โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กาแฟไทยหอมหวล “Louisa Coffee” น้องใหม่จากไต้หวัน ท้าชิง “สมรภูมิ” 1.7 หมื่นล้าน

Positioningmag

อัพเดต 07 มี.ค. 2562 เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2562 เวลา 12.54 น.

ใครๆ ก็รู้ว่า“สมรภูมิร้านกาแฟ” ในเมืองไทยดุเดือดเลือดพล่านมากแค่ไหน มีตั้งแต่รถเข็นข้างทางแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ต่างแข่งขันยึดหัวหาดในทุกพื้นที่ขายกันตั้งแต่แก้วหลักสิบไปจนถึงหลักพันก็มี จากการประเมินของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารคาดธุรกิจกาแฟปี2019 มีมูลค่ากว่า 25,860 ล้านบาทเติบโตจากปี2018 ที่มีมูลค่า 23,470 ล้านบาท

ในขณะที่ข้อมูลจากสมาคมกาแฟไทย/สมาพันธ์กาแฟอาเซียน พบว่า ตลาดร้านกาแฟในไทยมีมูลค่าตลาดรวม 17,000 ล้านบาทแบ่งเป็นทั่วไป 9,000 ล้านบาทและพรีเมียม 8,000 ล้านบาท แม้การแข่งขันจะร้อนแรงมากแค่ไหน แต่ต้องบอกว่าตลาดไทยยังมีความน่าสนใจตรงที่คนไทยบริโภคกาแฟมากขึ้นทุกปีปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 แก้ว/คน/ปีคาดภายในระยะเวลา5 ปี(2018 - 2022) จะเติบโตขึ้นกว่า3 เท่าตัว

แต่ถึงจะเติบโตก็ตามคนไทยยังมีอัตราการบริโภคที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับคนไต้หวันเฉลี่ย130-140 แก้ว/คน/ปีหรือคนเกาหลีใต้ 500 แก้ว/คน/ปียิ่งไปกว่านั้นเทียบไม่ได้กับชาวยุโรปที่ชอบกินกาแฟเป็นชีวิตจิตใจมีอัตราการบริโภคไม่น้อยกว่า 1,000 แก้ว/คน/ปี นี่เองกลายเป็นเหตุผลที่“น้องใหม่” อยากเข้ามาช่วงชิงตลาด

“Louisa Coffee” (หลุยซ่าคอฟฟี่) ร้านกาแฟพรีเมี่ยมสัญชาติไต้หวันคือ แบรนด์ล่าสุดที่เข้ามาชิงเค้กก้อนนี้Louisa Coffee มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี2006 ที่กรุงไทเปด้วยความหลงไหลในกาแฟของคริส ฮวงซึ่งสนใจตั้งแต่ที่พี่สาวนำเมล็ดกาแฟเข้ามาบดและชงกินในบ้านก่อนที่จะไปศึกษาอย่างจริงจังผ่านมาทำงานในร้านกาแฟต่างๆรวมไปถึงสตาร์บัคส์ด้วย

ตั้งแต่ปี2006 - 2011 มีจำนวนสาขาทั้งหมดราว50-60 สาขาก่อนที่ในปี2011 จะเริ่มเปิดเป็นแฟรนไชส์เริ่มจากคนรู้กันก่อนขยายไปถึงผู้สนใจอื่นๆ จนวันนี้มีสาขา 450 สาขาในไต้หวัน ส่วนใหญ่ 80% เป็นของแฟรนไชส์ มีเพียง 20% ที่ลงทุนเอง โดยกลายเป็น“เชนร้านกาแฟ” ที่ใหญ่ที่สุด ฝาการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ต่างๆ เป็นหมื่นแบรนด์ และแซงหน้าสตาร์บัคส์ในแง่ของจำนวนร้านซึ่งเข้าไปในไต้หวันก่อน 10 กว่าปีไปเรียบร้อยแล้ว

คริส ฮวงให้เหตุผลที่Louisa Coffee ประสบความสำเร็จมาจากกลายองค์ประกอบด้วยกันคือทำเล บาริสต้า การออกแบบร้าน ราคาคุณภาพรสชาติกาแฟ ซึ่งคั่วเองเป็นกาแฟอาราบิก้า 100% ดังนั้นเมื่อในบ้านตัวเองแข็งเกร่ง จึงต้องการบุกต่างประเทศ

การเปิดตลาดต่างประเทศของLouisa Coffee มองการเจาะตลาดประเทศในโซนเอเชียซึ่งมีวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบใกล้เคียงกันเป็นอันดับแรก เริ่มด้วย“จีน” ประเทศขนาดใหญ่จำนวนประชากรมากหากการแข่งขันก็สูงมากที่สำคัญอัตราการบริโภคน้อยเกินไปคือ4 แก้ว/คน/ปี จำต้องออกแรงกระตุ้นพฤติกรรมการดื่มกาแฟ ซึ่งส่วนหนึ่งคนจีนยังติดชื่นชอบ“ชา” เพราะเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่มายาวนาน

จากนั้นจึงเลือก“เมืองไทย” ด้วยภาพรวมตลาดที่ยังเติบโต พฤติกรรมของคนไทยที่มีแนวโน้มดื่มกาแฟ และชื่อแบรนด์ในไต้หวันยังเป็นที่รู้จักของคนไทย จึงตัดสินใจเข้ามาร่วมลงทุนกับวงศ์พันธุ์ เหล่าธรรมทัศน์ทำธุรกิจโรงสีของที่บ้านและเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันอยู่แล้วตั้งเป็นบริษัทหลุยซ่าคอฟฟี่(ประเทศไทย) จำกัดทุนจดทะเบียน10 ล้านบาท ถือหุ้นตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด49:51

โดยสาขาแรกได้เปิดที่ตึงอมรินทร์พลาซ่ามีพื้นที่130 ตารางเมตรใช้งบลงทุนประมาณ5 ล้านบาทจับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอายุ20-25 ปีและกลุ่มอาชีพอิสระอายุ26-30 ปี นิยมพบปะสังสรรค์ที่ร้านกาแฟโดยมาใช้บริการเพื่อดื่มกาแฟนัดพบพูดคุยธุรกิจหรือใช้อินเตอร์เน็ตโดยพบว่าจะดื่มกาแฟ1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่เชื่อว่า“ราคา”ที่แข่งขันได้ เป็นราคาเดียวกับไต้หวัน

เมื่อเทียบกับตลาดร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมในศูนย์การค้าแล้ว ราคา“เท่ากัน” หรือ“ต่ำกว่า” คู่แข่ง10-20% โดยมีเครื่องดื่มร้อนเย็นให้เลือกราว40 เมนูราคาเริ่มต้นตั้งแต่50 ถึง90 บาทโดยมีบาริสต้าเป็นคนไต้หวันเอง

เบื้องต้นภายใน 3 ปีจะขยาย 5 สาขา เพื่อต้องทดลองตลาดให้มั่นใจก่อน จึงจะขยายขยายสาขา โดยรูปแบบร้านจะมีทั้งหมด 3-4 โมเดล เน้นทำเลใจกลางเมืองศูนย์รวมธุรกิจและมหาวิทยาลัย

ได้แก่ 1.คีออส พื้นที่ 20-30 ตารางเมตร ลงทุน 2 ล้านบาท, 2.ขนาด 40-60 ตารางเมตร ขยายไปตามออฟิศใช้เงินลงทุน 3-4 ล้านบาท, 3.สแตนอโลนพื้นที่ 500 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 8-10 ล้านบาท โดยภายในจะเปิดเป็นโคเวิคกิ้งสเปส

ทั้งนี้สาขาที่ 2 ในเมืองไทยจะเตรียมเปิดที่ตึกอินเตอร์เช้นจ์ และหากเปิดได้ครบ 10 สาขาถึงะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ ส่วนประเทศต่อไปที่วางแผนขยายคืออินโดนีเซีย ใช้วิธีร่วมทุนเหมือนกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...