โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทานอย่างไรให้แก่ช้า? หลักสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อชะลอความแก่แบบคนญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ไม่มีใครไม่แก่ แต่ก็สามารถชะลอความแก่ไว้ได้ แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อความงามจะก้าวหน้าเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่คนญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกที่จะชะลอความแก่ด้วยวิธีการตามธรรมชาติ โดยเรียนรู้ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแก่ และวิธีการชะลอความแก่ มารู้สาเหตุของความแก่ และวิธีการชะลอความแก่ในแบบของคนญี่ปุ่นกันค่ะ

อะไรคือสาเหตุของความแก่?

ความแก่

แม้ว่าจะมีปัจจัยหลายประการ เช่น ความเครียด และรังสียูวี เป็นต้น เป็นสาเหตุของความแก่ แต่ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) และไกลเคชัน (Glycation) ที่เกิดในร่างกายได้รับความสนใจว่าเป็นสาเหตุแห่งความแก่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ปฏิกิริยาออกซิเดชัน

ปฏิกิริยาออกซิเดชันเปลี่ยนออกซิเจนบางส่วนที่ร่างกายรับเข้าไปเป็นอนุมูลอิสระ (Active oxygen) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ไปทำลายไขมัน โปรตีน เอนไซม์ และ DNA ของเซลล์ อันเป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัยและโรคต่าง ๆ ปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นในร่างกายเปรียบเหมือนกับ “สนิมในร่างกาย” ซึ่งคล้ายกับปรากฏการณ์ที่เหล็กเกิดสนิมและผุพัง ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย คือ รังสียูวี การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และความเครียด เป็นต้น

2. ปฏิกิริยาไกลเคชัน

ปฏิกิริยาไกลเคชันเกิดขึ้นเมื่อคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินที่ได้รับจากอาหารจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกาย ทำให้เกิดสาร Advanced Glycation End Products หรือ AGE ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดการแก่และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ไกลเคชันมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยเมื่อมีน้ำตาลในเลือดมากเกินไป น้ำตาลจะไปจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกายมากขึ้น

หลักสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อชะลอความแก่

1. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักผลไม้

วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดย วิตามินเอ ซี และอี โพลีฟีนอล แคโรทีนอยด์ และสารประกอบกำมะถัน เป็นต้น เป็นสารอาหารที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย จึงช่วยชะลอความแก่ได้ โดยสารอาหารดังกล่าวมีมากในอาหารดังต่อไปนี้

วิตามินเอ ซี และอี: ผักสีเขียวและเหลือง เช่น พริกหวาน มะเขือเทศ ฟักทอง และบรอกโคลี เป็นต้น โพลีฟีนอล: ไวน์แดง (แอนโทไซยานิน), ผิวถั่วลิสง (สารเรสเวอราทรอล) ผงกะหรี่ (เคอร์คูมิน) ชาอู่หลงและชาเขียว (คาเทชิน) เป็นต้น แคโรทีนอยด์ : มะเขือเทศ (ไลโคปีน), แครอท (เบต้า-แคโรทีน) และปลาแซลมอน (แอสตาแซนธิน) สารประกอบกำมะถัน: กระเทียม หอมใหญ่ ต้นหอม กะหล่ำปลี และบรอกโคลี เป็นต้น

2. ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไกลเคชันโดยลดอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง

รับประทานอาหาร

เมื่อรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มรสหวาน และแป้งขัดขาว เป็นต้น เข้าไปในปริมาณมาก ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นหลังมื้ออาหาร ซึ่งทำให้มีน้ำตาลส่วนเกินสะสมอยู่ในเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

น้ำตาลดังกล่าวนั้นจะจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกายและส่งผลให้เกิดสาร AGE ขึ้น วิธีป้องกันการเกิดสารดังกล่าวทำได้โดยการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีวิธีการที่ง่ายดาย คือ เปลี่ยนลำดับการรับประทานอาหาร ในมื้ออาหารโดยเริ่มจากผักที่มีใยอาหารอาหารสูง โปรตีน และตามด้วยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อีกทั้งควรเคี้ยวอย่างช้า ๆ เพื่อให้รู้สึกอิ่มอย่างพึงใจซึ่งช่วยลดการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานและอาหารทอดในปริมาณมาก

แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามจะพัฒนาไปมาก แต่การดูแลให้เรามีความงามจากภายในตามธรรมชาติเป็นวิธีการที่ประหยัด ไม่เจ็บตัว และไม่เสียเวลา มาใช้ทางเลือกการดูแลความงามจากภายในเพื่อคงความสวยหล่อและความอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ กันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...