โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดสวนทาง! ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดหลุด 38,000 จุด เอสแอนด์พี 500 ปิดสูงเป็นประวัติศาสตร์ใหม่

BTimes

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 03.52 น. • BTimes.Biz

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่23 มกราคม2024 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ37,905 จุด-96 จุด หรือ-0.25% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ4,864 จุด+14 จุด หรือ+0.29% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่15,425 จุด+65 จุด หรือ+0.43% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ไม่สามารถยืนเหนือ38,000 จุดอย่างต่อเนื่องได้ หลังจากเมื่อวานนี้ปิดแตะ38,000 จุดเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นสถิติปิดสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ใหม่เป็นครั้งที่3 ตั้งแต่ต้นปีนี้ เริ่มจาก2 ม.ค. ปิดที่37,715 จุด ต่อมา19 ม.ค. ปิดที่37,864 จุด ในขณะที่เมื่อวันศุกร์ผ่านไป ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ระดับ37,933.73 จุด และยังปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ถึง2 วันติดต่อกัน

ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี500 ทำสถิติปิดสูงสุด และสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์เป็นวันที่3 ต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวันที่3 มกราคม2023 ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ4,796.56 จุด นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นดังกล่าวเคยร่วงดำดิ่งหนักถึง-25% ในเดือนตุลาคมปี2022 ส่วนดัชนีหุ้นนาสแดคยังห่างจากสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ16,057 จุด เมื่อวันที่22 พฤศจิกายน2022 และสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ16,121 จุด

สาเหตุจากแรงส่งทางจิตวิทยาในการภาวะตลาดหุ้นกระทิงของดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี500 ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ผ่านมา ยังคงมีผลให้นักลงทุนมั่นใจในภาวะการลงทุนหุ้นสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ด้านผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กล่าวว่า การผ่อนคลายหรือลดดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดอาจจะเกิดขึ้นช้ากว่าที่หลายคนประเมินไว้ การลดดอกเบี้ยระยะสั้นต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังอย่างมากถึงแม้ว่าสัญญาณเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาจะทยอยลดลงเข้าสู่เป้าหมายก็ตาม ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทันที และสูงสุดในรอบ1 เดือน นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ10 ปีพลิกลดลงในช่วงแคบๆรวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงอ่อนค่าเข่นกัน

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มไมโครชิปมีราคาพุ่งทะยานอย่างคึกคักโดยเฉพาะเอ็นวิเดีย ท่ามกลางมุมมองธุรกิจไมโครชิปได้รับการเปิดเผยว่าจะขยายตัวอย่างสูงเป็นผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ3 บริษัทเทคโนโนลยียักษ์ใหญ่ของโลก

ทั้งนึ้ ตัวชี้วัดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่เรียกว่าเฟดวอช์ท พบว่ามีโอกาสอยู่ที่43.5% จากเดิมที่80% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยดังกล่าวครั้งแรก0.25% ในเดือนมีนาคมปี2024

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...