โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จีน” ผ่อนเกม…วางหมาก หรือ จนมุม!?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 05 พ.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกาและจีน ยืดเยื้อหลายปี ก่อนจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในวาระที่ 2 กับการก้าวขึ้นตำแหน่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับนโยบาย “อเมริกัน เฟิร์ส” (America First) และการขึ้นภาษีศุลกากรชุดใหม่ต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยมี “จีน” เป็นเป้าหมายหลัก เขย่าตลาดโลกและกระตุ้นความวิตกกังวลในภาคธุรกิจ ขณะที่ “จีน” ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตอบโต้ด้วยมาตรการแบบ “ตาต่อตา” จนนำไปสู่ภาวะ “สงครามตัวเลข” ที่กระทบการค้าและการลงทุนทั่วโลก

สงครามที่ดูเหมือนฝุ่นตลบ ก็เริ่มจางลง!?

แต่แล้ว “สงครามการค้า” ที่มี 2 ตัวละครหลักอย่าง “สหรัฐ” และ “จีน” ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกจนฝุ่นตลบ ก็เริ่มจางหาย เมื่อสงครามครั้งนี้เริ่มส่งผลต่อระเบียงการค้า โดยกระทรวงพาณิชย์จีนแถลงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ว่า จีนกำลังประเมินสถานการณ์ หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ติดต่อมาผ่านฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง เพื่อขอเจรจาเรื่องภาษีศุลกากร

ในวันเดียวกัน ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดที่ระดับ 22,504.68 จุด เพิ่มขึ้น 385.27 จุด หรือ +1.74% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจีนส่งสัญญาณพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์เช่นกัน เพราะในวันดังกล่าว SET Index ภาคเช้าทะลุแนวต้าน 1,200 จุด สะท้อนความคาดหวังว่าความตึงเครียดทางการค้าอาจคลี่คลายลงในระยะอันใกล้

พร้อมกันนี้ จีนยังทยอย “ยกเว้นภาษี” แบบเงียบ ๆ ให้กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการ เช่น อีเทน (Ethane), เซมิคอนดักเตอร์บางชนิด และยาบางประเภท ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ลดแรงเสียดทานในเวทีโลกโดยไม่เสียหน้า

จีนอ่อนลงจริง หรือแค่เดินเกมใหม่?

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ไม่ใช่การอ่อนข้อของจีน แต่เป็นการรักษาระบบการค้าเสรีของโลกเอาไว้

“จีนสนับสนุนการค้าเสรีภายใต้ระบบพหุภาคี (กลุ่มประเทศ) การตอบโต้ภาษีต่อกันในระดับ 125% ต่อ 145% จะทำให้การค้า การผลิต และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบอย่างมาก การเจรจาเพื่อผ่อนคลายความขัดแย้งและความตึงเครียดจึงเป็นแนวโน้มในเชิงบวก”

ขณะเดียวกัน รศ.ดร.อนุสรณ์ มองว่า แรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีนนั้น มีน้อยกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยระบุว่า “จีนยังมีพื้นที่ทางการคลัง (fiscal space) อีกมาก ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญกับอัตราขยายตัวที่ลดลง และเงินเฟ้อที่สูงขึ้น”

ท่ามกลางศึกใหญ่ระหว่างสองขั้วอำนาจ การเคลื่อนไหวของประเทศเล็ก อย่าง “ไทย” จึงน่าสนใจไม่น้อย

สำหรับการเตรียมพร้อมของไทยในศึกการค้าครั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกล่าวย้ำในรายการ “โอกาสไทย กับ นายกแพทองธาร” ตอน “สร้างโอกาสในวิกฤต” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ถึงความคืบหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังเลื่อนกำหนดการเดินทางของ “ทีมไทยแลนด์” ที่นำโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมาว่า

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเจรจาแบบไม่เป็นทางการมีต่อเนื่องไม่เคยขาดหาย ขอให้ประชาชนสบายใจว่าเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญมาก เตรียมพร้อมอย่างหนักแน่น จนถึงวันที่ได้เจรจาต่อรองอย่างเป็นทางการ

“จะเรียกว่า “ดีลลับ” ก็ได้… ดีลลับนี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรทั้งสิ้นนะคะ เป็นการมีมารยาทให้กับทุก ๆ ประเทศด้วยซ้ำ ให้เกียรติกันทุก ๆ ประเทศ… ทุกประเทศเขาก็ดีลแบบนี้ ไม่มีใครออกมาพูดเสียงดังเกินไป เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่าความรวดเร็วไม่ใช่ตัวกำหนดว่าจะต้องรวดเร็ว แต่มันต้องแม่นยำในการต่อรอง” นายกรัฐมนตรี ระบุตอนหนึ่ง

ขณะที่มุมมองของ รศ.ดร.อนุสรณ์ สะท้อนว่า ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการ “รักษาสมดุล” ระหว่างความสัมพันธ์กับสองมหาอำนาจ โดยยึดหลักเป็นกลางและเป็นอิสระอย่างมียุทธศาสตร์ พร้อมทั้งเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาการสวมสิทธิของกลุ่มทุนจีนต่อสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

หากสงครามการค้าผ่อนคลาย “ไทย” อาจได้รับแรงบวกในภาคการส่งออก โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยาง และอาหารแปรรูป ที่เคยได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตในช่วงก่อนหน้า

ตลาดการเงินอาจได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าหนุน “หุ้นไทย” โดยเฉพาะกลุ่ม Global Play ขณะที่ “เงินบาท” อาจแข็งค่าระยะสั้น ซึ่งแม้จะเป็นผลดีต่อการนำเข้า แต่ก็กดดันภาคส่งออก หากค่าเงินแข็งเร็วเกินไป

สุดท้ายแล้ว แม้ไทยจะไม่ใช่คู่สงครามโดยตรง แต่การเลือกข้าง หรือการรักษาสมดุลอย่างมียุทธศาสตร์จะเป็นบทพิสูจน์ระยะยาวของไทย บนเวทีโลกที่เปลี่ยนเกมอยู่ตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...