โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังเปิดกว้างเข้าถึงซอฟต์โลน ไฟเขียว "โรงรับจำนำรัฐ-ลีสซิ่ง" แบ่งโควตา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. 2563 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 10.32 น.

คลังเปิดทาง “โรงรับจำนำรัฐบาล-ลีสซิ่ง” เข้าถึงโควตาซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาท กู้ได้ดอกเบี้ยต่ำ 0.01% นำไปปล่อยกู้ลูกค้าต่อ 2% “อุตตม” หนุนสำนักงานธนานุเคราะห์มีเงินทุนไว้รับมือเปิดเทอม ด้าน “โฆษกคลัง” แจงเร่งเคลียร์โควตาตามขนาดพอร์ต-จำนวนลูกค้าที่มีปัญหา หวังช่วยแก้ปัญหาตรงจุด ยันพร้อมเพิ่มวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท หากไม่เพียงพอ

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้น ไม่เพียงแต่ธนาคารเท่านั้นที่สามารถใช้วงเงินดังกล่าวได้ แต่ในส่วนของสำนักงานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) ในกำกับของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินซอฟต์โลนนี้ได้ เนื่องจากต้องเตรียมเงินทุนไว้รองรับการให้บริการประชาชนในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะถึงนี้ด้วย

“เราร่วมมือกับ พม. โดยในส่วนของสถานธนานุเคราะห์ เราก็ให้มาใช้เงินซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาทได้ด้วย เพราะเขาก็มีคนไปใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องเตรียมเงินทุนไว้รองรับเปิดเทอม” นายอุตตมกล่าว

นายอุตตมกล่าวอีกว่า การดำเนินการเรื่องซอฟต์โลนนี้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการผ่อนคลายเกณฑ์ให้กับสถาบันการเงิน ทำให้กล้าปล่อยสินเชื่อในอัตราที่ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบการกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการของสำนักงานธนานุเคราะห์ ประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 500 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับธุรกรรมการรับจำนำของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประกันการขาดสภาพคล่องทางการเงินที่อาจส่งผลต่อการให้บริการประชาชน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2563 จะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 1.38 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2562 ประมาณ 40,000 ราย จำนวนเงินรับจำนำประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 588 ล้านบาท

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า สำหรับวงเงินซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาทนั้น ธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% และธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยกู้ต่อให้ลูกค้า คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ในช่วง 2 ปีแรก วงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะเป็นผู้แบ่งโควตาสินเชื่อในโครงการนี้อีกที

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาโควตาการใช้วงเงินซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเม็ดเงินลงไปแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด โดยครั้งนี้จะไม่จัดสรรแบบใครมาก่อนได้ก่อน (first come first serve) เหมือนในอดีต แต่จะพิจารณาตามขนาดพอร์ตลูกค้าของแต่ละสถาบันการเงิน และประเมินว่าแต่ละแบงก์ต้องใช้วงเงินระดับใด

“รอบนี้ เราจะจัดสรรโควตาตามขนาดของพอร์ต ขนาดของปัญหา จะไม่ได้ให้แบบ first come first serve ซึ่งจะพยายามสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายลวรณกล่าว

ทั้งนี้ การจัดสรรวงเงินซอฟต์โลนรอบนี้ ค่อนข้างจะเปิดกว้าง โดยไม่ได้ให้เฉพาะแบงก์เท่านั้น แต่สำนักงานธนานุเคราะห์ก็สามารถขอรับการจัดสรรวงเงินได้ รวมถึงกระทรวงการคลังยังมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง) ที่จะเปิดให้เข้ามาขอใช้วงเงินได้ด้วย

“รอบนี้ ถ้าจัดสรรไปแล้ว ผ่านไป 2-3 เดือน แบงก์ไหนไม่พอ หรือแบงก์ไหนใช้ไม่ได้ตามเป้า เราก็จะเกลี่ยโควตากันใหม่ รวมถึงหากวงเงิน 1.5 แสนล้านบาทไม่เพียงพอ ก็จะพิจารณาเสนอให้มีการขยายวงเงินก่อนที่วงเงินจะหมดด้วย” นายลวรณกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...