โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต.เตือนผู้ถือหุ้น RAM โหวตแผนปล่อยกู้ IFA ค้าน ดอกเบี้ยต่ำทำขาดทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 เม.ย. 2566 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2566 เวลา 04.41 น.

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น RAM ใช้สิทธิโหวตกรณีปล่อยกู้เงินให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ F&S จำนวน 480 ล้านบาท 28 เม.ย.นี้ หลังจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระค้านไม่ควรอนุมัติ เหตุได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดและต้นทุนการเงิน ส่อแววขาดทุน

วันที่ 22 เมษายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า ขอให้ผู้ถือหุ้นบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) (RAM) ศึกษาข้อมูลและไปใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เมษายน 2566 กรณีวาระพิจารณาให้สัตยาบันการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท เอฟแอนด์เอส 79 จำกัด (F&S) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

โดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนไม่เหมาะสม

สืบเนื่องจากบริษัทย่อยของ RAM หลายแห่ง ได้นำสภาพคล่องส่วนเกินไปให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ F&S ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยให้กู้ยืมในรูปของตั๋วแลกเงินอายุ 1 ปี แบบไม่มีหลักประกัน คิดอัตราดอกเบี้ย 2.25-2.5% ต่อปี รวมเป็นเงิน 480 ล้านบาท

ซึ่งปัจจุบันบริษัท F&S ได้ชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่บริษัทย่อยของ RAM แล้ว แต่การทำธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้ขออนุมัติผู้ถือหุ้นก่อนทำรายการตามประกาศว่าด้วยการทำรายการที่เกี่ยวข้องกัน คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติการให้สัตยาบันดังกล่าวในวันที่ 28 เมษายน 2566

นอกจากนี้ RAM ยังได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจาก F&S จำนวน 1,000 ล้านบาท โดยต้องชำระคืนเมื่อทวงถาม คิดอัตราดอกเบี้ย 3.75-4.00% ต่อปี ซึ่งปัจจุบัน RAM ได้ชำระหนี้เงินกู้บางส่วนแล้ว และคงเหลือหนี้อีก 200 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดชำระคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2566

ทั้งนี้ IFA มีความเห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติการให้สัตยาบันในธุรกรรมการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ F&S เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่บริษัทย่อยได้รับไม่เหมาะสม เพราะต่ำกว่าอัตราตลาดและต่ำกว่าต้นทุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินของบริษัทย่อย

นอกจากนี้ IFA ได้คำนวณส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายเสมือนมีการปล่อยกู้วนในครั้งนี้แล้วพบว่า จะส่งผลให้กลุ่ม RAM ขาดทุนเป็นเงินจำนวน 3.46 ล้านบาท

คณะกรรมการบริษัทเห็นว่า ผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ย 2.25-2.5% ต่อปี ดีกว่าการที่บริษัทย่อยนำไปฝากเงินกับสถาบันการเงินในประเทศที่จะได้รับผลตอบแทน 0.40-1.35% ต่อปี การปล่อยกู้ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายลงทุนในขณะนั้น

ทั้งนี้ บริษัทและกลุ่มบริษัทย่อยไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดกำไรแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ RAM ครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 จึงมีมติให้บริษัทย่อยเรียกชำระดอกเบี้ยส่วนต่าง จำนวน 3.46 ล้านบาท คืนจาก F&S ซึ่ง F&S ได้ชำระดอกเบี้ยส่วนต่างคืนแล้วในวันที่ 30 มีนาคม 2566

ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมทั้งสอบถามผู้บริหาร RAM ถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับประกอบการตัดสินใจออกเสียง ในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...