โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม.หาวิธีแก้กลิ่น “ต้นตีนเป็ด” ไม่ตัดโค่นทิ้ง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 พ.ย. 2564 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2564 เวลา 10.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม.9 พ.ย.- ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.แจงไม่ตัดต้นตีนเป็ดทิ้ง ใช้วิธีฉีดน้ำแรงดันสูง ช่วยลดช่อดอกเพื่อช่วยลดกลิ่น หลังมีประชาชนบางส่วนมีอาการแพ้กลิ่น เวียนศีรษะ เนื่องจากแต่ละต้นปลูกนานกว่า 20–30 ปี อีกทั้งมีประโยชน์ ให้ร่มเงา ช่วยฟอกอากาศ และลดฝุ่นละออง PM2.5

นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.)เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่ากลิ่นดอกของต้นพญาสัตบรรณ หรือต้นตีนเป็ด ที่ออกดอก ในช่วงฤดูหนาวพร้อมกันจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนบางส่วนทำให้เกิดอาการแพ้ วิงเวียนศีรษะ บางรายที่แพ้อาจเป็นลมหมดสติ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกับสำนักงานเขต สำรวจจำนวนต้นพญาสัตบรรณบนถนนสายต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีจำนวนประมาณ 2,000 กว่าต้น อาทิ ถนนเกษตร-นวมินทร์ จำนวน 965 ต้น ถนนร่มเกล้า จำนวน 327 ต้น ถนนรามคำแหง 352 ต้น ถนนหม่อมเจ้าสาย ทางเข้าบึงกระเทียม จำนวน 212 ต้น และในสวนสาธารณะต่าง ๆ ประมาณ 500 ต้น จึงหาวิธีการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยไม่ตัดโค่นต้นทิ้ง

ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ด พบว่าแต่ละต้นปลูกมานานกว่า 20–30 ปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่โตไว ให้ร่มเงาและความร่มรื่นได้ดี โดยจะออกดอกเพียงแค่ 1–2 เดือนในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น จึงถือว่าต้นไม้มีประโยชน์ นอกจากจะให้ร่มเงายังช่วยฟอกอากาศและลดฝุ่นละออง PM2.5 สำนักสิ่งแวดล้อมจึงพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหากลิ่นของดอกตีนเป็ด โดยการนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดไปที่ช่อดอกเพื่อทำให้ช่อดอกร่วง เป็นการช่วยลดช่อดอก ส่งผลให้ลดกลิ่นไปด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ กทม.เคยได้นำมาทดลองใช้เพื่อลดช่อดอกของดอกไม้ในสวนสาธารณะ นอกจากนี้เมื่อจะมีการปลูกไม้ยืนต้นเพิ่มเติม จะเลือกปลูกไม้ยืนต้นชนิดอื่น เช่น รวงผึ้ง ประดู่ พิกุล เป็นต้น .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...