โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิซูโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!

conomi

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

วันนี้ conomi จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงโตเกียวและโอซาก้า แถมยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ คาบสมุครอิซุ และไร่ชาเขียวอันกว้างใหญ่ ที่มีใบชาเป็นผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัด อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลแข่งว่าวยักษ์อันโด่งดังอีกด้วย ! ใครชื่นชอบธรรมชาติ อย่างภูเขา ทะเล ป่าไม้แล้วละก็ เตรียมเก็บกระเป๋า สะพายเป้กันให้ดี แล้วไปดูกันเลยว่าที่ชิซูโอกะมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง !

1. ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายใน จังหวัดยามานาชิ และ จังหวัดชิซูโอกะ มีความสูงประมาณ 3,776 เมตร บริเวณเชิงเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Fuji Safari Park, Shiraito-no-taki Falls และ Fuji Reien Cemetery โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ปลายเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนกันยายน ที่นี่จะเต็มไปด้วยเหล่านักปีนเขามากมาย ซึ่งเส้นทางปีนเขา Yoshida Trail จะปีนจากจังหวัดยามานาชิ ส่วนเส้นทาง Fujinomiya Trail, Subashiri Trail และ Gotenba Trail จะเริ่มที่จังหวัดชิซูโอกะ

หากเพื่อนคนไหนๆ สนใจที่จะปีนภูเขาไฟฟูจิ สามารถรับแผนที่ และตารางเวลาออกเดินทาง ที่พักบนภูเขา และการเดินทางลง หรือใครอยากลองปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงกลางคืนเพื่อดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า หรือเดินเล่นชมรอบ ๆ ปล่องภูเขาไฟ ที่นี่เขาก็มีบริการเส้นทางปีนเขาที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเดินกันด้วยเนื่องจากบนภูเขามีสภาพอากาศที่แปรปรวน ดังนั้นขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าปีนเขา และอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับนักเดินทางไปด้วยนะคะ

ภูเขาไฟฟูจิ (富士山)

ที่อยู่ Kitayama, Fujinomiya, Shizuoka 418-0112, Japan เวลาเปิด-ปิด *วันเปิดทำการขึ้นอยู่กับเส้นทางปีนเขา

Yoshida Trail (ฝั่งจังหวัดยามานาชิ)
1 กรกฎาคม – 10 กันยายน

Subashiri Trail / Gotemba Trail / Fujinomiya Trail (ฝั่งจังหวัดยามานาชิ)
10 กรกฎาคม – 10 กันยายน

ค่าบริการ Yoshida Trail (ฝั่งจังหวัดยามานาชิ)
คนละ 2,000 เยน (ราว 480 บาท) เว็บไซต์ fujisan-climb วิธีเดินทาง จากสถานี Fujisan รถไฟ Fujikyu Railway สาย Fujikyuko line ให้เพื่อนๆขึ้นรถบัสไต่เขาที่สถานี Gotenba ของรถไฟสาย JR Gotenba ได้เลย

2.ไร่ชานิฮนไดระ

この投稿をInstagramで見る

Megumi | 日本旅人塾(@japantabi.pr)がシェアした投稿

ชิซูโอกะ เรียกได้ว่าเป็น ดินแดนแห่งชา เลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่มีพื้นที่ไร่ชามากกว่า 40% ของพื้นที่ไร่ชาทั้งหมดในประเทศ และผลิตชามากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศอีกด้วย! พูดได้เลยว่าชาวเมืองส่วนใหญ่ไม่ดื่มชาอื่น นอกจาก ชาเขียว ในท้องถิ่นที่พวกเขาปลูกเอง เพราะพวกเขารักและภูมิใจในใบชาของตนเองมาก ซึ่งไร่ชาเขียวที่นิฮนไดระ เขาก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้าไปเดินชม สัมผัสกับใบชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้วิธีเก็บเกี่ยวใบชา ซึ่งใบชาที่นี่จะขึ้นเขียวชอุ่มในช่วง กลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวเลยละ นอกจากนี้ระหว่างที่เก็บชาเพื่อน ๆ ยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิตัดกับสีเขียวของไร่ชาอีกด้วย ถือเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ขากลับก็อย่าลืมแวะซื้อชาอบแห้งเป็นของที่ระลึกกันด้วยนะ!

ไร่ชานิฮนไดระ (日本平お茶会館)

ที่อยู่ 4046-1 Muramatsu, Shimizu Ward, Shizuoka, 424-0926, Japan เวลาเปิด-ปิด 09.00-15.00 น. ค่าบริการ เรียนรู้การเก็บใบชา
500 เยน

*ถ้าจ่ายอีก 1,300 เยน จะได้รับกระป๋องบรรจุชาอบแห้งที่เราจะตักใส่เท่าไรก็ได้เป็นที่ระลึกด้วย

เว็บไซต์ ocha-kaikan วิธีเดินทาง รถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Shizuoka แล้วนั่งรถเมล์สาย 42 จากป้าย 11 หน้าสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Nihondaira Ropeway แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15-20 นาที

3. สะพานแห่งความฝัน

สะพานแห่งความฝัน

สะพานแห่งความฝัน ตั้งอยู่ที่สุมาตะเคียว ออนเซ็น โดยถูกจัดให้เป็น 1 ใน 100 สะพานที่ควรข้ามสักครั้งก่อนตาย สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 90 เมตร และกว้างเพียง 30 เซนติเมตร จำกัดจำนวนคนข้ามไม่เกิน 10 คน เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง เมื่อมาถึงที่นี่เราจะรู้สึกเหมือนได้อยู่สวรรค์จริง ๆ เลยล่ะ เพราะรอบข้างสะพานแห่งนี้รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และภูเขา เรียกได้ว่ามาถึงที่นี่เพื่อน ๆ ต้องได้รับออกซิเจนไปสูดกันเต็มปอดอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นข้างล่างของสะพานยังเป็นทะเลสาบที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกันไป บางครั้งเราก็จะเห็นเป็นสีฟ้าอ่อน หรือสีฟ้าเข้ม อีกทั้งที่นี่ยังมีความเชื่อที่ว่า หากข้ามสะพานไปจนถึงกลางสะพานแล้วอธิษฐานขอพรเกี่ยวกับความรัก พรนั้นจะเป็นจริงด้วยล่ะ!

Yume no Tsuribashi suspension bridge (夢のつり橋)

ที่อยู่ Japan, 〒428-0411 Shizuoka, Haibara District, Kawanehon, Senzu, 寸又峡温泉 เวลาเปิด-ปิด เปิดตลอดเวลา ค่าบริการ เที่ยวชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เว็บไซต์ yumenotsuribashi-sumatakyo วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Kanaya แล้วนั่งรถไฟ SL หรือรถไฟหัวจักรไอน้ำ Oigawa Railway ต่อประมาณ 40 นาทีเพื่อมาลงสถานี Senzu แล้วต่อรถบัสอีก 20 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 30 นาทีเพื่อไปยังจุดข้ามสะพาน

4. The Minami-Alps Aputo Line

มินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์

โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น ทางรถไฟที่วิ่งผ่านหุบเขาโอคุโออิในจังหวัดชิสุโอกะ หรือที่เรียกกันว่า Minami-Alps Aputo Line เป็นเส้นทางรถไฟที่แล่นขึ้นไปยังหน้าผาสูงชัน จากสถานีเซ็นซูไปยังสถานีอิงาวะ นับว่าเป็นหนึ่งในทางรถไฟสะพานเหล็กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยล่ะค่ะ เพราะระหว่างทางเพื่อน ๆ สามารถชมวิวธรรมชาติอันสวยงามท่ามกลางภูเขา ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทิวทัศน์ที่นี่จะสวยงามมาก ๆ ค่ะ เพราะเหล่าใบไม้สีแดง สีเหลือง จะผลัดใบตัดกับสีฟ้าอ่อนของทะเลสาบด้านล่าง ใครได้มีโอกาสมาที่นี่ละก็อย่าลืมแชะภาพสวย ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยนะ สำหรับค่าโดยสารก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานีที่ขึ้นและลง แต่โดยทั่วไปแล้วราคาต่อคนผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 เยน เด็ก 80 เยน

The Minami-Alps Aputo Line (南アルプスあぷとライン)

ที่อยู่ Yamanashi, Japan เวลาเปิด-ปิด โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น เปิดทำการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ค่าโดยสาร *แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานีที่ขึ้นและลง
โดยทั่วไปแล้วราคาต่อคนผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 เยน, เด็ก 80 เยน เว็บไซต์ daitetsu วิธีเดินทาง ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Line ไปยัง สถานี Kanaya แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายหลัก Oigawa Tetsudou ที่ซึ่งสถานีแรกของ Minami-Alps Aputo Line คือ สถานี Senzu

5. แหลมอิโรซากิ

เพื่อน ๆ สามารถเที่ยวชมทิวทัศน์ความสวยงามของชายฝั่งทะเลรอบ ๆ แหลมอิโรซากิ ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของคาบสมุทรอิซุ ซึ่งที่นี่เพื่อน ๆ สามารถล่องเรือสูดอากาศบริสุทธิ์ เที่ยวชมบรรยากาศรอบชายฝั่ง และโขดหินรูปร่างแปลก ๆ รวมถึงสักการะศาลเจ้าอิโระที่ตั้งของเทพเจ้าผู้ปกป้องท้องทะเล หรือชมประภาคารอิโรซากิที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมแห่งนี้ได้อีกด้วย

บริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ แหลมทาไร ซึ่งมีชายหาดหิน แหล่งศึกษาธรรมชาติ และถ้ำทะเลริวกุ ที่เมืองโทจิ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ รูปร่างคล้ายกับหัวใจ ที่นั่นเพื่อน ๆ สามารถเล่นสกีที่ลานทราย และเช่าอุปกรณ์เล่นบอร์ดได้ด้วย!

แหลมอิโรซากิ (石廊崎)

ที่อยู่ Irozaki, Minamiizu, Kamo District, Shizuoka 415-0156, Japan เวลาเปิด-ปิด ล่องเรือชมแหลมอิโรซากิ เปิดให้ใช้บริการ
9.30-15.30 น.

*ปิดทำการช่วงอากาศแปรปรวนหรือน้ำขึ้น

ค่าล่องเรือ 1,400 เยน เว็บไซต์ minami-izu วิธีเดินทาง แหลมอิโรซากิ
จากสถานี Izukyu-Shimoda นั่งรถบัสสาย Tokai ไปลงที่ Irozakiko-guchi แล้วเดินไปตามทางที่ไปยังท่าเรือประมาณ 5 นาที

แหลมทาไร
เดินไปทางทิศตะวันออกของป้ายบัส Kyukamura หรือ นั่งรถบัส Irozaki bound bus

ส่วนถ้ำทะเล
จากสถานี Izukyu-Shimoda นั่ง Toji bound bus ไปลงที่ป้าย Toji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

6. ชายหาดมิโฮ

ชายหาดมิโฮ

ชายหาดมิโฮ หนึ่งในสถานที่ชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถทอดสายตามองทิวทัศน์ของทะเลที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา หรือเดินเล่น กินลมชมอากาศ ชิว ๆ บริเวณข้าง ๆ ยังเป็นที่ตั้งของ Hagaromo Park ที่เต็มไปด้วยต้นสนรายล้อม ทำให้อากาศบริเวณนี้เย็นสบาย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมี ตำนานต้นสน Hagoromo no Matsu ซึ่งมีอายุกว่า 650 ปี ที่ว่ากันว่า มีชายชาวประมงคนหนึ่งพบเชือกที่นางฟ้าทำหล่นจากสวรรค์แขวนอยู่บนกิ่งต้นสน ทำให้ต้นสนต้นนี้โดดเด่นกว่าต้นอื่น และกลายเป็นความสวยงามของที่นี่อีกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อน ๆ ก็ยังสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย ใครหาสถานที่ในการมาพักผ่อนหย่อนใจไม่ว่าจะเป็นเดินเล่น ว่ายน้ำ ปิกนิก หรือปั่นจักรยาน ขอแนะนำหากมิโฮเลยค่ะ!

ชายหาดมิโฮ (三保の松原)

ที่อยู่ 1338-45 Miho, Shimizu Ward, Shizuoka, 424-0901, Japan เวลาเปิด-ปิด เปิดตลอดเวลา เว็บไซต์ visit-shizuoka วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ JR สาย Shizuoka Tetsudo Line มาลงสถานี Shin-Shimizu แล้วนั่งรถบัส Miho Yamanote Line ต่ออีกประมาณ 25 นาที แล้วเดินต่ออีก 20 นาทีค่ะ

7. ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน มีอายุกว่า 1,000 ปี แม้โครงสร้างเดิมจะถูกทำลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เหลือไว้เพียงศาลเจ้าชั้นใน ศาลเจ้าชั้นนอก และประตู แต่ศาลเจ้านี้ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเซนเอาไว้ อย่างฮอนเดน หอประชุมใหญ่ของศาลเจ้าที่ยังคงโดดเด่นด้วยเซนเกนซูคูริ ซึ่งเป็นประตูหอสองชั้น ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติอีกด้วย

เมื่อมาถึงที่นี่ต้องมาสักการะเจ้าหญิงโคโนะฮานะซากุยะฮิเมะ เทพธิดาของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ก็ได้ถูกบันทึกลงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฟูจิซังด้วย รอบๆ ศาลเจ้าก็ยังมีต้นซากุระอีกกว่า 500 ต้น ที่พร้อมจะผลิดอกบานในช่วง ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน อีกทั้งยังมีเส้นทางที่ใช้สำหรับเทศกาลขี่ม้ายิงธนู ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 พฤษภาคม และฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และต้นเดือนกันยายน ใครมีโอกาสมาเที่ยวช่วงนี้ละก็ ห้ามพลาดเชียว!

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน (富士山本宮浅間大社)

ที่อยู่ 1-1 Miyacho, Fujinomiya, Shizuoka 418-0067, Japan เวลาเปิด-ปิด 5.00 – 20.00 น.

พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
6.00 น. – 19.00 น.

มีนาคม – ตุลาคม
5.30 – 19.30 น.

*ยกเว้นจุดสวดมนต์ด้านหน้า และร้านขายเครื่องราง

ค่าเข้า *เข้าชมฟรี เว็บไซต์ fuji-hongu วิธีเดินทาง เดินเท้าจากสถานี Fujinomiya ไปทางสาย Minobu Line ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีค่ะ

8. ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ท่าน โชกุนโทคุกาวะ อิเอยะสุ มีสถาปัตยกรรมสวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของชาติ ด้วยความโดดเด่นของสีแดงสดใส และสีทองอร่าม ประกอบกับผลงานแกะสลักอันสวยงาม รวมถึงภาพวาดบนประตูโรมอน ซึ่งสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าที่นี่ยังคล้ายกับนิกโก้อีกด้วย

เมื่อเข้ามาภายในศาลเจ้า เพื่อน ๆ จะพบกับหอกทอง และโคมไฟทองแดง ที่นำไปสู่ห้องโถงหลัก หากเดินลึกเข้าไปข้างหลังจะเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพท่านโชกุนอิเอยะสุ นอกจากนี้ไม่ไกลจากศาลเจ้ามากนัก เพื่อน ๆ ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของท่านโชกุนคุโนซัง ที่มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว สมบัติอื่น ๆ อย่างเสื้อผ้าในสมัยนั้น และอาวุธที่ใช้ในการรบอีกด้วย

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ (久能山東照宮)

ที่อยู่ 390 Negoya, Suruga Ward, Shizuoka, 422-8011, Japan เวลาเปิด-ปิด 09.00 – 17.00 น.

*เข้าชมได้ครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมง

ค่าเข้า – ผู้ใหญ่ 500 เยน
– เด็ก 200 เยน

พิพิธภัณฑ์
– ผู้ใหญ่ 800 เยน
– เด็ก 300 เยน

เว็บไซต์ toshogu วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงที่สถานี Shizuoka แล้วนั่งรถบัส Shizutetsu Justline Bus ฟรีมาลงที่ Nihondaira Ropeway เพื่อขึ้นกระเช้าต่อ

*ค่ากระเช้าไป-กลับ 1,250 เยน / ขาเดียว 700 เยน
**ระหว่างทางที่ขึ้นกระเช้าสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามได้ด้วย

9. จิบิ มารุโกะจัง แลนด์

この投稿をInstagramで見る

ちびまる子ちゃんランドOfficial(@chibimarukochan_land)がシェアした投稿

การ์ตูนอนิเมชั่นขวัญใจเด็ก ๆ อย่างจิบิ มารุโกะจัง ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ ขึ้นที่ S Pulse Dream Plaza เมืองชิมิสึ ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้จะแบ่งออกเป็นสองโซน คือโซนเข้าฟรีที่มีร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับจิบิ มารุโกะจังให้เลือกซื้อกัน และโซนเสียเงินที่มีกิจกรรมเช่าชุดคอสตูม ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถใส่ชุดคอสตูมตัวละครตามการ์ตูน เพื่อถ่ายรูปกับภาพพื้นหลังตามฉากละครที่สตูดิโอ อีกทั้งยังสามารถเลือกชมอนิเมะจิบิ มารุโกะจัง ที่มีให้เลือกกว่า 5 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย!

จิบิ มารุโกะจัง แลนด์

ที่อยู่ Japan, 〒424-0942 Shizuoka, Shimizu Ward, Irifunecho, 13−15 エスパルスドリームプラザ 3階 เวลาเปิด-ปิด 10.00 – 20.00 น. ค่าเข้า โซนเสียเงิน
– ผู้ใหญ่ 600 เยน
– เด็ก 400 เยน

*ค่าเช่าชุดคอสตูมอยู่ที่ราคา 300 เยน

เว็บไซต์ chibimarukochan วิธีเดินทาง เดินทางด้วยรถรับส่งฟรีที่วิ่งจากประตูตะวันออกของสถานี JR Shimizu Station ซึ่ง ทุกชั่วโมงจะมีรถบัส 2-4 คัน ระหว่างเวลา 9.00 น. และ 22.00 น. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ

この投稿をInstagramで見る

静岡市立芹沢銈介美術館 ミュージアムショップ(@seribi_museum_shop)がシェアした投稿

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับช่างย้อมที่ชื่อว่าเซริซาวะ เคอิสุเกะ เนื่องจากเป็นคนที่มีรสนิยมไม่เหมือนใคร เขาจึงได้สร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดกิโมโน ชุดโอบิ แผ่นกั้นห้อง ซึ่งที่นี่เพื่อน ๆ สามารถเดินชมห้องทำงาน และผลงานตลอดระยะเวลา 88 ปีในช่วงชีวิตของเขา โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการทั้งแบบถาวร และตามฤดูกาล

ปัจจุบันที่นี่มีผลงานทางศิลปะกว่า 800 ชิ้น และเนื่องจากเซริซาวะเองก็เป็นนักสะสมเช่นกัน ที่นี่จึงได้มีการจัดแสดงของสะสมส่วนตัวกว่า 4,500 ชิ้น อย่างงานศิลปะ งานหัตถกรรม งานเซรามิก งานไม้ ภาพเขียนต่าง ๆ นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถซื้อผลงานการออกแบบของเซริซาวะได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ

ที่อยู่ 5 Chome-10-5 Toro, Suruga Ward, Shizuoka, 422-8033, Japan เวลาเปิด-ปิด 09.00-16.30 น.

*หยุดวันจันทร์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงวันปีใหม่

ค่าเข้า – ผู้ใหญ่ 420 เยน
– นักเรียนมัธยมปลาย/นักศึกษา 250 เยน
– นักเรียนประถมไปจนถึงมัธยมต้น 100 เยน เว็บไซต์ seribi วิธีเดินทาง จากสถานี JR Shizuoka ต่อรถโดยสารสาย Shizutetsu ที่มุ่งหน้าไปยัง Toroiseki แล้วลงที่ป้าย Toroiseki

ทริปหน้าไปเที่ยว “ชิซูโอกะ” กันเถอะ!

ชิซูโอกะ

นอกจากภูเขาไฟฟูจิที่เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว จังหวัดนี้ยังมี ภูเขาอะชิทากะ และ ภูเขาโทกะสะ ที่ลากยาวไปจนถึงคาบสมุทรอิซุ และเนื่องจากเป็นบริเวณของเขตภูเขาไฟ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ อย่าง อะตะมิ อิโต ชูเซ็นจิ เมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่ และ บ่อน้ำพุร้อนคันซันจิ จุดชมพระจันทร์เต็มดวงยอดนิยม ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ลองแวะมาเที่ยวชมธรรมชาติที่ชิซูโอกะสิคะ !

ผู้เขียน baiosfalim

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...