โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า" ผ่านมุมมองของเอินเอิน - แฟร์รี่ และผู้กำกับหนังรุ่นใหม่ ‘แคลร์-จิรัศยา’

Dek-D.com

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 20.59 น. • DEK-D.com
แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า หนัง Coming Of Age ของสองตัวละคร พี่แอนและน้องเจน ที่จะเล่าเรื่องชีวิตของเด็กที่เกิดและโตในแฟลตตำรวจ เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต กว่าจะเป็นหนังเรื่องนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง มาดูกันเลย!

แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร าหนัง Coming Of Age ของสองตัวละคร พี่แอนและน้องเจน ที่จะเล่าเรื่องชีวิตของเด็กที่เกิดและโตในแฟลตตำรวจ เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ทั้งสองจะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจว่าจะเลือกอนาคตแบบไหนให้กับตัวเอง โดยจะมีตัวแปรข้อจำกัดต่าง ๆ ในชีวิตเข้ามาเกี่ยว

แฟลตเกิร์ลถือเป็นการกำกับหนังเรื่องแรกของพี่แคลร์-จิรัศยาและเป็นการแสดงหนังเรื่องแรกของ เอินเอิน ฟาติมาโดยการแสดงครั้งนี้ได้ แฟร์รี่ กิรณานักแสดงรุ่นใหม่มากความสามารถมาเล่นประกบด้วย

เห็นแบบนี้แล้ว น้อง ๆ Dek-D อยากรู้กันมั้ยว่า.. ทั้งผู้กำกับและนักแสดงมากความสามารถเหล่านี้ เค้าต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง เรียนรู้อะไรจากตัวละคร และอยากบอกอะไรกับน้อง ๆ ทุกคน ถ้าอยากรู้ล่ะก็ ไปดูกันเลยยย

. . . . . . . . .

อะไรที่ทำให้พี่แคลร์อยากหยิบเรื่องราวชาวแฟลต มาทำเป็นหนังเรื่องแรกของตัวเอง

พี่แคลร์:พอรู้ว่าจะต้องทำหนังยาวโดยเฉพาะหนังเรื่องแรก เราเลยอยากหาอะไรที่มันเป็นเรา อะไรที่คนอื่นทำไม่ได้ ซึ่งพอมาย้อนดู เราไม่เคยเห็นเพื่อนที่อยู่แฟลตตำรวจเลย บ้านคนอื่นเป็นหลัง บ้านเราเป็นแฟลต เราเลยอยากเล่าภาพชีวิต ภาพของตึก ความเป็นแฟลตตำรวจ เราอยากถ่ายทอดชีวิตวัยรุ่น วัยเด็ก มิติทางสังคม ที่ทุกคนรู้จักกัน

และด้วยความที่โครงสร้างตึกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสนามแบตอยู่ตรงกลาง เราเลยเพิ่งมานึกได้ว่าเราเติบโตมาจากการถูกจ้องมองเยอะมาก ค่อนข้างกดดันในแง่ของการเติบโต การค้นหาตัวเอง เรื่องเพศ เรื่องการอยู่ในสังคมที่ต่างคนมาจากต่างสังคมก็เหมือนกัน

ตอนเราเด็ก ๆ เราก็คิดว่าทุกคนเหมือนกัน อยู่ในตึกเดียวกัน เล่นอะไรเหมือน ๆ กัน มีสนามแบต มีป้อมตำรวจ มีลานริมน้ำ แต่พอเริ่มโตขึ้น เริ่มเห็นความต่างของสังคมมากขึ้น เช่น ไม้แบตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็เหมือนเก็บมา บางคนไม่มีก็ต้องมายืม

เราโตมากับอะไรแบบนี้ บางทีก็มีเรื่องโอกาสในที่อยู่ บางคนก็มีทางเลือกที่จะออกไปอยู่บ้าน บางคนพ่อก็เสียชีวิตก็ต้องขอเค้าอยู่ เราว่ามันก็แสดงภาพชนชั้นในแฟลตที่ดีเลย เลยคิดว่าอยากถ่ายทอดสิ่งนี้ออกมาในแฟลตเกิร์ล

กว่าจะมาเป็นแฟลตเกิร์ลได้ก็ใช้เวลาในการเตรียมบทหลายปี อะไรที่ทำให้พี่แคลร์เลือก เอินเอิน - แฟรรี่ มารับบทเป็นพี่แอนและน้องเจนในแฟลตเกิร์ล

พี่แคลร์:ตอนที่เราเขียนบทเรื่องนี้ บทน้องเจนต้องมีความอวบ ๆ นิดนึง ต้องมีความเด็กแต่ก็โตพอที่จะกำลังเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับความรัก มันเลยค่อนข้างหายาก ไม่ได้มีใครที่น่าสนใจเป็นพิเศษในตอนแรก พอมาเจอแฟรรี่ก็รู้สึกว่าน้องมีคาแรคเตอร์นี้ และน้องก็ใช้สัญชาติญาณในการแสดงค่อนข้างสูง ทำให้เห็นความเป็นเด็กในตัวละครออกมา เราเลยอยากได้ความเด็กในส่วนนี้

ส่วนพี่แอน บทพี่แอนค่อนข้างมีมิติที่ค่อนข้างเยอะ แต่จะรู้สึกแล้วเก็บ ไม่แสดงความรู้สึกนั้นออกมา ซึ่งคนดูต้องรับรู้ความรู้สึกนั้นด้วย มันเลยเป็นบทที่ยาก แต่เอินเอินทำได้ดีมาก พอสองคนนี้มาเจอกัน เลยเป็นเคมีที่พิเศษและลงตัว

แล้วทำไม เอินเอิน - แฟร์รี่ ถึงอยากเล่นแฟลตเกิร์ล

เอินเอิน:พอเราเห็นตัวบทวันที่ไปแคส เช่นตอนไคลแมกซ์ของเรื่อง ด้วยไดอาล็อกและโครงเรื่อง รู้สึกชอบ แล้วก็คิดไปในทางเดียวกับตัวละคร พอเรารู้เรื่องตัวละคร รู้ว่าอยู่ในแฟลต ก็อยากเล่นเลย

แฟรรี่:อยากเล่นตั้งแต่ที่ได้อ่านบทแล้วค่ะ พอเห็นตัวละครซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กในแฟลต และพอเห็นพี่แคลร์เป็นผู้กำกับ เราชอบผลงานพี่เค้ามาก และยิ่งทำกับ GDH ด้วย เลยอยากเล่นมาก ๆ

แฟลตเกิร์ลให้บทเรียนอะไรบ้างทั้งในฐานะนักแสดงและผู้กำกับ

เอินเอิน:รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นการแสดงเรื่องแรกของเอินจริง ๆ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีเล่นซีรีส์มาบ้าง แต่ตอนนั้นมันเหมือนเรา’แสดง’เป็นตัวละครนั้น แต่เราไม่ได้เข้าใจแก่น ไม่ได้เข้าใจตัวละครจริง ๆ เคยไม่มั่นใจในการแสดงของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ก็ชอบและรักการแสดงมาก จนมาเจอแฟลตเกิลร์ แล้วแคสได้เป็นพี่แอน แล้วเรารู้สึกว่าเราเป็นพี่แอนได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวละครห่างไกลกับเรามาก ก็ได้พี่แคลร์ที่เป็นผู้กำกับที่เกิดและโตในแฟลตตำรวจ พอเราอยากรู้ หรือถามอะไร พี่แคลร์ก็สามารถตอบคำถามเอินได้หมดเลย ทำให้เอินเข้าใจถึงแก่นและความรู้สึกของตัวละครจริง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เรากลับมารักการแสดงได้อีกครั้ง

แฟรรี่:ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสได้เล่นซีรีส์มาบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเพิ่งได้มาเป็นนักแสดงจริง ๆ ก็ตอนเล่นเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งใจ แต่เรื่องนี้มันอยู่ในช่วงที่เราโตพอที่จะรู้อะไรมากขึ้น เรียนรู้การแสดงมากขึ้น ก็เลยอยากทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และทีมงานทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันมาก ๆ พี่แคลร์ก็คอยซัพพอร์ตพวกเราตลอด ให้พื้นที่ แล้วก็เชื่อมั่นในตัวพวกเรามาก ๆ ก็เลยได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลย

เอินเอิน - แฟร์รี่ คิดว่าเคมีของเราเข้ากันยังไงบ้าง ที่จะชวนให้ทุกคนต้องมาติดตามหนังเรื่องนี้

พี่แคลร์:เค้ามีความคอนเนคกันบางอย่าง ดูสบายตัวตอนอยู่ด้วยกัน มันเป็นธรรมชาติมาก ๆ ซีนใกล้ชิดต่าง ๆ ก็มีการเวิร์คชอปกัน พอเล่นแบบไม่ต้องบรีฟก็จะเห็นธรรมชาติของสองคนโดยไม่ต้องบรีฟ เราก็จะแอบขโมยมาใช้ในหนังเหมือนกัน ยิ่งซีนอารมณ์ก็ช่วยกันได้ดีมาก ๆ จนหลัง ๆ เราให้เค้าไปอยู่ด้วยกันมันก็ได้ซีนอารมณ์นั้นแล้ว ลงตัวมาก ๆ เลยคู่นี้

แฟรรี่:รู้สึกสบายใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเอิน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่มันกันเลย อาจจะเพราะมี Acting coach ที่ทำให้พวกเราได้รู้จักกันด้วยดีตั้งแต่ครั้งแรกด้วย

เอินเอิน:เราไม่รู้จักกันมาก่อนเลย พอเจอกันมันเลยเป็นการรู้จักกันครั้งแรกจริง ๆ ก็เลยเปิดใจ แล้วก็กลายมาเป็นเพื่อนที่เรารู้สึกว่าสนิทมาก

ในเรื่องยังมีอาโปและพี่บอยแสดงสมทบด้วย เป็นยังไงบ้าง

เอินเอิน-แฟร์รี่:น้อง ๆ นักแสดงแล้วก็อาโปมีความเป็นตัวของตัวเอง สนุกกันมาก จับมือไปด้วยกัน ผ่านไปด้วยกัน อาโปก็เป็นสีสันเป็นพลังงานให้กับทุกคน เป็น Emotional support พี่บอยก็เล่นส่งพวกเรากันมาก ๆ ยิ่งเป็นซีนอารมณ์พี่บอยช่วยเยอะมาก ๆ ซีนร้องไห้ ที่ต้องสะอื้น เค้าก็ช่วยดึงเราไปกอด พูดในฐานะอาตอง พูดสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในบทมันก็เลยสามารถเล่นซีนนั้นได้ดีกว่าเดิม ต้องขอบคุณพี่บอยเลยค่ะ

มีอะไรอยากฝากถึงน้อง ๆ Dek-D ที่กำลังค้นหาตัวตนอยู่บ้างมั้ย

เอินเอิน-แฟร์รี่:อยากให้ทุกคนมาเห็นการเติบโตของคนสองคนที่โตเป็นคนละทางกันเลย อยากให้น้อง ๆ มาเห็นการตัดสินใจที่ต่างกันของสองคนนี้ เช่นการไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ของตัวพี่แอนเอง ที่เป็นตัวละครที่ได้รับโอกาสน้อยมาก มีข้อจำกัด ไม่ได้มีโอกาสแบบเรา อยากให้น้อง ๆ มาเห็นว่า ถ้าน้อง ๆ มีโอกาสมากกว่าตัวพี่แอน มีคนมาส่งเสริมเค้าแล้ว น้อง ๆ อาจจะมีไฟมากขึ้น สู้อีกนิดนึง เราก็อาจจะได้มันแล้วก็เลยอยากให้น้อง ๆ ได้มาดูหนังเรื่องนี้

และก็อยากให้ทุกคนมาเห็นว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะทำได้จริง ๆ น้องเจนก็ได้เรียนรู้เหมือนกันว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอด จะมีสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตเสมอ ถ้าให้นิยามตัวละครน้องเจนก็คงเป็นปล่อยวางแต่ไม่ยอมแพ้ซึ่งอยากให้ทุกคนได้มาดูตัวละครนี้จริง ๆ

. . . . . . . . .

เป็นยังไงกันบ้างคะน้อง ๆ อยากไปดูแฟลตเกิร์ลกันมั้ยยย พี่ ๆ Dek-D Podcast ได้มีโอกาสไปดูมาแล้ว บอกได้เลยว่าดีมากจริง ๆ ยิ่งน้อง ๆ คนไหนสับสนหรือรู้สึกหมดหวังกับชีวิต อยากให้น้อง ๆ ได้เข้าไปดู ‘พี่แอน - น้องเจน’ จริง ๆ ค่ะ ไปดูว่าสองตัวละครนี้ทำไมเขาถึงตัดสินใจแบบนั้น เผื่อได้เป็นข้อคิดให้กับตัวเอง เหมือนที่พี่แคลร์ เอินเอิน และแฟร์รี่ได้ข้อคิดและบทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้เช่นกัน

สำหรับใครที่อยากดูแฟลตเกิร์ลมีกำหนดเข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ตามไปดูกันเยอะ ๆ น้าาา

. . . . . . . . .

เขียน/สัมภาษณ์พี่เพียงฟ้า Dek-D Podcast
บรรณาธิการพี่ฟิวส์ Dek-D Podcast

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...