โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอฟทีเอ ดัน เครื่องเทศ-สมุนไพรไทย ส่งออก พุ่ง 93%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. 2564 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 08.40 น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย การส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไตรมาสเดือนแรกปี 64  มูลค่า 87 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 93% ตลาดอาเซียนมาเป็นอันดับหนึ่ง เพิ่ม 154% เหตุได้แรงหนุนจากการลดภาษีภายใต้เอฟทีเอ 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรเป็นหนึ่งในสินค้าที่การส่งออกขยายตัวได้ดี โดยไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่าส่งออก 87.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 93% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน จากการที่ประเทศคู่เอฟทีเอ 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ กัมพูชา และเวียดนาม ได้ยกเว้นภาษีนำเข้าจากไทยแล้ว (ไม่รวมพืชกลุ่มสารเสพติด) 

สำหรับอีก 5 ประเทศที่เหลือยังเก็บภาษีบางรายการ คือ สปป.ลาว พริกแห้งเก็บที่อัตรา 5% จีน พริกไทย เก็บที่อัตรา 5% ญี่ปุ่น สารสกัดจากสาหร่ายทะเล เก็บที่อัตรา 30% เกาหลีใต้ โสมและสารสกัดจากโสม เก็บที่อัตรา 178.2- 603.4% และ อินเดีย พริกไทย เก็บที่อัตรา 50% พริกป่นพริกแห้ง เก็บที่อัตรา 70% ขิง ขมิ้น วานิลา จันทน์เทศ เก็บที่อัตรา 30%

นอกจากนี้ ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งลงนามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ไทยสามารถผลักดันให้จีนลดภาษีนำเข้าพริกไทยไม่บดไม่ป่นจนเหลือศูนย์ในปีที่ 20 หลังความตกลง RCEP มีผลใช้บังคับ

เมื่อดูสถิติการส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไปตลาดที่ไทยมีเอฟทีเอด้วยในไตรมาสแรกปีนี้ พบว่าขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นมากทั้งในภาพรวม รายตลาด และรายสินค้า มูลค่า 63.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 108% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 73% ของการส่งออกทั้งหมด โดยเฉพาะอาเซียนซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่า 49.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 154% (ตลาดหลัก เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสปป.ลาว) 

นอกจากนี้ ตลาดคู่เอฟทีเออื่นๆ ก็ขยายตัวเช่นกัน อาทิ ญี่ปุ่น ขยายตัว 27% จีน ขยายตัว 41% อินเดีย ขยายตัว 2% ฮ่องกง ขยายตัว 80% นิวซีแลนด์ ขยายตัว 11% และออสเตรเลีย ขยายตัว 27% เป็นต้น 

สินค้าส่งออกสำคัญยังขยายตัวเพิ่มขึ้น อาทิ หมาก 43 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 186% เครื่องเทศกลุ่มขิงและขมิ้น 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 35% สารสกัดจากสมุนไพร 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11% เครื่องเทศกลุ่มพริกแห้งพริกป่น 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 65% และสมุนไพร 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 19%

“ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีสรรพคุณส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเป็นกระแสต่อเนื่องในระยะยาว ถือเป็นโอกาสดีสำหรับสินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรไทยในการขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มขึ้น จึงขอแนะนำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการศึกษาข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า

เนื่องจากการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอาจมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด มีเงื่อนไขมาตรการควบคุมการที่หลากหลายแตกต่างกันทั้งภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถสร้างข้อได้เปรียบด้านราคาจากสิทธิพิเศษทางภาษีจากเอฟทีเอในการส่งออกไปยังตลาดที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรีด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...