โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เจ้าจอมแว่น" พระสนมที่พระมเหสีรัชกาลที่ 1 ทรงหึงขั้นดักตีหัว!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 17.03 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร

เจ้าจอมแว่น พระสนมที่พระมเหสีรัชกาลที่ 1 ทรงหึงขั้นดักตีหัว!

เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ดำรงพระยศเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ทรงรับ “เจ้าจอมแว่น” เป็นข้าบาทบริจาริกา ช่วงที่ไปตีเมืองเวียงจันท์ ถือเป็นอีกหนึ่งพระสนมหรือเจ้าจอมที่ต้องรับมือกับความหึงของเอกภรรยา คือ ท่านผู้หญิงนาค (ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์) ที่ถึงขั้นดักตีศีรษะด้วยดุ้มแสม

เจ้าจอมแว่น พระสนมคนโปรด

เจ้าจอมแว่น อาจไม่ได้เป็นผู้มีความงามต้องตามพระเนตร แต่กลับเป็นพระสนมที่ทรงโปรดปรานและเกรงพระทัยมากอีกผู้หนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าจอมแว่นเป็นสนมเอก และโปรดให้รับใช้ใกล้ชิด

เจ้าจอมแว่นเป็นธิดาขุนนางแห่งนครเวียงจันท์ เมื่อ พ.ศ. 2321 รัชกาลที่ 1 ครั้งยังเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพหลวงไปตีเวียงจันท์ คราเดียวกับอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและพระบางมาจากเวียงจันท์ เข้ามาถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงรับเจ้าจอมแว่นมาเป็นข้าบาทบริจาริกาด้วย

ครั้นเข้าสู่บารมีแล้ว เจ้าจอมแว่นต้องเผชิญกับพระมเหสีที่มีคำเปรียบเทียบว่า “มเหสีขี้หึงเหมือนหนึ่งเสือ” หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนถึงเรื่องเจ้าจอมแว่นไว้ในหนังสือเรื่อง“โครงกระดูกในตู้” เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งเจ้าจอมแว่นเข้ามาอยู่ในทำเนียบสมเด็จพระยาฯ แล้ว “ท่านผู้หญิง” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหึงหวง มีปากเสียงกับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ด้วยเรื่อง “คุณแว่น” บ่อยครั้ง เนื้อหาในหนังสือตอนหนึ่งระบุว่า

“คืนวันหนึ่งท่านผู้หญิงถือดุ้นแสมไปยืนคอยดักอยู่ในที่มืด บนนอกชานเรือน พอคุณแว่นเดินออกมาจากเรือนหลังใหญ่อันเป็นที่อยู่ของสมเด็จเจ้าพระยาฯ ท่านผู้หญิงก็เอาดุ้นแสมตีหัว คุณแว่นก็ร้องขึ้นว่า ‘เจ้าคุณขา คุณหญิงตีหัวดิฉัน’

สมเด็จเจ้าพระยาฯ ก็โกรธยิ่งนัก ฉวยได้ดาบจากเรือนจะมาฟันท่านผู้หญิง ฝ่ายท่านผู้หญิงก็วิ่งเข้าเรือนที่ท่านอยู่แล้วปิดประตูลั่นดานไว้ สมเด็จเจ้าพระยาฯ ก็เอาดาบฟันประตูอยู่โครมๆ…”

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ผู้เขียนหนังสือ “ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก” เชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ “ครั้งที่สุด” ที่คุณหญิงแสดงออกซึ่งความหึงหวงในกรณีเจ้าจอมแว่น ต่อจากนั้นท่านผู้หญิงไม่ได้อยู่ร่วมกับสมเด็จเจ้าพระยาฯ อีกเลย ตราบจนรัชกาลที่ 1 สวรรคต

เจ้าจอมแว่น พระสนมผู้มีศิลปะในการเพ็ดทูล

คนในวังเรียก เจ้าจอมแว่น ว่า “เจ้าคุณข้างใน” ส่วนพระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกเธอ ให้สมญาเจ้าจอมแว่นว่า “คุณเสือ” เพราะความเข้มงวดและเคร่งครัดในระเบียบวินัย แต่แม้จะขึ้นชื่อเรื่องดังกล่าว จนพระเจ้าลูกเธอที่ทรงพระเยาว์ขึ้นเฝ้าพากันกลัวเกรง แต่ยามที่พระเจ้าลูกเธอ และพระเจ้าลูกยาเธอแต่ละพระองค์ต้องการความช่วยเหลือ เจ้าจอมแว่นก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เจ้าจอมแว่น เป็นผู้ใช้ศิลปะและความกล้าในการเพ็ดทูลต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เช่น เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ทรงมีความรักต่อเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด (ต่อมาดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี) ทั้งสองพระองค์ไม่กล้ากราบทูลรัชกาลที่ 1 แต่ก็ได้เจ้าจอมแว่นเป็นคนกลางช่วยประสานให้

ด้วยความกล้าและศิลปะในการเพ็ดทูลเรื่องที่เห็นว่าสมควรและถูกต้อง เจ้าจอมแว่นจะกราบทูลโดยไม่ได้เกรงกลัวพระราชอาญา ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงตระหนักถึงความภักดีและสุจริตใจของเจ้าจอมแว่น จึงไม่ทรงพิโรธ หากไม่เห็นด้วยจะพระราชทานคำอธิบายเหตุผล

เจ้าจอมแว่นยังเป็นผู้กราบทูลครั้งรัชกาลที่ 1 มีรับสั่งให้ทำพระโกศทองใหญ่ เพื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางทั้งสองพระองค์ และมีรับสั่งให้เชิญพระโกศเข้ามาตั้งถวายให้ทอดพระเนตร ขณะที่ไม่มีผู้ใดกล้ากราบทูล เจ้าจอมแว่นกราบทูลทัดทานว่า น่ากลัวและเป็นลาง เมื่อเห็นพระโกศแล้วจะร้องไห้ล่วงหน้าเสียก่อน

ศันสนีย์ อธิบายว่า นอกจากความกล้าและศิลปะการเพ็ดทูลแล้ว คุณสมบัติพิเศษของเจ้าจอมแว่นอีกประการคือฝีมือการทำอาหาร ท่านเป็นผู้คิดประดิษฐ์ “ขนมไข่เหี้ย” ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อมีพระราชประสงค์จะเสวย “ไข่เหี้ย” ที่คนโบราณนิยมรับประทานกับมังคุด แต่หายาก เจ้าจอมแว่นจึงประดิษฐ์ขนมไข่เหี้ยขึ้นแทนและเป็นที่พอพระทัย ขนมยังมีให้หารับประทานกันได้บ้างในปัจจุบัน

เจ้าจอมแว่นถือได้ว่าเป็นพระสนมที่รุ่งเรืองอย่างมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังสิ้นรัชกาล ท่านได้ออกจากพระบรมมหาราชวังไปอยู่กับพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระราชธิดาพระองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องจากทรงมีเชื้อสายเวียงจันท์เช่นเดียวกัน

เจ้าจอมแว่นไม่มีพระราชโอรสหรือพระธิดา และถึงแก่อสัญกรรมในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ไม่ปรากฏวัน เดือน ปี ที่ชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ : มติชน, 2550

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าจอมแว่น” พระสนมที่พระมเหสีรัชกาลที่ 1 ทรงหึงขั้นดักตีหัว!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...