โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง.แจงผลสอบ เน็ตประชารัฐ ไม่คุ้ม 13,000 ล้าน แถมเชื่อมต่อยังไม่ได้

Khaosod

อัพเดต 02 ก.ค. 2563 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 10.15 น.
สตง.แจงผลสอบ เน็ตประชารัฐ ไม่คุ้มงบ 13,000 ล้าน แถมเชื่อมต่อยังไม่ได้

สตง.แจงผลสอบ เน็ตประชารัฐ ไม่คุ้มงบ 13,000 ล้าน แถมเชื่อมต่อยังไม่ได้ ไม่สะท้อนความสำเร็จการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ

วันที่ 2 ก.ค. นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ตามที่ครม.เห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมอบหมายให้บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ภายใต้วงเงินงบประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศอื่น โดยทุกคนเข้าถึงได้ (Accessible) มีความพร้อมใช้ (Available) และอยู่ในราคาที่จ่ายได้ (Affordable) มีขอบเขตการดำเนินงาน อาทิ การจัดให้มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง

การกำหนดให้มีการสำรวจและออกแบบจุดให้บริการ Free Wi-Fi ให้สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้โดยสะดวกและเหมาะสมอย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 จุด โดยให้บริการที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 30 Mbps/10Mbps (Download/Upload) และจัดทำแผนสนับสนุนการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ

โครงการเน็ตประชารัฐดำเนินการวางโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) และจัดให้มีจุดให้บริการ Free Wi-Fi แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.2560 และดำเนินการตามแผนสนับสนุนการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ตั้งแต่เดือนพ.ย.2560 – ก.พ.2562 ซึ่งกำหนดกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม ได้แก่ การสร้างการรับรู้ในการใช้ประโยชน์โครงข่ายและส่งเสริมการใช้งานแก่ประชาชน การตรวจสอบติดตามและประเมินทรัพย์สินโครงการ การสนับสนุนภารกิจด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ

จากการตรวจสอบมีข้อตรวจพบ ปรากฏสาระสำคัญ คือ 1.ยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกับประชาชน ภายหลังจากการดำเนินการวางโครงข่ายแล้วเสร็จ ซึ่งโครงการกำหนดให้การออกแบบและติดตั้งโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงจะต้องมีลักษณะทางกายภาพเป็นโครงข่ายแบบเปิด ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการอื่นได้โดยสะดวก เพื่อให้เกิดการบูรณาการการใช้ทรัพยากรสื่อสาร ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการลงทุน สามารถให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง

จากการตรวจสอบพบว่า โครงการเน็ตประชารัฐยังไม่สามารถเปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเข้ามาเชื่อมต่อโครงข่าย เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกับประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย หลังจากวางโครงข่ายแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธ.ค.2560

ทั้งนี้ในการจัดให้เชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิด ซึ่งเป็นการเปิดให้เอกชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐเพื่อการพาณิชย์ ยังไม่ประกาศใช้แนวทาง หลักเกณฑ์การให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิดของโครงการเน็ตประชารัฐ จึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ อาทิ เกิดการใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนจำนวนมากถึง 9,848.56 ล้านบาท และประชาชนเสียโอกาสในการมีทางเลือกในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่เหมาะสมในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

รวมทั้งการดำเนินโครงการอาจจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย ในการเข้าถึงโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ผลการดำเนินงานของโครงการ อาจยังไม่สามารถสนับสนุนนโยบายและแผนระดับชาติ ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดเป้าหมายให้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกหมู่บ้านทั่วประเทศเป็นฐานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ สามารถใช้ประโยชน์ตามหลักการโครงข่ายแบบเปิด และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐได้ตามวัตถุประสงค์ จึงเสนอแนะให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาดำเนินการ เปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถเข้าเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำหนดโดยเร็ว

รวมทั้งให้เร่งดำเนินการจัดทำรายละเอียดประกอบการจัดทำสัญญาการใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐ เช่น ข้อเสนอทางเทคนิค อัตราผลตอบแทน ที่เป็นส่วนประกอบในสัญญา เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม สามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อให้บริการประชาชนในเชิงพาณิชย์ได้โดยเร็ว

2.การตรวจสอบและติดตามการใช้ทรัพย์สินของโครงการเน็ตประชารัฐ ยังไม่รัดกุมเพียงพอ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ศูนย์ขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับผิดชอบตรวจสอบหรือติดตามการใช้ประโยชน์จากโครงการ โดยติดตามการใช้งานโครงข่ายเน็ตประชารัฐจากศูนย์บริหารจัดการโครงข่าย (Network Operation Center : NOC) และสามารถติดตามผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วย

ผลการตรวจสอบพบว่า ยังไม่สามารถควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้บริการโครงข่ายแบบเปิด ส่งผลกระทบให้มีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมบางราย นำโครงข่ายดังกล่าว ไปใช้งานโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในฐานะเจ้าของโครงข่าย ซึ่งเป็นทรัพย์สินของราชการ และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงกำหนด ส่งผลให้รัฐไม่ได้รับสิทธิหรือผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ

สตง. จึงเสนอแนะให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาดำเนินการตรวจสอบติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิดทั้งหมด หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม แล้วทำให้รัฐไม่ได้รับสิทธิหรือผลประโยชน์ที่รัฐควรได้รับให้ดำเนินการตามสมควรแก่กรณี รวมทั้งให้กำหนดหลักเกณฑ์ แนวทาง หรือคู่มือสำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ติดตามการใช้งานโครงข่ายเน็ตประชารัฐตามแผนบริหารจัดการให้เป็นปัจจุบันอย่างเข้มงวดและเพียงพอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ณ ช่วงเวลาที่มีการเปิดใช้โครงข่ายแล้ว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลักษณะการใช้อินเตอร์เน็ตของประชาชนในพื้นที่เป้าหมายทั้งจากจุดให้บริการ Free Wi - Fi ของโครงการเน็ตประชารัฐ และจากแหล่งอื่นๆ พบว่ายังไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายมีการใช้ประโยชน์จุดให้บริการ Free Wi-Fi จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ และการใช้อินเตอร์เน็ตของประชาชนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการที่กำหนดไว้

สตง.จึงเสนอแนะให้พิจารณาดำเนินการทบทวนแนวทางส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐว่า ยังมีความจำเป็นต้องสนับสนุนหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีความจำเป็น ให้เลือกแนวทางจัดอบรม โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าร่วมอบรมในแต่ละพื้นที่ และควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้มีความชัดเจน โดยการกำหนดแนวทางการพิจารณาปรับรูปแบบให้สอดคล้อง ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และหากจะมีการดำเนินโครงการในลักษณะที่ต้องมีการกำหนดหรือคัดเลือกจุด พื้นที่ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ของประชาชนจำนวนมาก

โครงการลักษณะดังกล่าวควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของการพิจารณาจุดหรือพื้นที่ดำเนินการให้ชัดเจนโดยให้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกจุดติดตั้งที่เหมาะสม สอดคล้องตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...