ทานอย่างไรให้แก่ช้า? หลักสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อชะลอความแก่แบบคนญี่ปุ่น
ไม่มีใครไม่แก่ แต่ก็สามารถชะลอความแก่ไว้ได้ แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อความงามจะก้าวหน้าเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่คนญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกที่จะชะลอความแก่ด้วยวิธีการตามธรรมชาติ โดยเรียนรู้ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแก่ และวิธีการชะลอความแก่ มารู้สาเหตุของความแก่ และวิธีการชะลอความแก่ในแบบของคนญี่ปุ่นกันค่ะ
อะไรคือสาเหตุของความแก่?
แม้ว่าจะมีปัจจัยหลายประการ เช่น ความเครียด และรังสียูวี เป็นต้น เป็นสาเหตุของความแก่ แต่ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) และไกลเคชัน (Glycation) ที่เกิดในร่างกายได้รับความสนใจว่าเป็นสาเหตุแห่งความแก่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ปฏิกิริยาออกซิเดชัน
ปฏิกิริยาออกซิเดชันเปลี่ยนออกซิเจนบางส่วนที่ร่างกายรับเข้าไปเป็นอนุมูลอิสระ (Active oxygen) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ไปทำลายไขมัน โปรตีน เอนไซม์ และ DNA ของเซลล์ อันเป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัยและโรคต่าง ๆ ปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นในร่างกายเปรียบเหมือนกับ “สนิมในร่างกาย” ซึ่งคล้ายกับปรากฏการณ์ที่เหล็กเกิดสนิมและผุพัง ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย คือ รังสียูวี การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และความเครียด เป็นต้น
2. ปฏิกิริยาไกลเคชัน
ปฏิกิริยาไกลเคชันเกิดขึ้นเมื่อคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินที่ได้รับจากอาหารจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกาย ทำให้เกิดสาร Advanced Glycation End Products หรือ AGE ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดการแก่และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ไกลเคชันมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยเมื่อมีน้ำตาลในเลือดมากเกินไป น้ำตาลจะไปจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกายมากขึ้น
หลักสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อชะลอความแก่
1. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดย วิตามินเอ ซี และอี โพลีฟีนอล แคโรทีนอยด์ และสารประกอบกำมะถัน เป็นต้น เป็นสารอาหารที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย จึงช่วยชะลอความแก่ได้ โดยสารอาหารดังกล่าวมีมากในอาหารดังต่อไปนี้
วิตามินเอ ซี และอี: ผักสีเขียวและเหลือง เช่น พริกหวาน มะเขือเทศ ฟักทอง และบรอกโคลี เป็นต้น โพลีฟีนอล: ไวน์แดง (แอนโทไซยานิน), ผิวถั่วลิสง (สารเรสเวอราทรอล) ผงกะหรี่ (เคอร์คูมิน) ชาอู่หลงและชาเขียว (คาเทชิน) เป็นต้น แคโรทีนอยด์ : มะเขือเทศ (ไลโคปีน), แครอท (เบต้า-แคโรทีน) และปลาแซลมอน (แอสตาแซนธิน) สารประกอบกำมะถัน: กระเทียม หอมใหญ่ ต้นหอม กะหล่ำปลี และบรอกโคลี เป็นต้น
2. ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไกลเคชันโดยลดอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง
เมื่อรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มรสหวาน และแป้งขัดขาว เป็นต้น เข้าไปในปริมาณมาก ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นหลังมื้ออาหาร ซึ่งทำให้มีน้ำตาลส่วนเกินสะสมอยู่ในเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
น้ำตาลดังกล่าวนั้นจะจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกายและส่งผลให้เกิดสาร AGE ขึ้น วิธีป้องกันการเกิดสารดังกล่าวทำได้โดยการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีวิธีการที่ง่ายดาย คือ เปลี่ยนลำดับการรับประทานอาหาร ในมื้ออาหารโดยเริ่มจากผักที่มีใยอาหารอาหารสูง โปรตีน และตามด้วยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อีกทั้งควรเคี้ยวอย่างช้า ๆ เพื่อให้รู้สึกอิ่มอย่างพึงใจซึ่งช่วยลดการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานและอาหารทอดในปริมาณมาก
แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามจะพัฒนาไปมาก แต่การดูแลให้เรามีความงามจากภายในตามธรรมชาติเป็นวิธีการที่ประหยัด ไม่เจ็บตัว และไม่เสียเวลา มาใช้ทางเลือกการดูแลความงามจากภายในเพื่อคงความสวยหล่อและความอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ กันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp