โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“การเห็นต่าง” ดาบสองคมที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายเอกภาพของสังคม

The Structure

อัพเดต 02 มี.ค. 2566 เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2566 เวลา 10.17 น. • The Structure

“เห็นต่าง” คือ ถ้อยคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมปัจจุบัน และมักถูกมองว่าเป็นการแสดงออกที่ขัดแย้งกับความคิดเห็นกระแสหลักในสังคม และดูเหมือนจะเป็นความจริงที่น่าเชื่อถือหรือน่าน้อมรับมากกว่าความคิดเห็นหรือความจริงที่เป็นกระแสหลัก

แต่ที่จริงแล้ว คำว่า “เห็นต่าง” ก็ไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว และหากเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเห็นต่างนั้น จะพบว่าไม่ได้แตกต่างจากการแสดงความคิดเห็นแบบอื่น ๆ และไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ขอให้เป็นแค่ความคิดเห็นที่เป็นกระแสรองก็เข้าข่ายความหมายของคำว่า “เห็นต่าง” ได้แล้ว

เพราะที่จริงแล้วการเห็นต่างก็คือการขัดแย้งกับความคิดเห็นหลัก หรือความจริงหลักของสังคมโดยตรงอยู่แล้ว แต่ในหลายกรณีการเห็นต่างส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงการขัดแย้งทางอารมณ์เท่านั้น แต่ยังพยายามเอาเหตุผล ข้อเท็จจริงและหลักฐานสารพัดที่สามารถเข้ากันได้กับความเห็นรองของตนเองที่เรียกว่า “ความเห็นต่าง” มาทำให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำมาใช้หักล้างกระแสความคิดหลักในสังคมได้ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในมือ

และความจริงเองก็สามารถถูกนำมาบิดเบือนเพื่อให้เข้ากับคำว่า “เห็นต่าง” ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนที่จะมอง “ความจริง” ดังนั้น ในหลายกรณีความจริงไม่ได้มีสถานะสูงสุดเหนืออารมณ์ของมนุษย์ แต่กลับเป็นเพียงเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการนำเสนอความคิดเห็นที่ตนคิดว่าถูกต้องเพียงเท่านั้น ซึ่งการเห็นต่างที่ไม่มีทั้งเหตุผลและความจริงกำกับอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเรื่องเล่าหรือความคิดเห็นมาปรับแต่งให้มีความน่าเชื่อถือ และทำให้ทัดเทียมกับกระแสความคิดหลักที่ถูกกังขาจากผู้คนในสังคม

ร้ายไปกว่านั้น คือ มีหลายครั้งที่ความเป็นเหตุเป็นผลแทบไม่มีผลต่อความคิดของคนในสังคมเลย โดยเฉพาะประเด็น “การเมือง” เพราะเมื่อไหร่ที่มีการกล่าวถึงประเด็นการเมือง ความเป็นเหตุเป็นผลก็แทบจะหายไปในทันที และกลายเป็นเพียงการประลองทางอารมณ์ที่พร้อมจะบิดเบือนความจริงทุกอย่าง เพียงเพื่อปกป้องความคิดเห็นทางการเมืองของตนเอง และไปด้อยค่าความคิดเห็นทางการเมืองของผู้อื่นที่ขัดแย้งกับตน ซึ่งต่อให้ใช้ข้อเท็จจริงมากมายในการพิสูจน์ ก็มักจะไม่ได้ผลกับอารมณ์ของมนุษย์ที่เห็นต่างในเงื่อนไขต่าง ๆ

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากหรือมีอิทธิพลต่อสังคม มักจะเต็มไปด้วยการใช้อารมณ์ในการแสดงความคิดเห็นในนามของความเห็นต่างสารพัดอย่าง และพร้อมโยนเหตุผลและความจริงทั้งหมดทิ้งไปเพียงเพื่อตอบสนองความถูกต้องของตนเอง หรือเพื่อให้ตนได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวในบางครั้ง

ยังไม่นับรวมถึงมุมมองต่อความจริงซึ่งยังแตกต่างกันไปตามความรับรู้ของผู้คนในสังคม กล่าวคือ ในมุมมองของบางคน ต่อให้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมในอนาคต แต่หากตนเองไม่ได้รับผลประโยชน์หรือเสียผลประโยชน์ ก็พร้อมที่จะคัดค้านและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ หรือแม้แต่เพื่อให้ฝักฝ่ายที่ตนสนับสนุนได้รับประโยชน์จากการคัดค้านในนามของลัทธิบูชาตัวบุคคล

ขยับใกล้ตัวเข้ามาอีก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากกรณีของการเห็นต่าง คือ เรื่อง “ประชานิยม” เพราะเห็นได้ชัดเจนถึงความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองภายในสังคมภาพใหญ่ได้เป็นอย่างดี จากความต้องการผลประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งที่สะท้อนถึงการเห็นต่างในรูปแบบนี้ คือ การคัดค้านการดำเนินนโยบายระยะยาวต้องใช้เวลานานและใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่กลับเลือกที่สนับสนุนนโยบายระยะสั้นที่ใช้เวลาน้อยและสามารถส่งผลดีได้ในทันที

สิ่งเหล่านี้สามารถพบได้ในหลายประเทศทั่วโลก เพราะโดยธรรมชาติแล้ว การดำเนินนโยบายในระยะยาวก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ใหญ่ที่จะต้องใช้เวลานานและการเอาใจใส่ดูแลในช่วงแรกเริ่มอย่างสม่ำเสมอ โดยยังไม่มีผลตอบแทนใดๆ ในช่วงแรก จนกว่าจะถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ต้นไม้ใหญ่สามารถตอบแทนกลับในรูปของร่มเงาบังแดด บริเวณร่มรื่น หรือมูลค่าที่เกิดขึ้นจากต้นไม้ใหญ่นั้น ทั้งหมดนี้คือการอธิบายโดยมีหลักฐานและเหตุผลกำกับอยู่ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนต้องการกลับเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาน้อย ใช้ต้นทุนต่ำ แม้ว่าจะไม่ใช่ผลดีในระยะยาว ดังนั้น เมื่อมีการนำเสนอนโยบายประชานิยมที่เน้นแจกเน้นเพิ่ม ก็ย่อมถูกใจมหาชนที่ต้องการได้สิ่งเหล่านั้นมาจุนเจือชีวิตอยู่แล้ว เพราะทั้งความต้องการในระยะสั้นและความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ต่อให้มีการนำเสนอเหตุผลสารพัดเพื่อชี้บอกถึงผลที่จะตามมาจากนโยบายประชานิยม ก็จะถูกด้อยค่าและถูกคัดค้านในรูปแบบของความเห็นต่างอื่นๆ ได้เช่นเดียวกันอีก

เพราะในมุมมองของบางคน แม้ว่าการดำเนินนโยบายประชานิยมจะเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจภาพรวม หรือทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว แต่ก็ยังเรื่องน่ายินดีอยู่เพราะถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ลงโทษและแก้แค้นกลุ่มคนที่มีศักยภาพมากกว่า และทำให้ตนมีความเท่าเทียมทั้งในรูปแบบของการสนับสนุนจากนโยบายประชานิยม และการกดทับกลุ่มคนที่มีความสามารถให้ตกต่ำลงด้วยนโยบายประชานิยมเช่นกัน

ในขณะที่การผลักดันนโยบายพัฒนาระยะยาว แม้ว่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมมากกว่า แต่ประโยชน์ที่ได้รับมักจะถูกซ่อนอยู่ในกลไกเศรษฐกิจที่จะต้องมีการพัฒนาและเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อให้เข้าถึงผลประโยชน์เหล่านั้นด้วยตนเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบทุนนิยมที่ขับเคลื่อนโลกมาตั้งแต่ช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน และพิสูจน์ได้ว่า เมื่อระบบดีและมีการวางรากฐานที่แน่นในช่วงเริ่มแรก พร้อมกับการขับเคลื่อนตนเองให้เข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ นั่นคือโอกาสในยกระดับให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบอะไรแบบนั้น เพราะมีหลายคนที่ไม่ได้ต้องการจะผลักดันตนเองเพื่อที่จะยกระดับตนเองขึ้นไป แต่กลับต้องการใช้เครื่องมือทางลัดสารพัดอย่างในการทำให้ตนเองสูงขึ้นและกดคนอื่นให้ตกต่ำลงโดยนโยบายประชานิยม นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากกรณีของการเห็นต่าง และมุมมองความจริงที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

สุดท้ายนี้ การเห็นต่างที่แท้จริง คือ การใช้ความเห็นรองในการแย้งความเห็นหลัก โดยใช้เหตุผลและหลักฐานมาประกอบเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ บางครั้งอาจใช้เพียงอารมณ์และความพึงพอใจของตนเองในการเห็นต่างเท่านั้น และแน่นอนว่าการเห็นต่างไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ ตราบใดที่ไม่ได้เป็นการเพิกถอนความจริงหรือข้อมูลที่ดีอยู่แล้ว เพียงเพราะอยากแทนที่ด้วยชุดความคิดที่ถูกใจตนเองมากกว่า

“เพราะการเห็นต่างแบบมั่ว ๆ ก็คือการทำลายเอกภาพของสังคมดี ๆ นี้เอง”

โดย ชย

อ้างอิง:

[1] Difference Between Fact And Opinion

[2] Death of truth: when propaganda and ‘alternative facts’ first gripped the world

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...