผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดือนต.ค. ถึงเดือนธ.ค. 2567 อยู่ที่ 1.22 ล้านล้านเยน ลดลง 28% จากปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของ LSEG คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยที่ระดับ 1.42 ล้านล้านเยน
ผลกำไรของโตโยต้าในไตรมาสที่ผ่านมานั้น เป็นผลจากอุปสงค์รถยนต์ไฮบริดที่เพิ่มขึ้นในตลาดสำคัญ ๆ เช่น สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันไป โดยในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนั้น โตโยต้ารายงานรายได้จากการดำเนินงานลดลง 63% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบการเงิน เนื่องจากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น
นอกจากนี้แล้ว ผลกำไรในตลาดจีนก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์รถยนต์จีน
อ้างอิง: reuters.com