โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มีเงิน 1,000 บาท ลงทุน อะไร ให้ผลตอบแทนดี

Businesstoday

เผยแพร่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 11.00 น. • Businesstoday

เงินทองนั้นหายากมากขึ้นทุกวัน ยิ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากพิษโควิด-19 ในปัจจุบันยิ่งทำให้รู้ว่า การเก็บ ออมเงิน นั้นสำคัญแค่ไหน เพราะเมื่อยามวิกฤติ และเงินขาดมือ ไม่ว่าจะมาจากตกงาน หรือรายได้ลด ยังสามารถมีเงินก้อนนี้ไว้ใช้จ่ายฉุกเฉินและเมื่อจำเป็นได้

การเก็บออมเงินมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ตนเองจะถนัดและสนใจแบบไหน โดยส่วนใหญ่จะเก็บเงินตามรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน แบ่งเป็นสัดส่วนว่า สัดส่วนใดเป็นเงินเก็บ ส่วนใดเป็นเงินใช้จ่าย และส่วนใดเป็นเงินที่ต้องจ่ายหนี้ แล้วเรามาดูกันว่าหากมีเงินเพียง 1,000 บาทจะสามารถออม ลงทุน หรือทำอย่างไรให้เงินก้อนนี้งอกเงยสร้างผลตอบแทนขึ้นมาได้บ้าง

มีเพียงเงิน 1,000 บาทก็สามารถใช้จำนวนนี้ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น โดยรูปแบบการออมการลงทุนมักขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้ ตัวอย่างเช่น “ลงทุนกับตราสารหนี้” การลงทุนลักษณะนี้เหมือนกับการที่เราไปซื้อหน่วยลงทุน เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเอกชน หรือรัฐบาลผู้ออกตราสารหนี้

การลงทุนในตราสารหนี้ มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีความเสี่ยงเลือกลงทุน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคงคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้บริษัทเอกชน โดยการลงทุนประเภทตราสารหนี้ควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางตลาดตราสารหนี้ รวมทั้งข้อมูลและอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อทราบความเสี่ยงก่อนการลงทุน

เริ่มต้นด้วยเงิน 1,000 บาท ก็สามารถซื้อตราสารหนี้ได้แล้ว โดยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต่อปี เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและต้องการเก็บเงินต้นไว้ไม่หายไปไหน แถมได้ผลตอบแทนอีกด้วย เช่น กลุ่มวัยเกษียณ เพราะเป็นกลุ่มที่จะได้รับเงินก้อนและไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ไหนให้เงินทำงานและปลอดภัย

“หุ้น” การซื้อหุ้น คือ การนำเงินไปลงทุนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และร่วมเป็นเจ้าของบริษัทต่าง ๆ  แต่เมื่อเป็นเจ้าของแล้ว จะได้ผลตอบแทนจากเงินส่วนแบ่งกำไรของบริษัทนั้น ๆ เป็นในลักษณะเงินปันผล โดยการลงทุนหุ้น มีความเสี่ยงสูง เหมาะกับคนที่ยอมรับความเสี่ยงสูง เนื่องจากหุ้นในบริษัทจดทะเบียน อาจมีความผันผวนทางด้านราคาได้ และต้องติดตามข่าวสารของบริษัทที่ได้ลงทุนไป เพราะจะมีผลต่อการซื้อขายทำให้อาจผันผวนอยู่ตลอดเวลาได้

โดยการลงทุนกับหุ้นต้องติดตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทที่ได้ลงทุนไป รวมทั้งบทวิเคราะห์บริษัททั้งกลยุทธ์ การแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน และติดตามโดยเฉพาะผลประกอบการช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่จะสะท้อนผลกำไรและเงินปันผล

ในการซื้อหุ้นมักจะเริ่มต้นด้วยที่ 100 หุ้น หากลงทุนด้วยเงินเพียงเดือนละ 1,000 บาท จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี

“กองทุนรวม” การซื้อกองทุนรวม จะผ่านกองทุนที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุน ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ รูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาตรวจดูสินทรัพย์ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะถือไว้ค่อนข้างยาว

ส่วนระดับความเสี่ยงของกองทุนนั้น มีไปตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง และเริ่มลงทุนเพียงเงิน 1,000 บาทสามารถเพิ่มผลตอบแทนรายปีได้ ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 3-5 ปีอยู่ที่ราว 10% ต่อปี ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความผันผวนจากการดำเนินงาน เพราะยิ่งผลตอบแทนสูง ยิ่งมีความเสี่ยงมาก

โดยจุดสำคัญคือต้องพิจารณาจากแนวทางการบริหารงานของผู้จัดการกองทุนรวม ทรัพย์สินที่ลงทุนและการกระจายความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ และกองทุนนั้นนำเงินเราไปลงทุนกับสิ่งใดต่อยอดให้เงินงอกงามตามเทรนด์

นอกจากนี้กองทุนรวมยังลงทุนเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เช่น กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ SSF(Super Saving Funds) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF(Retirement Mutual Fund)

หากใครไม่อยากมีความเสี่ยงมาก จะเลือกฝากเงินไว้กับรูปแบบดั้งเดิม อย่างบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ไม่ว่ากัน เพราะเงินต้นอยู่ครบ ใช้จ่ายคล่องตัวผ่านธนาคาร แม้จะมีดอกเบี้ยต่ำสุด ๆ ก็ตามโดยผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยของ “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์” เฉลี่ยจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง อยู่อัตรา 0.25% ต่อปี

หากจะได้ผลตอบแทนสูงขึ้นมาหน่อย จะต้องมีระยะเวลาในการฝากอย่างดอกเบี้ย “เงินฝากประจำ” ระยะ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน ผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยเฉลี่ยจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อยู่ที่ 0.5% ต่อปี หรือตอนนี้ธนาคารมีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สนับสนุนการใช้โมบายแบงก์กิ้งที่เป็นออนไลน์มากขึ้น จึงมี “เงินฝากออมทรัพย์ออนไลน์” ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปี ซึ่งบางรายธนาคารอาจมีลูกเล่นดอกเบี้ยสูงจูงใจให้คนนำเงินมาฝาก

ทั้งหมดเป็นเพียงทางเลือกของคนมีเงินน้อย เก็บหอมรอมริบที่ละเล็กละน้อย เริ่มต้นจากเงิน 1,000 บาท ลองศึกษาและตัดสินใจการลงทุนให้เหมาะกับตัวเองให้มากที่สุด ลงทุนเพื่อเก็บออม มีมากเก็บมาก มีน้อยเก็บน้อย โดยการวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต หากเจอวิกฤติจะได้มีเงินไว้ใช้ ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใคร

อ่าน : วิธีออมเงินให้ถึงล้าน แบบ DCA ฉบับมนุษย์เงินเดือน
อ่าน : ชี้ช่องออมเงิน-ลงทุน ผลตอบแทนสูงยุคดอกเบี้ยต่ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...