‘EXIM BANK’ ชูนวัตกรรมการเงินสีเขียว ‘ดอกเบี้ยพิเศษ’ ให้ธุรกิจทุกขนาด สร้างระบบนิเวศ-สังคมคาร์บอนต่ำ
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 06.24 น. • The Bangkok InsightEXIM BANK ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2567 ส่งสัญญาณฟื้นตัว "ส่งออก" มีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการเงินสีเขียว "สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ" สำหรับซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต และผู้ซื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างระบบนิเวศ และสังคมคาร์บอนต่ำ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2-3% เนื่องจากเครื่องยนต์สำคัญ กลับมาขยายตัวพร้อมกันในรอบ 6 ปี ได้แก่ การบริโภค และการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การท่องเที่ยว ตลอดจนเครื่องยนต์สำคัญอย่างการส่งออก ซึ่งหดตัวในปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี
ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวช้าของภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง อันเป็นผลจากเศรษฐกิจโลก และการค้าโลกในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 3.2% และ 2.8% ตามลำดับ ราคาน้ำมันโลกและราคาโภคภัณฑ์ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าส่งออกปรับตัวสูงขึ้นตาม
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดโลก โดยยกระดับคุณภาพ และมูลค่าสินค้าเพื่อเจาะตลาดที่มีความต้องการสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ Gadgets และสินค้ารักษ์โลก
ขณะเดียวกันต้องติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมในการส่งออกไปตลาดสำคัญของโลก เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งคิดเป็น 51% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทยในปี 2566 โดยข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ในปี 2564 สัดส่วนการส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไทยอยู่ที่ 7.6% ของมูลค่าส่งออกรวม ต่ำกว่าหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี (15.4%) ญี่ปุ่น (15%) จีน (10.4%) และเกาหลีใต้ (10.2%)
EXIM BANK จึงได้พัฒนานวัตกรรมการเงินสีเขียว "Greenovation" ที่มุ่งยกระดับสินค้าส่งออกของไทยเป็นสินค้ารักษ์โลก หรือ Green Products ควบคู่กับการสร้าง Green Export Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยมลภาวะ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ และการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด นับเป็นธนาคารแรก ๆ ที่มีโซลูชันทางการเงินช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ครบทุกด้าน
กล่าวคือ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สะอาดขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียน และการช่วยให้ซัพพลายเออร์ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ Green Export Supply Chain อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 3.85% ต่อปี ให้แก่ซัพพลายเออร์ และผู้ซื้อปลายทางของผู้ประกอบการตลอดซัพพลายเชน ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำได้ โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้รับ
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารในเดือนมกราคม-มีนาคม 2567 ธนาคารสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ขยายการค้า และการลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับธุรกิจไทยให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สนับสนุนธุรกิจไทยสู่เวทีโลก: มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 5,853 ล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพัน 174,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,474 ล้านบาท หรือ 7.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่งต่อความยั่งยืนเพื่อสังคม: มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันที่เป็น ESG 67,310 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38.64% ของยอดทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 55.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอีจำนวน 12,475 ล้านบาท
สร้างโอกาสการลงทุน: มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันเพื่อการลงทุน 127,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในโครงการระหว่างประเทศทั้งสิ้น 50,210 ล้านบาท
เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดที่สำคัญ ธนาคารสนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันในกลุ่ม CLMV และ New Frontiers จำนวน 43,257 ล้านบาท
เสริมเกราะป้องกันความเสี่ยง: ธนาคารมีปริมาณธุรกิจบริการประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 54,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 EXIM BANK มีจำนวนลูกค้า 5,607 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าเอสเอ็มอีมากถึง 81.15% ทั้งยังสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ผ่านการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ จับคู่ทางธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางการเงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 โดยธนาคารได้ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสะสมประมาณ 19,840 ราย
ขณะเดียวกัน ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จำนวน 8,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 เท่ากับ 4.99%
มีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) จำนวน 15,972 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) 185.72% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงาน 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท
ดร.รักษ์ ระบุว่า ปี 2567 ธนาคารเดินหน้า Go the Extra Mile ชูบทบาท Green Development Bank สร้าง Greenovation ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจใน Green Export Supply Chain ให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยอ้างอิงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ พัฒนาสินค้ารักษ์โลกของไทยสู่ตลาดโลก เร่งเครื่องภาคส่งออกของไทยขยายตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก
พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลปรับลดอัตราดอกเบี้ยไพรม์เรท เทียบเท่า MRR รวม 0.40% ต่อปีนับแต่ต้นปีนี้ เหลือ 6.35% ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี อีกทั้งยังพัฒนา Greenovation อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศชาติ และโลกโดยรวม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ซีพีเอฟ' ชูเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดสูญเสียอาหาร-ขยะอาหาร ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- TOA เปิดนโยบาย 'GREEN MISSION' เดินหน้าพันธกิจ พิชิต Net Zero 2050
- ผลวิจัย ชี้ กว่าครึ่งของ 'ขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้า' ในสิ่งแวดล้อมโลกมาจาก 56 บริษัท
ติดตามเราได้ที่