โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยยึดทรัพย์24.3ล้าน! กลุ่มอดีตผู้บริหารโกงสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 13.17 น.

"DSI-ปปง.-ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่"ล่าขุมทรัพย์กลุ่มอดีตผู้บริหารโกงสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ เข้ายึดทรัพย์ 24.3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 นายธวัชชัย รัตนปรีชาชัย รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา 1 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน ดำเนินการกับบุคคลที่กระทำความผิดในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ตามเลขสืบสวนที่ 278/2563 นายจินกร แก้วศรี รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา 2 นายพงษ์ธวัช อ่วมสำอางค์ ผู้อำนวยการส่วนคดีการฟอกเงินทางอาญา 3 และคณะ ร่วมกับ นายสุวิจักขณ์ ธรรมชัยพจน์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมคณะ และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันนำคำสั่งยึดทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย 125/2563 ติดประกาศ ณ อาคารเลขที่ 283 หมู่ 9 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตามคำสั่งยึดทรัพย์ลำดับที่ 76 ประเภทหอพัก โฉนดที่ดิน เลขที่ 68805 เลขที่ดิน 2092 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ในการติดประกาศยึดทรัพย์สิน พบ นายประจวบ นาคำ เป็นเจ้าของกรรรมสิทธิ์ร่วมกลุ่มผู้ต้องหา จึงแจ้งคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมให้ทราบ และห้ามมิให้มีการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการประกาศยึดทรัพย์สินเป็นลักษณะอาคาร 3 ชั้น ชื่อ คีรียาเพลส จำนวน 54 ห้อง ให้เช่าห้องละ 2,500 - 2,800 บาท มูลค่าทรัพย์สินจำนองรวมประมาณ 24.3 ล้านบาท โดยขออนุญาตประกอบกิจการผู้ให้เช่าหอพักชาย - หญิง ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าในปี 2558 อดีตกรรมการสหกรณ์ที่ถูกกล่าวหาได้นำเงินที่ได้จากการทุจริตสหกรณ์สโมสรรถไฟไปจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวม โดยมีค่าตอบแทนในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จะได้ทำการยึดเพื่อดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สิน และดำเนินการให้ศาลแพ่งมีคำพิพากษายึดทรัพย์ต่อไป

อีกทั้งเพื่อให้คำสั่งยึดทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย 125/2563 สัมฤทธิ์ผลในทางปฏิบัติและได้ทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายโดยเร็ว ทั้งยังขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นดอกผลที่สามารถดำเนินการกับทรัพย์สินได้อีกทางหนึ่ง และยังสนองตอบต่อปัญหาการทุจริตและนำทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฟอกเงินคืนให้กับผู้เสียหาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...