โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสาะค้น วิเคราะห์ ตำแหน่ง พระมหาอุปราช 'กรมพระยาดำรง'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

บทความพิเศษ

เสาะค้น วิเคราะห์

ตำแหน่ง พระมหาอุปราช

‘กรมพระยาดำรง’

การที่เลือกพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นบวรวิชัยชาญ ขึ้นเป็น พระมหาอุปราช ในรัชกาลที่ 5 เป็นข้อสำคัญในพงศาวดารหลายสถาน

เบื้องต้นเป็นการที่ผิดพระราชประเพณี

ด้วยตำแหน่ง พระมหาอุปราช เป็นรัชทายาท พระเจ้าแผ่นดินสวรรคตเมื่อใดถ้ามีพระมหาอุปราช จะเป็นพระราชโอรสก็ตาม หรือพระราชอนุชาก็ตาม พระมหาอุปราชย่อมได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์

เพราะฉะนั้น ในเรื่องพระราชพงศาวดารจึงปรากฏว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงตั้งพระราชโอรสพระองค์ใหญ่เป็นพระมหาอุปราชเป็นพื้น

ต่อไม่มีพระราชโอรส หรือมีเหตุการณ์อย่างอื่นบังคับ จึงทรงตั้งพระอนุชา หรือพระราชวงศ์ชั้นอื่นเป็นพระมหาอุปราช ยกตัวอย่างเพียงในพระบรมราชจักรีวงศ์นี้ เมื่อรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงตั้งสมเด็จพระอนุชาธิราชเป็นพระมหาอุปราช ก็ด้วยทรงสร้างสมพระบารมีมาด้วยกัน นับว่ามีเหตุการณ์บังคับ

ครั้นสมเด็จพระอนุชาธิราชสวรรคตก็ทรงตั้งสมเด็จพระราชโอรสเป็นพระมหาอุปราช

ต่อมาถึงรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงตั้งสมเด็จพระอนุชาธิราชเป็นพระมหาอุปราช ก็เพราะได้ดำรงพระยศเป็น พระบัณฑูรน้อยมาแต่ในรัชกาลที่ 1 ต้องทรงตั้งด้วยเหตุการณ์บังคับอีก

ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้ราชสมบัติด้วยพระราชวงศ์และเสนาบดียกถวาย จึงทรงตั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศักดิพลเสพ ซึ่งได้ทรงบัญชาการกระทรวงกลาโหมอยู่แล้วให้เป็นพระมหาอุปราช เป็นบำเหน็จที่ได้เป็นกำลังอุดหนุนให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ราชสมบัติ

ถึงรัชกาลที่ 4 ที่ทรงตั้งสมเด็จพระอนุชาเป็นพระมหาอุปราช ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเชื่อตำราพยากรณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวจำต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

ลองคิดดูว่า ถ้าหากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 รัชกาลนั้นพระองค์ใดเสด็จสวรรคตก่อนพระมหาอุปราชซึ่งมิได้เป็นพระราชโอรส การสืบราชสันตติวงศ์ก็จะไขว้เขว

หรือบางทีจะเกิดลำบากขึ้นในบ้านเมืองก็เป็นได้

แต่เผอิญพระมหาอุปราชซึ่งมิได้เป็นพระราชโอรสสวรรคตไปก่อนทุกรัชกาลจึงมิใคร่มีใครคิดเห็นความเสี่ยงภัยของบ้านเมืองในเรื่องที่กรมหมื่นบวรวิชัยชาญขึ้นเป็นพระมหาอุปราช

โบราณ ราชประเพณี

เลือก พระมหาอุปราช

อีกประการหนึ่ง ประเพณีการเลือกพระมหาอุปราชนั้นตามราชประเพณี (เป็นเช่นกรมขุนวรจักรธนานุภาพตรัสในที่ประชุมว่า)

พระเจ้าแผ่นดินต้องทรงเลือกเอง

พระราชวงศ์และเสนาบดีมีหน้าที่จะเลือกแต่พระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียว เพราะถ้าไม่มีพระเจ้าแผ่นดินบ้านเมืองจะเป็นจลาจล

แต่ส่วนพระมหาอุปราชหามีความจำเป็นเช่นนั้นไม่

โดยจะทิ้งว่างไว้ก่อนก็ได้ เยี่ยงอย่างเช่นเมื่อในรัชกาลที่ 3 ว่างพระมหาอุปราชอยู่ตั้ง 10 ปีก็เคยมี

แม้พระเจ้าแผ่นดินจะสวรรคตลงก็ประชุมปรึกษากันเลือกได้อีกเหมือนหนหลัง และเวลานั้นก็มีเจ้าฟ้าพระราชอนุชาอยู่ถึง 2 พระองค์ ไม่สิ้นไร้เจ้านายซึ่งจะรับรัชทายาท

ที่อ้างในคำปรึกษาว่า ถ้ากรมหมื่นบวรวิชัยชาญเป็นพระมหาอุปราชจะได้ทรงควบคุมผู้คนของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวดูเหมือนจะชวนให้เข้าใจว่ามีคนหมู่ใหญ่อีกจำพวกหนึ่งซึ่งเป็นคนของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ถ้าผู้อื่นไปบังคับบัญชาคนพวกนี้อาจจะกำเริบขึ้น

แต่ที่จริงมิได้เป็นเช่นนั้น

ความนัย การแต่งตั้ง

พระมหาอุปราช

พวกข้าราชการวังหน้าก็คนร่วมสกุลกันกับข้าราชการวังหลวงนั้นเอง เป็นแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแบ่งพระราชทานขึ้นไปรับราชการวังหน้า ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต

ก็กลับลงมาสมทบรับราชการวังหลวงโดยเรียบร้อยมาถึง 3 ปีจนสิ้นรัชกาลที่ 4 หามีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้ควบคุมขึ้นใหม่ไม่

อนึ่ง พระมหาอุปราชในรัชกาลก่อนๆ มาล้วนเป็นเจ้าฟ้าสมเด็จพระอนุชาธิราชอันร่วมพระบรมราชชนนีกับพระเจ้าแผ่นดิน แต่กรมหมื่นบวรวิชัยชาญทรงศักดิ์เพียงชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ

ซึ่งยกข้ามเจ้าฟ้าและพระราชบุตรของพระเจ้าแผ่นดินขึ้นเป็นพระมหาอุปราชเป็นการผิดราชประเพณีอีกประการหนึ่ง

ความที่กล่าวมานี้ไม่ได้มีความประสงค์จะติเตียนส่วนพระองค์กรมหมื่นบวรวิชัยชาญ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏว่าเป็นผู้มีพระอัธยาศัยสุภาพและได้ทรงร่ำเรียนรอบรู้นับว่าเป็นอย่างดีในเจ้านายสมัยนั้นพระองค์หนึ่ง

การที่ได้เป็นพระมหาอุปราชก็มิใช่เพราะพระองค์ทรงเอิบเอื้อมขวนขวายเอง เป็นเพราะ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ท่านปรารถนาจะให้เป็น

และไม่มีผู้ใดนอกจาก กรมขุนวรจักรธนานุภาพ ซึ่งอยู่ในที่ประชุมจะกล้าขัดขวางเท่านั้น

เหตุใด เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ จึงปรารถนาจะให้ กรมหมื่นบวรวิชัยชาญ เป็นพระมหาอุปราช

มูลฐาน ความคิด

ของ “เจ้าพระยา”

ถ้าว่าตามความเห็นของผู้รู้การครั้งนั้น โดยมากเห็นว่าเพราะท่านเกรงว่าเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญวัยขึ้นไม่พอพระราชหฤทัยที่มีผู้ว่าราชการแผ่นดินก็จะทรงขวนขวายเอาท่านออกจากตำแหน่ง

จึงคิดให้มีพระมหาอุปราชขึ้นสำหรับกีดกันพระราชอำนาจ

และเลือกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญเป็นพระมหาอุปราชด้วยเห็นว่าเข้ากับวังหลวงไม่ได้ ก็จะต้องอาศัยท่านทั้งวังหลวงและวังหน้า พาให้ตำแหน่งท่านมั่นคง

เห็นกันอย่างว่ามานี้เป็นพื้น

และมักเข้าใจกันว่าท่านคิดขึ้นในเวลาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสวรรคต

แต่เรื่องที่ผู้อื่นไม่รู้ยังมีอีกส่วนหนึ่งว่าการที่จะให้กรมหมื่นบวรวิชัยชาญเป็นพระมหาอุปราชนั้นที่จริง เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้คิดมาแต่ในรัชกาลที่ 4 และได้กราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบด้วย

เรื่องที่ปรากฏนั้น คือวันหนึ่ง (สันนิษฐานว่า เมื่อต้นปีเถาะ พ.ศ.2410) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระทวารวรมุข พระที่นั่งอนันตสมาคม เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เข้าเฝ้าฯ เป็นที่รโหฐาน

มีแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคอยรับใช้อยู่ข้างพระขนองสมเด็จพระบรมชนกนาถ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสสนทนากับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ด้วยเรื่องราชการต่างๆ

ตอนหนึ่ง ตรัสถึงวังหน้า

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะตรัสปรารภอย่างไร และเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จะได้กราบทูลสนองว่ากระไร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงได้ยินถี่ถ้วน ได้ยินแต่คำพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสตอบว่า

“ถ้าเช่นนั้นทำกำแพงกั้นปันเขตกันเสียที่ท้องสนามหลวงก็แล้วกัน” ดังนี้

ทรงสันนิษฐานว่า คงเป็นด้วยเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์กราบทูลอธิบายถึงเรื่องที่เห็นควรจะให้กรมหมื่นบวรวิชัยชาญเป็นพระมหาอุปราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเห็นชอบด้วย

แต่จะไม่ให้ขัดใจเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จึงตรัสตอบอย่างนั้น

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสาะค้น วิเคราะห์ ตำแหน่ง พระมหาอุปราช ‘กรมพระยาดำรง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...