โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล่องเรือช่องแคบ 2 ทวีป ชมความงามอิสตันบูล ฟังประวัติศาสตร์เมืองหลวง 3 จักรวรรดิ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.พ. 2566 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 13.21 น.

ท้องฟ้าสีเทา : เรื่อง-ภาพ

จักรวรรดิโรมันตะวันออก จักรวรรดิไบแซนไทน์ จักรวรรดิออตโตมัน กรุงคอนสแตนติโนเปิล คำเหล่านี้คุ้นหูมาจากการเรียนประวัติศาสตร์โลกและประวัติศาสตร์ตะวันตก แต่ผู้เขียนเองจำความสัมพันธ์ของคำเหล่านี้แทบไม่ได้ จนกระทั่งได้ไปเยือนอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในช่วงปลายปี 2019 ก่อนที่โลกของเราจะได้รู้จักกับเจ้าไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

ผ่านมาปีกว่าแล้ว สถานการณ์โรคระบาดยังไม่คลี่คลาย ดังนั้น เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจึงอยากเขียนคอนเทนต์ #throwback และ #เที่ยวทิพย์ พาย้อนกลับไปเที่ยวอิสตันบูลในวันที่โรคระบาดยังไม่มาเยือนพวกเรา

อิสตันบูล มหานคร 2 ทวีป เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งด้านภูมิศาสตร์ทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นเพียงเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป และด้านประวัติศาสตร์ก็โดดเด่นมากเพราะพื้นที่อิสตันบูลเคยเป็นเมืองหลวงของ 3 จักรวรรดิสำคัญในประวัติศาสตร์โลกที่กล่าวถึงในย่อหน้าแรก

นอกจากการไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ประวัติศาสตร์อิสตันบูล (Historic Areas of Istanbul) ซึ่งได้เขียนไปแล้วในตอนที่แล้ว ตอนนี้เราจะมาโฟกัสภาพไปที่กิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนอิสตันบูล นั่นก็คือการล่องเรือในช่องแคบบอสฟอรัส ชมความสวยงาม 2 ฟากฝั่ง และฟังข้อมูลจากไกด์ที่เล่าให้เราฟังทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการท่องเที่ยว

ช่องแคบบอสฟอรัส หรือช่องแคบอิสตันบูล เป็นช่องแคบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เชื่อมระหว่างทะเลดำกับทะเลมาร์มะรา มีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ความเป็นเมืองบริเวณริมช่องแคบบอสฟอรัสมีมาต่อเนื่องยาวนาน

“ฝั่งซ้ายมือของเราเป็นฝั่งทวีปยุโรป และฝั่งขวามือเป็นทวีปเอเชียนะครับ” ข้อมูลพื้นฐานที่ไกด์ท้องถิ่นบอกระหว่างที่เรือล่องในช่องแคบจากทางที่ใกล้ทะเลมาร์มะราขึ้นไปทางทะเลดำ และมีข้อมูลอีกมากมายที่เขาเล่าให้ฟังพร้อมชี้ให้ดูสถานที่สำคัญที่ตั้งตระหง่านอยู่บนฝั่ง

อิสตันบูลมีชื่อในอดีตว่า กรุงคอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์โลกมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1,700 ปี

นอกจากชื่อ “คอนสแตนติโนเปิล” แล้ว เมืองนี้มีชื่ออื่น ๆ หลายชื่อ จากชื่อดั้งเดิมว่า ไบแซนเทียน (Byzantian) เป็นเมืองหนึ่งของกรีกก่อนที่จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช (Constantine I The Great) แห่งโรมันจะย้ายเมืองหลวงจากกรุงโรมมาอยู่ที่เมืองนี้

ปี ค.ศ. 324-330 จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราชก่อสร้างมหานครโรมใหม่บนพื้นที่เมืองไบแซนเทียน แล้วเรียกชื่อใหม่ว่า โนวา โรมา (Nova Roma) ซึ่งแปลว่า “โรมใหม่” หลังจากที่จักรพรรดิคอนสแตนตินสวรรคตเมืองนี้ถูกเรียกว่า โรมา คอนสแตนติโนโปลิตานา (Roma Constantinopolitana) แปลว่า “เมืองของคอนสแตนติน” และมีชื่อที่สั้นกว่านั้นว่า คอนสแตนติโนเปิล เป็นชื่อหลักที่ผู้คนเรียกกันมาอย่างยาวนาน

คอนสแตนติโนเปิลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกตั้งแต่เริ่มสถาปนาเรื่อยมาตลอดยุคกลาง (ศตวรรษที่ 5-15) และจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่

ถึงแม้ว่าเป็นเมืองของจักรวรรดิโรมัน แต่ชาวกรีกในพื้นที่ก็อยู่อาศัยร่วมกัน เมืองจึงมีการผสมผสานความเป็นโรมันและกรีก พูดได้ว่าอิสตันบูลนี่เป็นดินแดนแห่งความผสมผสานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

คอนสแตนติโนเปิลมีสถานะเป็นเมืองหลวงของโรมันอยู่ไม่นาน จักรวรรดิโรมันก็แยกกันเป็นโรมันตะวันตกและโรมันตะวันออก แล้วต่อมาก็แยกขาดกันมีกษัตริย์ของใครของมันในปี ค.ศ. 395 คอนสแตนติโนเปิลจึงมีสถานะเป็นเมืองหลวงของโรมันตะวันออกเท่านั้น

หลังจากแยกกันแล้วโรมันตะวันตกเสื่อมลงอย่างหนักจนล่มสลายไป สวนทางกับโรมันตะวันออกรุ่งเรืองขึ้น โรมันตะวันออกรับเอาวัฒนธรรมกรีกมากขึ้น ๆ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ซึ่งมาจากชื่อเมืองดั้งเดิมของพื้นที่นี้ว่า จักรวรรดิไบแซนไทน์ ส่วนกรุงคอนสแตนติโนเปิลยังถูกใช้เป็นชื่อเมืองหลวงต่อไป

หลักฐานความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองของกรุงคอนสแตนติโนเปิลในยุคจักรวรรดิไบแซนไทน์ก็คือ วิหารเซนต์โซเฟีย หรืออาเยียโซเฟีย (Hagia Sophia) วิหารยอดโดมขนาดใหญ่ที่สร้างสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในช่วงปี ค.ศ. 532-537 ซึ่งวิหารแห่งนี้มีสถานะเป็นโบสถ์คริสต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศาสนจักรออร์ทอดอกซ์

จักรวรรดิไบแซนไทน์เสื่อมอำนาจและเผชิญการรุกรานจากอาณาจักรอื่นที่หมายปองดินแดนทองแห่งนี้ จนในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้แก่จักรวรรดิออตโตมันของชาวเติร์กในปี ค.ศ. 1453 โดยการนำของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2

สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ฉลองชัยชนะโดยสั่งให้เปลี่ยนวิหารเซนต์โซเฟียจากโบสถ์คริสต์เป็นมัสยิดของชาวมุสลิม ลบความเป็นคริสต์เติมความเป็นอิสลามโดยการสร้างหอคอย 4 ทิศ ฉาบปูนทับส่วนประกอบที่แสดงความเป็นคริสต์เอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่วิหารแห่งนี้ยิ่งใหญ่มหึมาแต่ดูไม่สวยงามประณีต ก็ยังดีที่ในยุคหลังจากก่อตั้งตุรกีมีการกะเทาะปูนที่ฉาบทับส่วนที่สำคัญออก เผยให้เห็นความเป็นคริสต์ในยุคไบแซนไทน์ ไฮไลต์ก็คือภาพพระเยซูบนพื้นหลังสีทองอร่ามที่ใครไปเห็นก็ต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

หลังจากนั้น ก็สั่งให้สร้าง มัสยิดสีฟ้า (Blue Mosque) ขึ้นมาบริเวณตรงข้ามกับวิหารเซนต์โซเฟีย โดยสร้างให้ยิ่งใหญ่กว่า และสวยงามกว่า เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ

จักรวรรดิออตโตมันผ่านยุครุ่งเรืองและเดินทางเข้ามาใกล้ยุคสมัยปัจจุบันโดยเผชิญกับสงครามรอบด้าน ในศตวรรษที่ 19 ออตโตมันได้รับฉายาว่า “คนป่วยแห่งยุโรป” แล้วในที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ออตโตมันซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ถูกล้มล้างไป และตามมาด้วยการก่อตั้งประเทศตุรกีในปี 1923 เมืองคอนสแตนติโนเปิลก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอิสตันบูลนับแต่นั้นมา

นี่คือเรื่องราวอันยาวนานในดินแดนประวัติศาสตร์แห่งนี้ที่สรุปย่อแล้วก็ยังยาวมาก แต่การได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ขณะที่ตัวเราอยู่บนเรือที่ล่องไปในช่องแคบ ผ่านสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่เชิญชวนให้มองตลอดเส้นทาง พร้อมรับลมเย็น ๆ ที่พัดมาปะทะร่างกาย และได้ทักทายฝูงนางนวลที่บินโฉบไปโฉบมาอย่างเพลิดเพลิน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...