โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทัวร์จีนเที่ยวไทยปี 67 ต่ำเป้าหาย 1 ล้านคน เที่ยวบินจีนมาไทยฟื้นไม่ถึง 70% เทียบก่อนเกิดโรคโควิด-19 สวนทางเที่ยวบินจีนไปสิงคโปร์ฟื้นตัวสมบูรณ์แบบ 100% วิจัยกสิกรไทยคาดทั้งปี 67 มาไทย 7 ล้านคน ฟื้นตัว 60% ต้นๆ

BTimes

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 05.49 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานวิจัยเรื่อง ทั้งปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยคาดมีจำนวน 7.0 ล้านคนจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวสูง พบว่าได้ปรับลดการคาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2567 โดยมองว่าน่าจะอยู่ประมาณ 7.0 ล้านคน ซึ่งลดต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 8 ล้านคน ในช่วงต้นปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบจากปี 66 พบว่าเติบโต 100.0% อย่างไรก็ตาม ยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมา 63% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยทั้งหมดในปี 2562 หรือก่อนเกิดวิกฤตการณ์โรคโควิด-19

สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด ขณะที่คนจีนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น และไปข้างหน้าเศรษฐกิจจีนยังมีความท้าทาย ทำให้การฟื้นตัวของชาวจีนเดินทางต่างประเทศไปสู่ระดับก่อนโควิดช้ากว่าที่คาด ซึ่งทางสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน ประเมินว่า ในปี 2567 ชาวจีนมีการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 130 ล้านทริป (ในปี 2562 ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศราว 155 ล้านทริป) และสอดคล้องกับข้อมูลสายการบินระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ พบว่า จำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยกลับมาเพียง 80% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ในปี 2562

ปัจจัยการแข่งขันดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนสูงขึ้นท่ามกลางจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเที่ยวต่างประเทศยังไม่ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับก่อนโควิด จากการที่หลายประเทศได้ออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน แม้สถิติจะสะท้อนว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2567 ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยว (ไม่นับรวมมาเก๊าและฮ่องกง) แต่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่สูง อาจมีผลต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในระยะข้างหน้า

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลในหลายประเทศได้ออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะการออกมาตรการวีซ่าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนทั้งมาตรการวีซ่าชั่วคราวอย่างประเทศมาเลเซียและศรีลังกา รวมถึงมาตรการวีซ่าถาวรอย่างประเทศสิงคโปร์และไทย นอกจากนี้ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเอกชนได้ออกแคมเปญการตลาดร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างการให้คูปองส่วนลดสำหรับนักท่องเที่ยวจีนในการซื้อสินค้าและบริการระหว่างการท่องเที่ยวทำให้การที่ไทยจะรักษาตำแหน่งการเป็นจุดหมายท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวจีนมีความท้าทายมากขึ้น

ปัจจัยสุดท้าย คือ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไปมาก จากผลสำรวจของหลายแพลตฟอร์มออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวของจีน สะท้อนว่า คนจีนมองหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อเปิดประสบการณ์ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เน้นการเดินทางท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยวธรรมชาติและเชิงสุขภาพ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในความต้องการด้านการท่องเที่ยวมีผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว และแผนการทำธุรกิจหรือการโปรโมทจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว

ข้อมูลของ VariFlight พบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 จำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนไปยังประเทศต่างๆ เฉลี่ยกลับมาที่ประมาณ 80% ของจำนวนเที่ยวบินในช่วงเดียวกันของปี 2562 แต่มีบางประเทศที่จำนวนเที่ยวบินกลับมาฟื้นตัวและเติบโตกว่าปี 2562 อาทิ สิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่จำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนกับไทยกลับมาเพียง 68.5% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนกับไทยในช่วงเดียวกันของปี 2562

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังมีปัจจัยท้าทายอื่นๆ ที่ต้องติดตาม อาทิ ค่าเงินที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ยังคงมีผลต่อเนื่องต่อทิศทางนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2568 และทำให้การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนสู่ระดับก่อนโควิดที่มีจำนวนกว่า 11 ล้านคน คงต้องใช้เวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...