โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไขทุกข้อสงสัย! ปลัดคลังแจงเอง ปม กยศ.หักเงิน 3,000-หนี้ไม่ตรง แนะผู้กู้เช็กสถานะ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า จากการที่ กยศ. ได้เดินหน้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการหนี้ครั้งสำคัญ ภายใต้กฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 โดย กยศ.ได้มุ่งลดภาระหนี้ให้กับผู้กู้ยืมพร้อมปรับระบบการติดตามเร่งรัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่นี้ ได้แก่ การกำหนดลำดับการชำระหนี้ใหม่ให้เริ่มจากเงินต้น → ดอกเบี้ย → เงินเพิ่ม (แทนแบบเดิมที่เริ่มจากเงินเพิ่ม → ดอกเบี้ย →) พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 1% ต่อปี และอัตราเงินเพิ่มไม่เกิน 0.5% ต่อปี โดยมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และกำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี หรือจนกว่าผู้กู้จะมีอายุครบ 65 ปี

ทั้งนี้ผู้กู้ที่ปรับโครงสร้างหนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การหลุดพ้นจากภาระของผู้ค้ำประกัน และการยกเว้นเงินเพิ่มหากชำระตรงตามกำหนด โดยครอบคลุมผู้กู้ยืมทุกกลุ่ม ทั้งที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ถูกฟ้องคดี หรืออยู่ระหว่างบังคับคดี สามารถทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ กยศ. ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568

สำหรับแผนดำเนินงานของ กยศ. ในช่วงปี 2566–2568 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องดังนี้ ปี 2666 ได้เริ่มประกาศใช้กฎหมายใหม่ในเดือนมี.ค.66 และกระทรวงยุติธรรมขอให้เร่งรัดคืนเงินกลุ่มที่อยู่ระหว่างบังคับคดีจำนวน 50,000 กว่าราย และประกาศหลักเกณฑ์กระบวนการคำนวณหนี้ใหม่ (Recal) และ KTB Recal นอกระบบ 3.6 ล้านบัญชี

ส่วนในปี 2567 เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผู้พัฒนาระบบ Recal ในเดือนม.ค.67 และออกระเบียบ หลักเกณฑ์การคืนเงิน และเริ่มทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบกระดาษ ในเดือนก.พ.67 และเริ่มคืนเงินผู้กู้ในมี.ค.67 จากนั้นแถลงข่าวการคำนวณหนี้ใหม่ (Recal) นอกระบบเสร็จสิ้น และให้ลูกหนี้ตรวจสอบยอดหนี้ได้ที่เว็บไซต์กยศ.ในเดือนก.ค.67 และประกาศหลักเกณฑ์ปรับโครงสร้างหนี้ฉบับที่ 2 โดยให้นำยอด Recal ณ วันที่ 30 ก.ย. 2566 มาใช้ในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในเดือนส.ค.67และKTB Recal นอกระบบ 3.8 ล้านบัญชี

ขณะที่ปี 2568 เริ่มจัดซื้อจัดจ้างผู้พัฒนาระบบ Recal สำเร็จ และให้ให้นำยอด Recal นอกระบบ ณ วันที่ 30 ก.ย. 67 มาใช้ในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในเดือนม.ค.2568 และเริ่มทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ในเดือนมี.ค.2568 และได้รับจัดสรรงบกลางฉุกเฉินจำนวน 2,838.64 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้แก่ผู้กู้ที่ชำระหนีกินในเดือนมี.ค.68

โดยผลการดำเนินงานเบื้องต้นพบว่า มีการ Recal (คำนวณยอดหนี้ใหม่ ณ วันที่ 30 ก.ย. 67) รวม 3.8 ล้านบัญชี โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่หนี้หมด (ปิดบัญชี) จำนวน 80 บัญชี, กลุ่มที่มียอดหนี้ลดลง 3,548,016 บัญชี, กลุ่มที่มียอดหนี้เท่าเดิม 755 บัญชี และกลุ่มที่มีสิทธิได้รับเงินคืนจำนวน 286,362 บัญชี รวมยอดเงินคืนทั้งสิ้น 3,399.12 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2569 โดยรอบแรกจะคืน 70% เพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้กู้ก่อน โดยกลุ่มดังกล่าสามารถตรจสอบสถานะจากเว็บไซต์ “กยศ.”

ส่วนผู้กู้ที่มีสิทธิได้รับเงินคืนสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ กยศ. โดยเงินจะถูกโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน สำหรับรอบคืนเงินล่าสุด ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 มีผู้ลงทะเบียนขอคืนเงินแล้วจำนวน 26,463 บัญชี เป็นวงเงินรวม 426.5 ล้านบาท โดยจะได้รับเงินคืนครบภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ในด้านการปรับโครงสร้างหนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ระบุว่า มีผู้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วทั้งสิ้น 598,334 บัญชี แบ่งเป็นแบบกระดาษ 261,110 บัญชี และแบบออนไลน์ 337,224 บัญชี ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์ กยศ. และผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ทั้งที่ กยศ.ยังไม่ฟ้องคดีและฟ้องคดีแล้ว หรืออยู่ระหว่างบังคับคดี มีสิทธิ์ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกราย)

นอกจากนี้ กยศ. ยังชี้แจงกรณีการหักเงินเดือนผู้กู้รายละ 3,000 บาท ว่า เป็นผลมาจาก 1.ผู้กู้ยืมมียอดค้างชำระหนี้ ก่อนการเริ่มหักเงินเดือในระหว่างที่ กยศ. แจ้งการหักเงินเดือน หากผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระส่วนต่าง (ยอดที่ค้างชำระ) ในวันที่ 5 กรกฎาคม ของงวดปีนั้นๆ

2.กยศ.แจ้งลูกหนี้ทางหนังสือตามที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร, แจ้งผ่าน Application Line และแจ้งผ่าน Application กยศ. Connect

3.ผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบข้อมูลการค้างชำระได้ผ่าน Application กยศ. Connect และ4.หาก ไม่อยากถูกหักเงินเพิ่มเดือนละ 3,000 บาท ผู้กู้ยืมขอปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ และชำระยอดค้างชำระให้เสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตามการจัดการหนี้และการติดตามทวงถาม กฎหมาย กยศ. ให้อำนาจในการติดตามเร่งรัดการชำระเงินคืนได้ กยศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การบริหารจัดการ ติดตามและเร่งรัดฯ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ยอดฟ้องคดีของ กยศ. ลดลงตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากมีมติให้ชะลอการฟ้องและฟ้องเฉพาะคดีที่ใกล้หมดอายุความ (10 ปี)

นอกจากนี้ กยศ. ได้ออกมาตรการลดหย่อนหนี้สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดี โดยใช้ยอด Recal ณ 30 กันยายน 2567 เป็นยอดหนี้ตั้งต้น และจะได้รับส่วนลดต้นเงิน 5-10% และส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียวโดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดและลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ กยศ. ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-31พฤษภาคม 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...