พร้อมลุย! ”ชีวาทัย“ ตั้งเป้าขายบ้านปี‘68 ทะลุ 2,000 ล้าน
วันนี้ (19 ก.พ.68) นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า ชีวาทัยเดินหน้าศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมุ่งเน้นเซ็กเมนต์ที่บริษัทถนัดและได้รับผลตอบรับที่ดี
ซึ่งตั้งแต่กลางเดือนม.ค.68 สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ทำให้บ้านและคอนโตในโปรเจ็กต์ต่างๆ เริ่มขายได้มากขึ้น โดยปี 2568 ตั้งเป้ารายได้จำนวน 2,000 ล้านบาท และมียอดขาย 2,500 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวม 949 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินธุรกิจ ชีวาทัยวางแผนการซื้อที่ดินใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,395 ล้านบาท รวมถึงมีการเจรจาเพื่อเข้าซื้อคอนโดระหว่างก่อสร้างเพื่อการรับรู้รายได้ที่เร็วขึ้นอีก 1-2 โครงการ และบริษัทยังขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income)
โดยเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับธุรกิจเดิมของบริษัท ได้แก่ ธุรกิจบ้านมือสอง ภายใต้แบรนด์ Chewa Renue และธุรกิจนิติบุคคล พร้อมศึกษาธุรกิจอื่นๆ ที่จะส่งเสริมและสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธบริษัทจะต่อยอดนโยบายด้านการขายที่ได้รับผลตอบรับที่ดี คือโปรโมชั่น “อยากซื้อต้องได้ซื้อ” ที่มาในรูปแบบของการให้บริการ financial consultant เข้าดูแลลูกค้าที่มีปัญหาด้านการจัดการเอกสารการกู้สินเชื่อ การบริหารภาระหนี้ หรือปัญหาด้านวินัยทางการเงิน จนไม่สามารถกู้ได้ ชีวาทัยจะเข้าไปดูแลให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในระยะยาวต่อเนื่องจนสามารถกู้ผ่านและโอนได้
ซึ่งจะทำให้มี backlog ส่วนหนึ่งที่อยู่กับบริษัทนานมาก บางรายมากกว่า 6 เดือน และค่อยๆปรับปรุงวินัยทางการเงินจนสามารถกู้ได้สำเร็จ นอกจากนี้ กลยุทธ์เพื่อส่งเสริมด้านการแข่งขัน จะมีการจัดโปรโมชันใหญ่ของชีวาทัย “MEGA SALES” เพื่อคืนกำไรแก่ลูกค้าตลอดปี คาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทมีแผนลดภาระหนี้หุ้นกู้รวม 470 ล้านบาท โดยปีนี้สามารถลดภาระหนี้ลงได้แล้ว 250 ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้ ภายในปี 2568 ยังตั้งเป้าจะเร่งลดหนี้ลงอย่างต่อเนื่องอีก 220 ล้านบาท” นายบุญกล่าว
นายบุญกล่าวว่า การลดภาระหนี้ลงตามแผนจะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัท และยังทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง มีสภาพคล่องทางการเงินสูงขึ้น ที่สำคัญยังจะมีผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทลดลงด้วย
ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ( ณ วันที่ 31 ธ.ค.67) มูลค่ารวม 949 ล้านบาท นอกจากรายได้ด้านการขายอสังหาริมทรัพย์เดิมของชีวาทัยแล้ว ยังเร่งสร้างรายได้จากโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง
นายบุญกล่าวว่า ด้านผลการดำเนินงานของปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,927.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันในปีก่อนจำนวน 28.79 ล้านบาท คิดเป็น 1.52% โดยเป็นรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 1,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 12.30% ส่วนรายได้จากโครงการแนวราบจำนวน 549 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 12.30%
นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากโครงการบ้านมือสองจำนวน 53 ล้านบาท และมีรายได้อื่นๆ จำนวน 112.68 ล้านบาท คิดเป็น 5.8% ของรายได้รวม ยอดขายหลัก ๆ ที่เติบโตมาจากโครงการคอนโดมิเนียมในช่วงราคา 2-4 ล้านบาท ได้แก่ โครงการชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว-โชคชัย 4 เฟส 2, โครงการชีวาทัย ปิ่นเกล้า และโครงการชีวาทัย เกษตร-นวมินทร์ ส่วนโครงการแนวราบ ทั้งโครงการทาวน์โฮม/อาคารพาณิชย์ และโครงการบ้านเดี่ยวมีการเติบโตลดลง
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้า แม้ว่าทางบริษัทจะมียอดสะสมจากการทำสัญญาเพิ่มขึ้นก็ตาม ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้า ทำให้การดำเนินงานทั้งปี บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 356.37 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากการการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนจากการลดลงของมูลค่าโครงการ