ส่องจุดเด่น/จุดด้อยเกม Outriders จากเดโม 'เกม Looter-Shooter เลือดเดือดที่น่าติดตาม'
ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Borderlands, Destiny, Anthem, หรือ The Division ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมแนว Looter-Shooter ได้รับความนิยมมากในยุคปัจจุบันนี้ โดยผู้เข้าแข่งขันล่าสุดในเวทีเกมแนวยิงปืนกึ่ง RPG นี้ก็คือเกม Outriders จากผู้พัฒนา People Can Fly ที่เพิ่งจะปล่อยเดโม (ไม่ใช่เบต้านะ) ออกมาให้ชาวเกมได้ทดลองเล่นกันอย่างเมามันส์ในช่วงสัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา แน่นอนว่าทีมงาน GameFever ก็ได้มีโอกาสเข้าไปทดลองเล่นเกมมาแล้ว และพบว่าเกมมีความน่าสนใจหลายๆ อย่างในแง่ของระบบเกมเพลย์ ที่ดูจะปฏิเสธแนวทางหรือการออกแบบเกมที่มักจะพบเห็นได้ใน Looter-Shooter อื่นๆ ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งน่าจะกลบจุดอ่อนในสายตาของคนที่ไม่ชอบเกมแนวนี้ไปได้ไม่มากก็น้อย เราจึงอยากจะลองพูดถึงจุดเด่นต่างๆ ที่ทำให้เกม Outriders แตกต่างไปจากเกมแนวเดียวกันนี้ รวมไปถึงจุดด้อยที่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกมก่อนจะถึงวันวางจำหน่ายเกมฉบับเต็มในวันที่ 1 เมษายนนี้
หมายเหตุ: ความเห็นทั้งหมดนี้อ้างอิงมาจากเนื้อหาในเดโมเท่านั้น และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเกมฉบับจริง
จุดเด่น: การต่อสู้
หากมองแบบผิวเผิน Outriders ก็อาจจะถือได้ว่าเป็นเกมแนว Cover-based Third-Person Shooter หรือเกมยิงปืนบุคคลที่สามที่เน้นใช้ที่กำบัง คล้ายกับเกมอย่าง The Division นั่นเอง ซึ่งหากมองในแง่นี้ก็ต้องบอกว่าเกม Outriders สามารถทำเกมเพลย์การยิงปืนออกมาได้อย่าง "ใช้ได้" โดยแม้ว่าการยิงปืนจะไม่ได้น่าโดดเด่นอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ทำให้รู้สึกติดขัดหรือไม่สนุกเช่นเดียวกัน ปืนทุกกระบอกมีการตอบสนองที่น่าพอใจทั้งในแง่ของเสียงและการควบคุม แม้ว่าการออกแบบของปืนที่พบได้ในเดโมจะยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนักก็ตามที องค์ประกอบหนึ่งที่อาจจะช่วยเสริมให้การยิงปืนรู้สึกสนุกคงจะเป็นเรื่องความโหดเลือดสาดของเกม ที่น่าจะมีส่วนทำให้การยิงปืนแต่ละชนิดรู้สึกรุนแรงสะใจกว่าความเป็นจริงขึ้นมาไม่มากก็น้อย ผู้เล่นสามารถยิงหัวศัตรูให้กระจุยเป็นหมอกเลือดได้ด้วยการใช้ปืนทุกชนิด หรือกระทั่งเป่าร่างกายครึ่งบนของศัตรูให้หายไปได้เลยด้วยปืนลูกซอง ซึ่งก็ช่วยเสริมบรรยากาศของเกมได้เป็นอย่างมาก
สิ่งที่ทำให้เกมเพลย์การต่อสู้ของ Outriders ถือเป็นจุดแข็งของเกมที่สร้างความโดดเด่นให้กับเกมได้คือระบบสกิลอันดุเดือดเลือดพล่าน ซึ่งมอบความรู้สึก "ทรงพลัง" ให้กับผู้เล่นราวกับเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ตั้งแต่เลเวล 1 เลยทีเดียว แตกต่างจากเกม Looter-Shooter (หรือเกม MMORPG) อื่นๆ ที่มักจะกั๊กความทรงพลังที่ว่านี้ไว้จนถึงช่วงท้ายหรือ Endgame ซะมากกว่า โดยคลาสทั้ง 4 ที่ผู้เล่นสามารถพบได้ในเกมจะมีสกิลให้เลือกใช้อีกคลาสละ 4 สกิล (ในเกมจริงจะมีคลาสละ 8) ซึ่งสามารถผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อล้างบางเหล่าศัตรูตัวน้อยในฉากได้ในแบบที่ไม่เหมือนเกม Looter-Shooter อื่นเลย ที่สำคัญคือแม่ว่าแต่ละคลาสจะมีเอกลักษณ์และแนวทางการเล่นที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ยังคงความสมดุลให้ไม่มีคลาสใดคลาสหนึ่งโดดเด่นกว่าคลาสอื่นได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคลาส Pyromancer ที่ใช้สกิลธาตุไฟแผดเผาศัตรูทีละเป็นกลุ่ม หรือคลาส Devastator ที่เน้นการป้องกันความเสียหายเพื่อให้เราสามารถบู๊ต่อได้เรื่อยๆ ทุกคลาสล้วนมีตัวตนที่ชัดเจนที่มอบความรู้สึกสะใจในการเล่นได้ในวิธีที่ต่างกัน
หากให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ในช่วงที่ทดลองเล่นเป็นคลาส Trickster ผู้เขียนสามารถใช้สกิลเพื่อวาร์ปข้ามด่านไปโผล่ด้านหลังศัตรูกลุ่มหนึ่ง และใช้อีกสกิลเพื่อเรียกดาบพลังออกมาฟันศัตรูทั้งกลุ่มจนตัวเละเป็นกองเนื้อได้ในพริบตา ก่อนที่จะเปิดโดมชะลอการเคลื่อนที่ของศัตรูและกระสุนรอบๆ ตัวเพื่อหาจังหวะหลบเข้าที่กำบังและรอให้สกิลคูลดาวน์เสร็จได้ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงชั่วโมงแรกของเกมเลย แถมสกิลในเกมนี้ยังคูลดาวน์ค่อนข้างไว บวกกับระบบการฟื้นฟูพลังชีวิตที่มักผลักผู้เล่นให้ต้องออกไปสู้กับศัตรูอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เขียนสามารถใช้คอมโบสกิลนี้ในการฆ่าศัตรูทั้งกลุ่มได้เรื่อยๆ ราวกับเป็นยอดมนุษย์ตั้งแต่ในภารกิจแรกๆ ของเกม ซึ่งเกมดูจะออกแบบมาให้เราใช้สกิลเหล่านี้เป็นหลักยิ่งกว่าการใช้อาวุธปืนซะอีก
กล่าวโดยสรุป ในขณะที่เกม Looter-Shooter ทั่วไปมักจะเก็บของเด็ดๆ ไปไว้ช่วงท้ายเกม Outriders ดูจะตั้งให้ผู้เล่นได้สัมผัสถึงระดับพลังอันเว่อร์วังของตัวละครได้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องพึ่งพาไอเทมระดับ Endgame เลยแม้แต่น้อย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดอ่อนของเกม Looter-Shooter ตลอดมา
จุดเด่น: ไอเทมและ Build ตัวละคร
ในหมู่คนที่ชื่นชอบการเล่นเกมแนว Looter-Shooter (หรือ MMO) เป็นอันรู้กันอยู่ว่า "เกมจริงๆ จะเริ่มในช่วงท้ายเกม" หลังจากที่จบเนื้อเรื่องหรือเลเวลตันไปแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้เล่นจะเริ่มปั้นตัวละครไปตามสายที่เราอยากเล่นด้วยการฟาร์มหาไอเทมระดับสูงที่มีความสามารถและคุณสมบัติพิเศษตามที่เราต้องการ โดยจุดนี้เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ Outriders แตกต่างจากเกมอื่นๆ ชัดเจน เพราะเกมจะเปิดให้ผู้เล่นสามารถปั้น Build ของตัวละครได้ในระดับหนึ่งตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของเกมเลยทีเดียว เพราะแม้แต่ไอเทมระดับต่ำก็ยังสามารถเสริมหรือกระทั่งเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวละครไปได้อย่างมีนัยยะสำคัญ (ยังไม่นับรวมไอเทมระดับ Legendary ที่สามารถดรอปได้ตั้งแต่เลเวลต้นๆ ด้วย)
จากการเล่นของผู้เขียน หลังจากที่เล่นเกมไปได้เพียง 2-3 ชั่วโมงผู้เขียนก็เริ่มได้ไอเทมที่ส่งผลต่อสกิลของตัวละครอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะที่ทำให้ปล่อยสกิลซ้ำได้สองรอบก่อนจะคูลดาวน์ หรือปืนที่มีกระสุนพิเศษซึ่งสามารถทำคอมโบกับสกิลของเราได้ ถึงขนาดที่ว่าในหลายๆ จังหวะผู้เขียนเลือกที่จะใช้ปืนที่มี Gear Score ต่ำกว่าเพียงเพราะมันมี Perk ที่เข้ากับสไตล์การเล่น ซึ่งในเกมอื่นๆ อย่าง Destiny หรือ The Division ที่เน้นการเพิ่มแต้ม Gear Score ให้เข้าถึงคอนเทนต์ระดับ Endgame ให้เร็วที่สุดคงไม่ค่อยมีจังหวะแบบนี้บ่อยนักในชั่วโมงแรกๆ ของเกม
จุดเด่น: A.I. ศัตรู
อีกหนึ่งจุดอ่อนที่หลายๆ คนมักยกขึ้นมาเมื่อพูดถึงเกม Looter-Shooter คือ A.I. ของศัตรูที่มักจะไม่ค่อยฉลาด ทำให้เกมต้องเพิ่มความท้าทายเข้าไปด้วยการปรับระดับพลังของศัตรูจนเว่อร์วัง หรือเป็นฟองน้ำดูดกระสุนไปซะเลย จากการเล่นในเดโมเกม Outriders พบว่าแม้ศัตรูบางตัวจะยังมีความรู้สึกถึกทนเกินพอดีไปบ้าง แต่ก็ยังมีคุณสมบัติบางประการที่ทำให้รู้สึกว่า "ฉลาด" กว่า A.I. ของเกมแนวเดียวกันหลายๆ เกม เช่นการแยกกันเป็นกลุ่มๆ เพื่อตีโอบผู้เล่น หรือการระดมยิงใส่ผู้เล่นอย่างหนักหน่วงเพื่อกดดันไม่ให้ออกจากที่กำบังได้ง่ายๆ เป็นต้น นอกจากนี้ A.I. ศัตรูยังมักจะเคลื่อนที่ไปมาเพื่อเปลี่ยนจุดกำบังตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นเองจำเป็นต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลาเช่นกันเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนล้อมจากทุกทิศทาง โดยการออกแบบศัตรูเช่นนี้ก็เกื้อหนุนกับเกมเพลย์แบบบู๊สุดตัวของเกมได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ศัตรูที่พบในเดโมส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ แทบทั้งสิ้น ยังไม่รู้ว่าถ้าเป็นศัตรูชนิดเอเลี่ยนหรือพวกมีพลังพิเศษ (Altered) จะมี A.I. แบบไหน
จุดเด่น: ความเอาใจใส่เนื้อเรื่อง
อันนี้จริงๆ อาจจะถือว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อเทียบกับเกมสาย Looter-Shooter อื่นๆ แล้ว ต้องบอกว่า Outriders ดูจะให้ความสำคัญกับการเล่าเนื้อเรื่องของตัวเองมากกว่าหลายเกมที่ผ่านมา เกมมีคัตซีนที่เล่าเนื้อเรื่องอย่างตรงไปตรงมาให้ติดตามกันตลอด ส่งผลให้เกมมอบความรู้สึกคล้ายกับเกม Action RPG มากกว่าเกมที่เน้นออนไลน์อื่นๆ เช่น Destiny หรือ The Division ที่มักให้ผู้เล่นไปติดตามศึกษาเนื้อเรื่องเอาเองจากการอ่าน Log ในเกมมากกว่า
แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อการเล่นเกมโดยตรงนัก แต่การมีเนื้อเรื่องให้ติดตามก็ถือเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่อาจจะช่วยเสริมให้เกมมีความน่าติดตามมากขึ้น แทนที่จะเน้นการเล่นเพื่ออัปตัวละครเพียงอย่างเดียว โดยจุดนี้น่าจะทำให้คนที่ชอบเล่นเกมคนเดียวสามารถสนุกกับเกมได้มากขึ้นด้วย
จุดด้อย: เนื้อเรื่องและคัตซีน
ทั้งนี้ แม้ว่าการที่เกมจะให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องจะเป็นข้อดี แต่สำหรับผู้เขียนยังรู้สึกว่าตัวเนื้อเรื่องเองยังไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น อย่างน้อยก็วัดจากช่วงต้นๆ เกมที่ยังไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่ ที่สำคัญคือฉากคัตซีนและโมเดลตัวละครในเกมมีความแข็งราวกับหุ่นยนตร์ แถมเฟรมเรตในคัตซีนยังถูกล๊อคเอาไว้ที่ 30 FPS กระทั่งบนเครื่อง PS5 ที่ผู้เขียนใช้เล่น ทั่งที่ฉากเกมเพลย์ที่น่าจะกินแรงเครื่องมากกว่ากลับสามารถเล่นได้ที่ 60 FPS ลื่นๆ ซะอย่างนั้น ที่สำคัญที่สุดคือมุมกล้องในฉากคัตซีนของเกมมักจะมีความสั่นไหวตลอดเวลา เหมือนวิดีโอที่ถ่ายโดยตากล้องมือสั่น ส่งผลให้การดูฉากคัตซีนบางฉากทำให้รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเลย หวังว่าผู้พัฒนาจะสามารถปรับแก้จุดนี้ได้ก่อนที่เกมจะวางจำหน่ายจริง ไม่งั้นผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะกดข้ามคัตซีนกันหมดแน่นอน
จุดด้อย: กราฟิก
เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่คงไม่ได้มีผลอะไรต่อเกมเพลย์นักในภาพรวม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากราฟิกในเกม Outriders (อย่างน้อยก็ในเดโม) อาจจะยังไม่ได้สวยงามถึงขนาดที่จะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นเกม 'Next-Gen' แม้ว่าเอนจิ้น Unreal Engine 4 ที่เกมใช้จะไม่ได้มีปัญหาที่มองเห็นได้ชัดเจนนักในระดับผิวเผิน โดยเฉพาะในฉากต่อสู้ที่มีความเร็วสูง แต่เมื่อไม่ได้ต่อสู้อยู่ก็พบว่าพื้นผิวสิ่งของในเกมยังมีความรู้สึกแข็งๆ เหมือนดินน้ำมันอยู่พอสมควร โดยสามารถสังเกติได้ชัดเจนที่สุดจากโมเดลตัวละครของผู้เล่น ที่นอกจากจะแสดงสีหน้าได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินักเมื่อเทียบกับเกมสมัยใหม่หลายๆ เกม เสื้อผ้าที่ตัวละครสวมใส่ยังมักจะแสดงบั๊คกราฟิกเล็กน้อยตลอดเวลาเช่นการที่ขาของตัวละคร Clipping ทะลุเสื้อคลุมยาวที่สวมใส่ทุกครั้งที่ยกขาเดินเป็นต้น ทำให้เกมรู้สึก "เก่า" กว่าที่ควรจะเป็นในหลายๆ จังหวะ จนพูดได้ว่าถ้าตัดเรื่องแสงเงาที่ทันสมัยของเกมออกไป ก็แทบจะเหมือนเกมที่วางจำหน่ายช่วงต้นยุค PS4 ด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นไปได้สูงว่าผู้พัฒนา People Can Fly อาจตัดสินใจเลือกใช้คุณภาพกราฟิกที่ต่ำลงเพื่อรักษาเกมเพลย์แบบ 60 FPS ของเกมเอาไว้ และก็ยังพอมีองค์ประกอบด้านกราฟิกที่เกมยังทำได้ดีอยู่ในเรื่องของเอฟเฟกต์อนุภาคหรือ Particle Effect จากการใช้สกิล รวมไปถึงในเอฟเฟกต์พลังงานชนิดต่างๆ ในเห็นได้ในบางฉาก ซึ่งในหลายจังหวะก็ช่วยกลบจุดอ่อนในเรื่องของกราฟิกพื้นผิวไปได้พอสมควร
สรุป
แม้ว่าองค์ประกอบอื่นๆ ของเกม Outriders อาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรนักในตอนนี้ แต่สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับเกมเพลย์แบบเน้นๆ น่าจะพอใจกับสิ่งที่เกมพยายามจะนำเสนอ ด้วยระบบต่อสู้และพัฒนาตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อกลบจุดอ่อนของเกมแนว Looter-Shooter โดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสนุกกับเกมได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มไปจนถึงระดับ Endgame เลย และถ้าดูจากข้อมูลที่ผู้พัฒนาเปิดเผยมาตลอดก็มั่นใจได้เช่นกันว่าช่วง Endgame ของ Outriders จะมีอะไรมาท้าทายผู้เล่นไม่แพ้เกม Looter-Shooter อื่นๆ อย่างแน่นอน
Outriders จะวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายนนี้สำหรับ PS4/5,Xbox One/Series,PC, และ Google Stadia