ผู้พิทักษ์แดนเหนือ
ข้อมูลเบื้องต้น
ผู้พิทักษ์แดนเหนือ
[直播之我在北极当守冰人]
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท บุ๊คบ็อค จำกัด***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 橡皮泥 ผู้แปล : ทีมงาน bookbox
เรื่องย่อ : ‘ฮั่วอวี๋’ ชายหนุ่มผู้หลงรักการผจญภัยได้ทะลุมิติมายังโลกคู่ขนาน แม้โลกนี้จะคล้ายกับโลกเดิมอยู่มาก ทว่าการเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะภาวะโลกร้อนดูจะหนักหนากว่า ดังนั้นทันทีที่ทะลุมิติมาถึง ชายหนุ่มจึงถูกเชื่อมต่อกับ ‘ระบบผู้พิทักษ์น้ำแข็ง’ ทันที ใช่! ผู้พิทักษ์น้ำแข็งคืออีกหนึ่งอาชีพที่ท้าทายในโลกนี้ ท่ามกลางธารน้ำแข็งและทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่แถบขั้วโลกเหนือ เขาต้องใช้ระบบเอาตัวรอดและพัฒนาการสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 249 ให้ได้!
บทที่ 1 ผู้พิทักษ์น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ!
บทที่ 1 ผู้พิทักษ์น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ!
หนาว!
หนาวสุดขั้ว!
ฮั่วอวี๋ยืนอยู่บนพื้นสีขาวสะอาด เขากำลังมองดูธารน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะตรงหน้าของตนอย่างไม่ละสายตา
ด้านหลังชายหนุ่มคือสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางดินแดนน้ำแข็งแห่งนี้
"เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ" หัวหน้าทีมที่อยู่ในชุดป้องกันแน่นหนาเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง
"ผมไม่เปลี่ยนใจ" ฮั่วอวี๋ยิ้มให้อีกฝ่าย “พวกคุณกลับไปทำภารกิจต่อเถอะ ผมอยู่ได้”
หัวหน้าทีมถอนหายใจออกมา “คงมีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าทำไมคุณถึงเป็นฝ่ายลงสมัครมาประจำที่สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 249 แห่งนี้ ที่นี่อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด นับว่าเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์หน้าด่านที่อันตรายที่สุดด้วย และไม่มีใครมาประจำการที่นี่หลายปีแล้ว”
ฮั่วอวี๋ยิ้มและถาม “หัวหน้า คุณอนุมัติคำขอของผมแล้วหรือยัง?"
“อนุมัติแล้ว แต่คำขอของคุณมันแปลกมากจริง ๆ หากคุณขออาวุธและความเป็นอิสระ ผมยังพอเข้าใจได้ แต่ทำไมคุณกลับขออนุญาตสำหรับการถ่ายทอดสด? เงินเดือนที่ได้ไปในแต่ละปีของคุณตั้งเท่าไหร่ คุณยังหวังเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นอีกเหรอ?
ฮั่วอวี๋ยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไรออกไป
‘แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? ผมคงบอกคุณไม่ได้ใช่ไหมว่าผมมีระบบถ่ายทอดสด?’
“ที่นี่ค่อนข้างแย่ แต่ก็ยังดีที่มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับหน้าด่าน"
หัวหน้าทีมหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋าและส่งมันให้กับฮั่วอวี๋
“ใกล้ ๆ นี้มีสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์อยู่หลายแห่ง มากกว่า 30 แห่งเป็นสถาบันหน้าด่าน อีก 4 แห่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ และอีก 1 แห่งเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับฐานสภาพกึ่งร้าง ทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในแผนที่นี้”
ฮั่วอวี๋รีบรับแผนที่ในมือของอีกฝ่ายมาและเก็บมันไปอย่างระมัดระวัง
"ผมสามารถใช้ของทั้งหมดภายในสถาบันวิจัยได้เลยใช่ไหม?" ฮั่วอวี๋เอ่ยถาม
หัวหน้าทีมโบกมือไปมาและเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “สถานที่เหล่านี้ทั้งหมดเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกทิ้งร้าง แน่นอนคุณสามารถใช้มันได้ตามใจชอบ”
ฮั่วอวี๋พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อเห็นว่าฮั่วอวี๋ดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ หัวหน้าทีมก็เอ่ยอย่างจริงจัง “อย่าประมาทเชียว อุณหภูมิของที่นี่ค่อนข้างต่ำ และสถาบันวิจัยที่มีคนประจำการอยู่ก็อยู่ห่างออกไปสองร้อยกิโลเมตร หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น จะไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้”
ฮั่วอวี๋พยักหน้า จริง ๆ ระหว่างทางที่มาที่นี่ หัวหน้าทีมเน้นย้ำเรื่องนี้กับเขาไม่รู้กี่รอบ แต่เขามีแผนการของตัวเองและต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปแล้ว คุณเองก็รักษาตัวให้ดี” หัวหน้าทีมเอ่ยกับฮั่วอวี๋อย่างเคร่งขรึม
สมาชิกทีมวิจัยคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังต่างก็ทำความเคารพเขาพร้อมกัน
“ขอบคุณที่ทำงานหนัก ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง!"
ฮั่วอวี๋รีบโค้งคำนับกลับ
แม้ว่าจะยังไม่สบายใจนัก แต่หัวหน้าทีมก็พาคนทั้งหมดจากไป
พวกเขายังมีภารกิจที่ต้องเก็บตัวอย่างจากพื้นที่แถวขั้วโลกต่อ
ก่อนจากกัน หัวหน้าทีมได้ทิ้งปืนพกกระบอกเล็กไว้ให้กับชายหนุ่มหนึ่งกระบอก
ในความเป็นจริงแล้ว ปืนพกไม่ควรถูกมอบให้กับเขา เหตุเพราะประการแรก ระดับของเขายังไม่สูงพอ ประการที่สอง สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์หน้าด่านไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธร้อน*[1]
หัวหน้าทีมใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อไกล่เกลี่ยกับทางเบื้องบน เพราะเห็นแก่ฮั่วอวี๋ที่สมัครเข้าประจำการที่ด่าน 249 ด้วยตัวเอง ทางเบื้องบนจึงอนุญาตให้ชายหนุ่มพกปืนได้ในที่สุด
ในขั้วโลกเหนือ ประสิทธิภาพการของปืนพกนั้นไม่ได้ดีนัก มันเป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสบายใจให้กับผู้พกพามากกว่า
ฮั่วอวี๋เก็บอาวุธ จากนั้นจึงหันไปมองหน้าด่านสภาพทรุดโทรม ก่อนจะสูดเอาลมเย็นเข้าปอด
นี่คือโลกคู่ขนานที่แตกต่างไปจากชีวิตที่แล้วของเขา แม้ว่าโลกนี้จะค่อนข้างคล้ายกับโลกก่อนหน้า แต่ก็ยังมีความต่างเล็ก ๆ หลายอย่าง
ภายใต้อิทธิพลของภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่รุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้งและภัยธรรมชาติก็เกิดถี่ยิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากประเทศต่าง ๆ ได้ก่อตั้งองค์กรร่วมกัน เพื่อสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกอย่างใกล้ชิด
ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง!
เมื่อข้ามมายังโลกคู่ขนานแห่งนี้ เขาก็ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบผู้พิทักษ์น้ำแข็งทันที
ด้วยเหตุนี้ ฮั่วอวี๋ซึ่งเดิมทีชื่นชอบการผจญภัยในขั้วโลกเหนืออยู่แล้ว จึงทุ่มเทกำลังกายทั้งหมดของตนให้กับหน้าที่อย่างไม่ลังเล
"ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ ระบบผู้พิทักษ์น้ำแข็งถูกเปิดใช้งาน”
[ระบบระบุตัวตนผู้พิทักษ์น้ำแข็งพร้อมให้บริการ]
[โฮสต์ : ฮั่วอวี๋]
[ระดับ : ผู้พิทักษ์น้ำแข็งฝึกหัด]
[อัตลักษณ์ : หัวหน้าสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์หน้าด่านหมายเลข 249]
[คะแนนการรับรู้ปัจจุบัน : 126 คะแนน]
หลังจากผ่านไปสักพัก ฮั่วอวี๋ก็เข้าใจกฎการใช้งานระบบในที่สุด
เขาจะต้องใช้วิธีการต่าง ๆ ทำให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงตัวตนของผู้พิทักษ์น้ำแข็ง และเขาก็จะได้รับคะแนนการรับรู้ตามความแข็งแกร่งทางอัตลักษณ์ของอีกฝ่าย
โดยคะแนนสะสมสามารถนำไปใช้ในการจับรางวัลหรือแลกเปลี่ยนสินค้าต่าง ๆ ในร้านค้าได้
ภายในโลกน้ำแข็งอันหนาวเหน็บแห่งนี้ หนทางเดียวที่จะได้รับการรับรู้คือการถ่ายทอดสด
ตอนนี้เขามีคะแนนการรับรู้สะสมอยู่ไม่ถึง 100 คะแนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มาจากหัวหน้าทีมและคนอื่น ๆ
"เปิดฟังก์ชันการถ่ายทอดสด"
[ค้นหาแหล่งสัญญาณ…]
[ตรวจพบสัญญาณดาวเทียมและกำลังเสริมการเชื่อมต่อ!]
[ฟังก์ชันการถ่ายทอดสดถูกเปิดแล้ว ผู้ใช้ต้องการจะเริ่มต้นการถ่ายทอดสดหรือไม่?]
ลูกบอลสีดำปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของฮั่วอวี๋ ลอยอยู่กลางอากาศ
"เริ่มต้นการถ่ายทอดสด!"
[กำลังสร้างห้องสำหรับการถ่ายทอดสด]
[หัวข้อการถ่ายทอดสด : วันแรกของการเป็นผู้พิทักษ์น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ! (สามารถเปลี่ยนได้)]
[จำนวนผู้เข้าชมปัจจุบัน : 31]
หน้าจอโปร่งใสเสมือนจริงปรากฏขึ้นตรงหน้าของฮั่วอวี๋ แสดงภาพถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์และหน้าต่างข้อความ
- นี่มันอะไรน่ะ? ถ่ายทอดสดในขั้วโลกเหนือ?
- จริงเหรอ มันไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟกต์ใช่ไหม?
- ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง? นี่มันอาชีพแบบไหนกัน? ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย
- พูดก็พูดเถอะ ภาพนี้สวยมาก ดูเหมือนว่าจะเป็นขั้วโลกเหนือจริง ๆ นะ!
- ขั้วโลกเหนือเหรอ มีแสงเหนือรึเปล่า?
ผู้ชมกลุ่มแรกได้เข้ามาในห้องถ่ายทอดสด และข้อความจำนวนมากก็เริ่มปรากฏขึ้นเป็นระยะ ๆ
ฮั่วอวี๋รีบถาม “สวัสดีทุกคน ผมคือผู้พิทักษ์น้ำแข็ง และที่นี่ก็คือขั้วโลกเหนือ”
“ตรงหน้าผมคือสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของจีน เช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาที่นี่”
“และหลังจากนี้ ผมจะต้องอยู่ที่สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งนี้เพียงลำพังไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของฮั่วอวี๋น่าดึงดูดอย่างมาก ชายหนุ่มดึงความสนใจของคนทั้งหมดในห้องถ่ายทอดสดทันทีที่เปิดปากพูด
- สุดยอด มันคือขั้วโลกเหนือจริง ๆ นี่มันโหดเกินไปแล้ว
- คนพูดหล่อเกินไปแล้ว ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง? นักวิจัยระดับชาติเหรอ?
- นี่คือสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของจีนอย่างนั้นเหรอ? ทำไมถึงดูโทรมจัง?
- ความละเอียดสูงมาก มองเห็นน้ำแข็งบนพื้นได้อย่างชัดเจนเลย นี่ใช้โดรนถ่ายอยู่เหรอ?
- ผู้พิทักษ์น้ำแข็งเป็นอาชีพแบบไหนกัน? ไม่อยากประชาสัมพันธ์หน่อยเหรอ?
ฮั่วอวี๋มองหน้าต่างข้อความและยิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อ “ผมรู้ว่าทุกคนในที่นี้มีคำถามอยู่มากมาย และผมก็จะค่อย ๆ ตอบไปทีละข้อ”
“แต่ตอนนี้เรามีบางสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ”
“ในสถานที่อันหนาวเหน็บนี้ เราจะยกธงจีนให้สูงขึ้น!"
หลังจากพูดจบ ฮั่วอวี๋ก็หยิบเอาธงออกมาจากกระเป๋าสะพายหลังและถือเอาไว้ในอ้อมแขน
“อันตรายที่ผู้พิทักษ์น้ำแข็งต้องเจอไม่ได้มาจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมาจากผู้ลักลอบล่าค้าสัตว์ด้วย"
“และธงนี่ก็คือเครื่องรางของผม มันช่วยทำให้ผมสงบจิตสงบใจและเสริมความเชื่อมั่นได้"
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มันประกาศให้รู้ว่าผืนน้ำแข็งแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกป้องจากจีน หากคิดที่จะเข้ามาลักลอบล่าสัตว์ที่นี่ พวกเขาต้องคิดถึงผลที่จะตามมา!"
ฮั่วอวี๋ค่อย ๆ ปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของสถานี จากนั้นจึงผูกธงในแขนของตนเข้ากับเสาธง
กล้องถ่ายทอดสดซูมออกโดยอัตโนมัติ เพื่อฉายให้เห็นภาพรวมของสถานีหน้าด่านในหน้าจอถ่ายทอดสด
ท่ามกลางน้ำแข็งและหิมะสีขาวสะอาด ธงสีแดงสดปลิวไสวอย่างเงียบงัน
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับ 12 คะแนนการรับรู้!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับ 9 คะแนนการรับรู้!]
*[1] อาวุธร้อน คือ อาวุธที่ใช้ดินปืน เช่น ปืน ระเบิด เป็นต้น
บทที่ 2 นกอ๊อกใหญ่แห่งขั้วโลกเหนือ
บทที่ 2 นกอ๊อกใหญ่แห่งขั้วโลกเหนือ
- ฉันเป็นคนจีน และฉันก็ภูมิใจในความแข็งแกร่งของบ้านเกิดของตัวเอง!
- ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของจีนที่คุ้มกันขั้วโลกเหนือ? ฉันรักนาย รักนาย!
- การได้เห็นธงจีนถูกยกขึ้นในขั้วโลกเหนือแบบนี้ทำให้เลือดในตัวของฉันเดือดพล่านจริง ๆ!
- นี่คือความโรแมนติกที่ไม่เหมือนใครของคนจีน ฉันจะร้องไห้แล้ว!
- ภูมิใจจริง ๆ นั่นแหละ แต่เท่าที่ฉันรู้ ไม่มีใครอาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือเลยไม่ใช่เหรอ? การไปประจำอยู่ที่นั่นจะมีประโยชน์อะไร?
ฮั่วอวี๋ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นคะแนนการรับรู้ของตนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่จัดระเบียบความคิดของตนแล้ว เขาก็เอ่ยกับกล้อง
"ความรับผิดชอบของผู้พิทักษ์น้ำแข็งคือการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศในแถบขั้วโลกเหนือและแก้ปัญหาด้านภาวะโลกร้อน”
“ในขณะเดียวกัน พวกเราก็ต้องต่อสู้กับผู้ลักลอบล่าค้าสัตว์ ค้นหาจุดทรัพยากรใหม่ ๆ ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ในขั้วโลกเหนือ และอีกมากมาย…"
“สำหรับสภาพอากาศที่รุนแรงในปัจจุบัน ผู้พิทักษ์น้ำแข็งคือปราการด่านแรกของมนุษย์ที่คอยต่อสู้กับธรรมชาติ”
“ในแง่ของภาวะโลกร้อน อุณหภูมิในแถบอาร์กติกได้เพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก นี่คือ “การขยายตัวของภาวะโลกร้อนในอาร์กติก” หรือที่รู้จักกันในชื่อของปรากฏการณ์การขยายตัวของภาวะโลกร้อน”
“ด้วยเหตุนี้ เมื่อสามปีที่แล้ว ประเทศและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกจึงร่วมมือกันก่อตั้งองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งขึ้น องค์กรดังกล่าวตั้งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เพื่อป้องกันผลกระทบที่ร้ายแรงของภาวะเรือนกระจกที่มีต่อโลก”
"นี่คือผู้พิทักษ์น้ำแข็ง!”
ภายใต้คำพูดอันเร่าร้อนของฮั่วอวี๋ เหล่าผู้ชมที่อยู่ในห้องถ่ายทอดสดเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นพวกเขาก็เดือดพล่าน
- นี่คือผู้พิทักษ์น้ำแข็งเหรอ? พวกเขาคือผู้พิทักษ์ของมนุษยชาติชัด ๆ!
- ขอคารวะให้กับผู้พิทักษ์น้ำแข็งที่อยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน!
- ฉันขอโทษ ยกโทษให้เถอะนะ แต่ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่ามีกลุ่มคนที่เสียสละอย่างเงียบ ๆ เพื่อโลกของเราในดินแดนที่หนาวเหน็บอย่างขั้วโลก
- น้ำตาไหลแล้วพี่ชาย ส่งของขวัญ!
ความนิยมภายในห้องถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้ชมบางคนก็เริ่มส่งของขวัญมาให้
ฮั่วอวี๋ลอบสื่อสารกับระบบอย่างลับ ๆ และปิดฟังก์ชันของขวัญ
เงินเดือนของผู้พิทักษ์น้ำแข็งไม่ใช่น้อย ๆ ของขวัญเล็กน้อยเหล่านี้จึงไม่จำเป็น
ที่สำคัญกว่านั้น การส่งของขวัญจะลดระดับการรับรู้ถึงตัวตนของผู้พิทักษ์น้ำแข็งและส่งผลต่อคะแนนการรับรู้ที่ได้รับ
ฮั่วอวี๋สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน
“ช่างเรื่องของขวัญเถอะ เรามาสำรวจที่นี่กันก่อนดีกว่า”
“อย่าสนใจสภาพที่ทรุดโทรมเลย เพราะอันที่จริงแล้วระบบการทำงานของมันยังคงสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ไม่มีคนอยู่มานานเกินไปก็เท่านั้น”
การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของกล้อง ทำให้หน้าด่านที่ธรรมดาปรากฏสู่สายตาของคนทั้งหมด
ส่วนหลักของหน้าด่านเป็นอาคารสองชั้นขนาดเล็ก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตร
ชั้นแรกของอาคารคือห้องทำงานและห้องเก็บของ
ส่วนชั้นที่สองคือห้องนอนและห้องควบคุม
นอกเหนือจากอาคารสองชั้นยังมีโกดังที่ถูกสร้างขึ้นใกล้ ๆ กันด้วย
ด้านนอกของโกดังมีรถคันเล็กสำหรับวิ่งบนหิมะหรือสโนว์โมบิลสีดำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งอยู่
ฮั่วอวี๋เปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและทำความสะอาดหิมะที่ถูกลมพัดเข้ามาในอาคาร
จากนั้นจึงนำถ่านไร้ควันที่อยู่ในโกดังออกมาจุดเตา ไม่นานอาคารที่ถูกทิ้งร้างก็เริ่มมีแสงสว่างปรากฏขึ้น
- นี่มันลำบากจริง ๆ หากให้ฉันไปอยู่ที่นั่น ฉันคงทนอยู่ได้ไม่ถึงวันแน่ ๆ
- จงมั่นใจและขจัดความเป็นไปไม่ได้
- จงมั่นใจและเปลี่ยนวันเป็นชั่วโมง
- การจะอยู่รอดในสถานที่แบบนั้นได้จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เจ้าของห้องจะทำได้เหรอ?
ฮั่วอวี๋มองไปที่เปลวไฟในเตาและตอบ “ไม่ต้องกังวล ผู้พิทักษ์น้ำแข็งทุกคนเป็นทั้งทหารและนักวิชาการ”
“ผมเรียนวิชาภูมิศาสตร์ขั้วโลกเหนือในมหาวิทยาลัยมาเป็นเวลาสี่ปีเต็ม หลังจากที่เรียนจบก็เข้าร่วมกองทัพอีกสองปี จากนั้นถึงมาเป็นผู้พิทักษ์น้ำแข็ง”
“แม้ว่าการใช้ชีวิตที่นี่เพียงลำพังจะเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็มั่นใจในตัวเอง!”
อย่างที่ฮั่วอวี๋กล่าว เขาไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมในการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์แต่ยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งด้วย
ชายหนุ่มเป็นคนประเภทที่มีพัฒนาการทั้งด้านสมองและร่างกาย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาสามารถโกงได้!
จำนวนผู้เข้ารับชมการถ่ายทอดสดได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้ความนิยมก็พุ่งสูงถึง 5,000 คนแล้ว
ฮั่วอวี๋ตบเสื้อกันหนาวของตนและลุกขึ้น
“เอาละ ออกไปลาดตระเวนข้างนอกกันเถอะ ที่นี่คืออาณาเขตของเรา!”
ชายหนุ่มเดินออกไปด้านนอกและสตาร์ทสโนว์โมบิล
หลังจากเปิดใช้งานเรียบร้อย ตัวเครื่องก็ส่งเสียงออกมาก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังพื้นน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไป
ลูกบอลสีดำขนาดเล็กที่ใช้สำหรับถ่ายทอดสดลอยอยู่ข้าง ๆ ฮั่วอวี๋คอยแพร่ภาพไปยังห้องถ่ายทอดสด
- ในที่สุดก็ออกไปข้างนอก ฉันรอแทบไม่ไหวแล้ว
- มีแค่ฉันรึเปล่าที่คิดว่าเจ้าของห้องหล่อมากเมื่ออยู่บนสโนว์โมบิล?
- เราจะได้เห็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือไหม? แต่สัตว์ที่อยู่ที่นั่นเป็นสัตว์ประเภทไหนกัน? นกเพนกวินเหรอ?
- ตลกน่า นกเพนกวินที่ไหนจะอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ
หลังจากที่เห็นแถบข้อความในกล่อง ฮั่วอวี๋ก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ "เคยมีเพนกวินอยู่ในขั้วโลกเหนือจริง ๆ”
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกเอ่ยออกมาก็เกิดความโกลาหลขึ้นในห้องถ่ายทอดสดทันที
- จริงเหรอ ฉันไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ อย่าโกหกนะ
- เป็นสิ่งที่รู้โดยทั่วกันไม่ใช่เหรอว่าหมีขั้วโลกอาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือ ส่วนนกเพนกวินอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกใต้?
- ตอนแรกฉันเชื่อนะว่าเจ้าของห้องคือผู้พิทักษ์น้ำแข็ง แต่พอเขาพูดแบบนี้ ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
ฮั่วอวี๋เอ่ยต่อโดยไม่สนใจข้อสงสัยมากมายบนกล่องข้อความ "ในขั้วโลกเหนือเคยมีสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่านกอ๊อกใหญ่ ผู้คนเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่าเพนกวิน ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษ”
“แต่การจะบอกว่ามันคือนกเพนกวินก็ไม่ถูกนัก เพราะแม้นกอ๊อกใหญ่จะดูเหมือนนกเพนกวิน แต่มันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนกเพนกวินเลย กลับกัน มันเป็นญาติกับนกเมอร์เร นกปากแหลม และนกพัฟฟินแอตแลนติก”
“เช่นเดียวกับนกเพนกวิน นกอ๊อกใหญ่เป็นนกน้ำและไม่สามารถบินได้ มันใช้ปีกของมันว่ายน้ำแถมยังดูน่ารักมากด้วย”
เสียงของสโนว์โมบิลนั้นค่อนข้างดัง แต่โชคดีที่ฟังก์ชันวิทยุของลูกบอลถ่ายทอดสดนั้นดีมาก คำพูดของฮั่วอวี๋จึงส่งผ่านไปสู่หูของเหล่าผู้ชมในห้องอย่างชัดเจน
- ปรากฏว่ามีเพนกวินอยู่ในขั้วโลกเหนือเหมือนกัน สุดยอดเลย
- สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ รู้ละเอียดจริง ๆ
- ฉันไปตรวจสอบในเชียนตู้มา ปรากฏว่ามีสัตว์แบบนั้นอยู่ในขั้วโลกเหนือจริง ๆ แต่พวกมัน…
- พวกมันทำไม? ทำไมนายถึงพูดแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้?
"พวกมันสูญพันธุ์ไปตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1844 แล้ว” ผู้คนภายในห้องถ่ายทอดสดได้ยินเสียงที่นิ่งสงบของฮั่วอวี๋ดังขึ้น
“เนื้อของนกอ๊อกใหญ่นั้นอร่อยและมีไขมันมาก แต่ขนของมันต่างหากที่ทำให้ถูกมนุษย์ฆ่า”
“ขนของนกอ๊อกใหญ่สามารถนำกลับไปยังยุโรปเพื่อใช้ทำเป็นที่นอนและหมวกได้เพราะผู้คนนิยม ดังนั้นการสูญพันธุ์ของมันจึงมาจากการฆ่าอย่างไม่เลือกหน้าของมนุษย์เพื่อเอาขน”
“วันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1844 คือวันแห่งการสูญพันธุ์ของนกอ๊อกใหญ่ บนเกาะภูเขาไฟใกล้กับไอส์แลนด์ นกอ๊อกใหญ่คู่สุดท้ายถูกมนุษย์ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมขณะที่กำลังฟักไข่”
“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มนุษย์ก็ไม่ได้เห็นสัตว์ที่น่ารักและเชื่องแบบนั้นอีกเลย ในที่สุดนกอ๊อกก็กลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์”
ทั้งห้องถ่ายทอดสดตกอยู่ในความเงียบทันที
มีเพียงตอนนั้นเองที่เหล่าผู้ชมตระหนักได้ว่าทำไมฮั่วอวี๋ถึงบอกว่าเคยมีเพนกวินอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ
ไม่รอให้เหล่าผู้ชมได้สติ สโนว์โมบิลเบรกกะทันหันและหยุดลงบนพื้นน้ำแข็ง
ฮั่วอวี๋มองพื้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นจึงเอ่ยกับเหล่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด
“ดูเหมือนวันนี้จะเป็นโชคของเรา มีสัตว์อาศัยอยู่แถวนี้!”
เมื่อกล้องถ่ายทอดสดซูมไปที่พื้น ทุกคนก็พบว่าพื้นหิมะแถวนี้แตกต่างไปจากหิมะโดยรอบ
บนพื้นกว้างเต็มไปด้วยรอยเท้าขนาดแตกต่างกัน!
บทที่ 3 การต่อสู้ของฝูงหมาป่า
บทที่ 3 การต่อสู้ของฝูงหมาป่า
- รอยเท้าเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
- เจ้าของห้อง นี่เป็นรอยเท้าของอะไรเหรอ? ทำไมถึงดูคล้ายกับรอยเท้าของไซบีเรียนฮัสกีที่บ้านของฉันเลย?
- สวยจัง มันเหมือนกับดอกบ๊วยดอกเล็ก ๆ เลย
- เป็นสุนัขของทีมวิจัยอื่นหรือเปล่า?
ฮั่วอวี๋ดึงมีดกรูข่า*[1] ออกมาจากด้านหลังและเดินไปยังรอยเท้าดังกล่าว
"นี่คือรอยเท้าของหมาป่าอาร์กติก"
ชายหนุ่มมองไปข้างหน้าก่อนจะพบเข้ากับรอยเท้าหมาป่าขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ รอยเท้าดังกล่าวทอดยาวไปตามทางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“จากจำนวนรอยเท้าที่มากมายแบบนี้ พวกมันน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 ตัว"
“หมาป่าอาร์กติกหนึ่งฝูงจะมีจำนวนประมาณ 20 ถึง 30 ตัว ซึ่งถือเป็นครอบครัวขนาดใหญ่!" ไอเย็นสีขาวพ่นออกมาจากปากของฮั่วอวี๋
- ฉันกลัวแล้วนะ มีหมาป่าอยู่แถวนั้นจริง ๆ เหรอ?
- เจ้าของห้องรีบถอยออกมาเร็ว นั่นมันฝูงหมาป่าเลยนะ!
- หมาป่าอาร์กติกประเภทที่เป็นหมาป่าสีขาวบริสุทธิ์น่ะเหรอ?
- ความประทับใจที่ฉันมีต่อเจ้าหมาป่าสีขาวตัวเล็กก็คือมันงดงามมาก
ฮั่วอวี๋ถือมีดกรูข่าเอาไว้ในมือและเดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไป โดยไม่สนใจความคิดเห็นของเหล่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด
“ผมถอยไม่ได้ หมาป่าอาร์กติกที่ยังมีชีวิตมีคุณค่าทางวิจัยสูงมาก ผมต้องทำการบันทึกวิดีโอเพื่อรวบรวมข้อมูลของมันเอาไว้!" ดวงตาของฮั่วอวี๋ฉายแววตื่นเต้น
หมาป่าอาร์กติกเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ การที่สามารถบันทึกภาพหมู่ของมันได้ถือเป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงของผู้พิทักษ์น้ำแข็ง!
นอกจากนี้หมาป่าอาร์กติกเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกับเป็นกลุ่ม และขณะนี้ก็เป็นฤดูใบไม้ผลิจึงไม่มีความเป็นไปได้เลยสำหรับการย้ายถิ่นฐาน
นี่แสดงให้เห็นว่ารังของพวกมันนั้นจะต้องอยู่ใกล้ ๆ นี้!
ชายหนุ่มถือมีดกรูข่าเดินตามรอยเท้าดังกล่าวไปอย่างช้า ๆ
ยิ่งเดินเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ รอยเท้าหมาป่าที่อยู่บนพื้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าหมาป่าเหล่านั้นอยู่ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าผู้รับชมการถ่ายทอดสดเริ่มเป็นกังวลแทนฮั่วอวี๋อย่างอดไม่ได้
นี่คือฝูงหมาป่าจริง ๆ มันแตกต่างจากหมาป่าเพียงตัวเดียวอย่างสิ้นเชิง
กึก!
ฝีเท้าของผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มหยุดลงกะทันหัน
บนผืนหิมะที่เงียบสะงัด เสียงคำรามของหมาป่าดังขึ้น
ด้วยเสียงคำรามนี้ เสียงคำรามอีกหลาย 10 เสียงก็ดังขึ้นติดต่อกันราวกับเป็นการตอบสนอง
แววตาของฮั่วอวี๋เปลี่ยนไป เขารีบเดินไปที่โขดหิน ซ่อนร่างของตัวเอง และโผล่ศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อสังเกตสถานการณ์ตรงหน้า
เมื่อกล้องถ่ายทอดสดลอยสูงขึ้น คนทั้งหมดก็สามารถมองเห็นภาพของกลุ่มหมาป่าอาร์กติกที่มีดวงตาสีเขียวยืนอยู่ท่ามกลางพื้นน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน
เหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดต่างตกตะลึง
ฮั่วอวี๋ขมวดคิ้ว มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับหมาป่าพวกนี้
หมาป่าอาร์กติกจำนวนมากกระจายตัวออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีจำนวนมากกว่า 20 ตัว ในขณะที่อีกกลุ่มมีจำนวนน้อยกว่า 10
สำหรับหมาป่าที่มีจำนวนมากกว่า ผู้นำคือหมาป่าหนุ่มตัวผู้ ร่างของมันอวบอ้วน ขนมันเงา และดูมีพลัง
ขณะที่กลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่านำโดยหมาป่าชราที่มีขนบางและดูอ่อนแรง
ทว่าในดวงตาสีเขียวของหมาป่าชรา ร่องรอยของความเจ้าเล่ห์และความมุ่งมั่นนั้นยังคงฉายออกมา
ฮั่วอวี๋เอ่ยเสียงเบา “ดูเหมือนจะมีการต่อสู้กันภายในฝูง การต่อสู้ดังกล่าวนำโดยหมาป่าหนุ่มที่ต้องการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูง!"
“หมาป่าชราตัวนั้นคงจะเป็นจ่าฝูงเดิม แม้ว่าลูกน้องของหมาป่าชราจะมีอยู่ไม่มากนัก แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่ยอมแพ้"
“หมาป่าหนุ่มตัวนั้นคงจะเอาชนะหมาป่าส่วนใหญ่ในฝูงมาก่อน จากนั้นจึงก่อกบฏกับจ่าฝูงเดิม!"
“ผมไม่สามารถเข้าไปใกล้กว่านี้ได้ ประสาทการรับกลิ่นของหมาป่าอาร์กติกนั้นเฉียบคมมาก โชคดีที่ตรงนี้ลมแรง ลมจึงไม่พัดกลิ่นของผมไปเตะจมูกของพวกมัน"
ห้องถ่ายทอดสดร้อนระอุอีกครั้ง ผู้คนมากมายทำการถ่ายภาพหน้าจอและบันทึกวิดีโอเอาไว้ ความนิยมของห้องถ่ายทอดสดพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
ฮั่วอวี๋เองก็เปิดฟังก์ชันบันทึกวิดีโอเช่นกัน จากนั้นระบบก็เริ่มบันทึกฉากที่หายากนี้ทันที
ในเวลานี้ หมาป่าหนุ่มก็สูญเสียความสงบในที่สุด มันพุ่งเข้าโจมตีฝั่งหมาป่าชราอย่างรวดเร็ว
วินาทีนั้น เหล่าหมาป่าที่ยืนเผชิญหน้ากันก่อนหน้านี้ก็พุ่งตัวออกไป มันแยกเขี้ยวและกัดพวกของหมาป่าชราจ่าฝูง
อากาศโดยรอบปกคลุมไปด้วยกลิ่นเลือด และคราบเลือดก็กระจัดกระจายเป็นวงกว้าง
ไม่นานนัก พวกของหมาป่าชราจ่าฝูงก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
หมาป่าชราจ่าฝูงมีอายุมากและร่างกายอ่อนแอ ลูกน้องของมันส่วนใหญ่ก็เป็นหมาป่าที่อายุประมาณเจ็ดหรือแปดปี ซึ่งอายุขัยโดยเฉลี่ยของหมาป่าอาร์กติกนั้นอยู่ที่เจ็ดปีเท่านั้น
หมาป่าหนุ่มกล้าหาญเป็นอย่างมาก มันตะปบไปที่หัวของหมาป่าชราที่เคยเป็นจ่าฝูงด้วยอุ้งเท้า ทิ้งรอยแผลเปื้อนเลือดเอาไว้
หลังจากที่โจมตีสำเร็จ หมาป่าหนุ่มก็ไม่ได้รุกหน้าต่อ แต่กลับถอยหลังเดินไปรอบ ๆ หมาป่าชราจ่าฝูง มองหาโอกาสที่จะโจมตีอีกครั้ง
ผู้ใต้บังคับบัญชาของหมาป่าชรานอนจมกองเลือดจนหมด ตอนนี้เหลือเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาของหมาป่าหนุ่มเท่านั้น พวกมันทั้งหมดเข้าล้อมอดีตจ่าฝูงเอาไว้
เห็นได้ชัดเลยว่าการกบฏของหมาป่าหนุ่มประสบความสำเร็จ
ดวงตาข้างหนึ่งของหมาป่าชราถูกทำให้มืดบอดโดยหมาป่าหนุ่ม อีกทั้งขาหน้าข้างหนึ่งของมันก็ห้อยไปมา เห็นได้ชัดเลยว่าหัก
ขนสีขาวหิมะถูกย้อมเป็นสีแดง ร่างที่ก้มต่ำของมันดูเศร้าโศกและอ้างว้าง
ลูกบอลสีดำขนาดเล็กบันทึกภาพการต่อสู้ดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน และแม้ว่าจะรับชมผ่านหน้าจอ แต่เหล่าผู้ชมรู้สึกได้ถึงความโหดเหี้ยมในการนองเลือดครั้งนี้
ฮั่วอวี๋นอนลงบนพื้น ขมวดคิ้วเข้าหากันและเอ่ย “หมาป่าชราจ่าฝูงแพ้แล้ว มันควรจะหนีหรือไม่ก็ออกจากฝูงไป การต่อสู้แบบกลุ่มแบบนี้มีให้เห็นไม่บ่อยนัก"
“มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับหมาป่าชราจ่าฝูง ดูเหมือนมันจะซ่อนบางอย่างเอาไว้"
หมาป่าชราจ่าฝูงและหมาป่าหนุ่มเผชิญหน้ากันเป็นเวลาอย่างน้อยสามนาที และในที่สุดหมาป่าหนุ่มก็ทนไม่ไหวพุ่งเข้าใส่ศัตรูพร้อมกับพรรคพวกที่เหลือ
ท่ามกลางพายุหิมะ เสียงคำรามอันเจ็บปวดของหมาป่าชราจ่าฝูงดังก้องไปทั่ว และเลือดหมาป่าสีแดงฉานก็กระจายเต็มพื้น
ท้ายที่สุด หมาป่าชราจ่าฝูงก็นอนนิ่งอยู่กับที่ ไม่เหลือร่องรอยชีวิตอีกต่อไป
หมาป่าหนุ่มจ้องเขม็งไปยังหมาป่าชราจ่าฝูงที่นอนอยู่กับพื้น ราวกับว่ามันกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็คำรามออกมาและจากไปพร้อมกับหมาป่าตัวอื่น ๆ
- ในที่สุดก็จบ ฉันกลัวแทบตาย!
- เกิดอะไรขึ้น? ฉันเพิ่งเข้ามา นี่เป็นห้องถ่ายทอดสดแบบไหนเหรอ?
- พระเจ้า นี่เป็นสเปเชียลเอฟเฟกต์รึเปล่า? ไม่สมจริงเกินไปหน่อยเหรอ?
- ฉันเชื่อนะ ฉันแทบจะฉี่ราดอยู่ตรงหน้าจอแล้ว เจ้าของห้องสุดยอดไปเลยที่ยังสงบนิ่งได้ในสถานการณ์แบบนี้
- โห หมาป่าชราจ่าฝูงน่าสงสารมากจริง ๆ
- ฮ่า ๆ ๆ ๆ เจ้าของห้องเองก็กลัวเหมือนกัน เขานอนนิ่งเลย
ฝูงหมาป่าหายไปหมดแล้ว แต่ฮั่วอวี๋ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น ไม่ไหวติง
“อย่าดูถูกพวกหมาป่า ความฉลาดของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์เลย เรายังไม่ควรปรากฏตัวออกไปตอนนี้"
ฮั่วอวี๋คลานไปบนพื้นและเอ่ยกับเหล่าผู้ชม
- จริง ๆ นะ เจ้าของห้องระแวงเกินไปแล้ว พวกมันไปจนหมดแล้ว
- ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไม่จำเป็นต้องอธิบาย พวกมันคือหมาป่า ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่แข้งขาจะอ่อนแรง!
ฮั่วอวี๋ไม่สนใจข้อความที่ปรากฏขึ้นและยังคงอยู่ที่เดิม
10 นาทีต่อมา หมาป่าอาร์กติกสีขาวหิมะตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นภายในกล้อง
บทสนทนาเกี่ยวกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ภายในห้องถ่ายทอดสดหยุดลงกะทันหัน
หมาป่าหนุ่มตัวนั้น… ไม่สิ หมาป่าจ่าฝูงตัวใหม่กลับมาจริง ๆ!
มันมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆอยู่รอบ ๆ มันจึงวิ่งไปยังสนามรบก่อนหน้านี้
มุมปากของฮั่วอวี๋ยกยิ้มขึ้น จากนั้นเขาก็หยิบมีดกรูข่าออกมาจากด้านหลัง!
[1] มีดกรูข่า : เป็นมีดพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวเนปาลและชาวกรูข่า คล้ายมีดอีเหน็บ โดยใบมีดมีรูปร่างปลายแหลม กลางป่อง โคนแคบ สันค่อนข้างหนา