รวบ "มีนพระราม3" โมเดลลิ่งเก๊ ฉกเงิน-ล่อลวงเด็กเอ็นฯ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 04.47 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ที่ บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่สืบนครบาลร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมนายกิตติกร โต๊ะยีหวัง หรือ มีนพระราม3 อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.447/2567 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ในคดีข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม”
สืบพบประวัติเคยถูกจับกุมตัว เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 59 ในข้อหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายฯ” รับโทษอยู่ในเรือนจำเกือบ 3 ปี พ้นโทษเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 62
การจับกุม "มีนพระราม 3" หลังก่อเหตุประทุษกรรมเหยื่อจำนวนหลายครั้งในพื้นที่นครบาล จนบางรายเกือบฆ่าตัวตาย จนกระทั่งมีเหยื่อใจกล้าเข้าแจ้งเพจดัง และดำเนินคดีจนสามารถออกหมายจับคนร้ายรายนี้ได้ในที่สุด ล่าสุดผู้การจ๋อส่งสารวัตรแจ๊ะไปทลายแหล่งกบดานคนร้ายย่านพระราม 3 แต่หลบหนีไปได้ แถมส่งข้อความและโชว์ปืนเย้ยท้าทาย สุดท้ายถูกตำรวจตามไล่ล่า จนคนร้ายไปจนมุมที่เพชรบูรณ์ โดยเจ้าตัวสารภาพกับผู้การจ๋อว่า “เคยทำแค่ 8 คน แต่ถ้าเปิดเผยใบหน้าจะมีคนมาแจ้งอีกเยอะ”
ส่วนพฤติการณ์กล่าวคือ “โมเก๊-ทรงเอ” สมญานามของ “บังมีนพระราม3” เริ่มจากการแฝงตัวอยู่ในกลุ่มไลน์ของเหล่าเด็กเอ็น จากนั้นจะปลอมตัวเป็นโมเดลลิ่งสาวทำทีทักไปหาสาวเอ็นเตอร์เทนโดยพุ่งเป้าไปที่สาวหน้าอกใหญ่ และกำลังประกาศหางานภายในกลุ่ม จากนั้นจะเริ่มใช้ทักษะการสนทนาแบบทรงเจ๊ “ป้ายยา” โปรโมทว่ามี “ลูกค้ารวย” สนใจ หว่านล้อมจนทำให้เหล่าสาวเอ็นเตอร์เทนเข้าใจว่าตัวเองโชคดีที่จะได้เจอลูกค้ารายนี้ เมื่อเหยื่อสาวเอ็นหลงกลตกลงรับงานจากคนร้ายแล้ว มักจะนัดหมายเหยื่อไปในสมรภูมิของมันคือย่าน “พระราม3” ซึ่งก่อนจะเจอกันคนร้ายจะให้เหยื่อสาวไปถอนเงินในบัญชีมาเป็นเงินสดให้หมด โดยใช้อุบายว่าได้เดิมพันกับเพื่อนไว้ ว่าเด็กเอ็นเตอร์เทนวันนี้พกเงินสดมาเท่าไหร่ ถ้าใครทายถูกก็จะได้เงินจากการเดิมพัน หากชนะพนันจะนำเงินที่ชนะพนันมาแบ่งให้กับเหยื่อสาว
เมื่อเหยื่อถอนเงินสดมาไว้เต็มกระเป๋าแล้วเดินทางมาถึงจุดนัดพบ คนร้ายจะแปลงกายจากโมเดลลิ่งในแชทไลน์มาปลอมตัวเป็น “ลูกค้า” ทำทีโอ้อวดว่าเป็นเสี่ยก่อน คนร้ายจะเดินเกมต่อโดยใช้เทคนิค “ไม่จ่ายเงินก่อน” จนกว่าจะเสร็จงานอันเป็นการเหนี่ยวรั้งเหยื่อไว้ ซึ่งหากเหยื่อรายใดท้วงติง คนร้ายจะเกทับด้วยการคุยโวว่าจะจ่ายเงินเพิ่มซึ่งบางรายถูกบังคับให้สไลด์หนอนให้คนร้ายตลอดทางไปที่พัก ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเผด็จศึก โดยที่แสบทรวงคือเหยื่อจะถูกกระทำอย่างรุนแรงมาก และกระทำเป็นจำนวนหลายครั้ง บางรายทนไม่ไหวก็จะถูกข่มขู่ว่ามีอาวุธปืนทำให้เหยื่อกลัวและจำยอม แล้วท้ายสุดยัง “แอบฉกเงินสด” ในกระเป๋าของเหยื่อก่อนจะหนีหายไป
โดยบางรายถูกลวงให้ไปซื้อของ บางรายถูกลวงไปปล่อยทิ้งข้างทาง ปล่อยเหยื่อรอเก้อแล้วหายตัว ที่น่าตกใจกว่าคือเมื่อเหล่าสาวเอ็นได้มีการสำรวจกันในวงการจนทราบว่ามีคนตกเป็นเหยื่อมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ราย แต่เกือบทั้งหมดไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดีเพราะอับอาย ถูกข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปลับ ได้แต่พากันสาปแช่งเท่านั้น
ล่าสุดได้มีเหยื่อสาว 2 ราย ได้ขอความช่วยเหลือเพจสายไหมต้องรอด โดยประสาน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. โดยได้พาเธอเข้าแจ้งความดำเนินคดี เข้าสู่กระบวนการสอบสวนกระทั่งตอนนี้ออกหมายจับคนร้ายรายนี้ได้แล้ว คือ นายกิตติกร หรือ มีนพระราม3 อายุ 33 ปี โดย พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ส่งชุดสารวัตรแจ๊ะไล่ล่าติดตามตัว โดยทราบเบาะแสว่าปัจจุบันคนร้ายไปอยู่ในกลุ่มแก๊งใหญ่ย่านพระราม 3 ชุดสืบสวนแกะรอยจนทราบว่าแหล่งมั่วสุดคือ ร้านขายขนมภายในซอยเจริญราษฎร์ 7 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม จ.กรุงเทพ แต่เป็นเพียงฉากหน้า เพราะหลังร้านนั้นเป็นแหล่งผลิตน้ำกระท่อมขาย
หลังชุดสืบสวนซุ่มดูอยู่ 10 ชั่วโมง จึงนำกำลังบุกเข้าไปตรวจสอบภายในร้าน พบอุปกรณ์การผลิตและนำกระท่อมสำเร็จรูปจำนวนมาก แต่ไม่พบตัวคนร้าย ซึ่งพวกของคนร้ายในร้านได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนว่าคนร้ายพึ่งจะหลบหนีไปที่ จ.นนทบุรี และในขณะเดียวกันคนร้ายได้ทราบว่าชุดสืบสวนได้บุกมาที่นี่ คนร้ายได้ส่งข้อความไลน์มาว่า “เดี๋ยวไปมอบเอง ไม่ต้องหา จ้งแจ๊ะไรก็หากูไม่เจอหรอก” พร้อมส่งภาพอาวุธปืนลูกโม่ ท้าทายเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน คนร้ายได้วางแผนปล่อยข่าวสับขาหลอกชุดสืบสวนว่าตนเองอยู่ที่ จ.นนทบุรี แต่ชุดสืบสวนวิเคราะห์พฤติกรรมออกว่าเป็นกับดักลวง “ผมมีพวกอยู่เพชรบูรณ์” ในที่สุดชุดสืบสวนได้พบกับกลุ่มเด็กซ่องสุมดื่มน้ำกระท่อมกันอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใกล้ๆตัวเมืองเพชรบูรณ์และได้พบคนร้ายสุมหัวอยู่ด้วย กว่า 40 ชั่วโมง รอจนกระทั่งรุ่งสางบุกเข้าไปรวบตัวคนร้ายรายนี้ได้สำเร็จ โดยไม่เกิดความสูญเสียใดๆ
จากการสอบสวน นายกิตติกร ให้การภาคเสธ โดยหลังจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายกิตติกร หรือมีนพระราม3 ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย