โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลสหรัฐพลิกคำสั่ง! อนุมัติเก็บภาษีต่อ สร้างความไม่แน่นอนทางการค้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.23 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 30 พ.ค. – กระทรวงพาณิชย์เฝ้าติดตามใกล้ชิดความไม่แน่นอนของภาษีสหรัฐ หลังศาลอุทธรณ์สหรัฐ มีคำสั่งฉุกเฉินระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศ ชั่วคราว ส่งผลให้สหรัฐสามารถเดินหน้าเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ต่อไปได้ แนะผู้ประกอบการเตรียมรับมือความผันผวน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาที่กลับมามีความไม่แน่นอนอีกครั้ง ภายหลังจากศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit: CAFC) ได้อนุมัติคำขอฉุกเฉินของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้คงมาตรการทางภาษีไว้ชั่วคราว

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ:
-28 พฤษภาคม 2568: ศาลการค้าระหว่างประเทศ (The Court of International Trade: CIT) มีคำสั่งให้ระงับมาตรการทางภาษีที่บังคับใช้ภายใต้อำนาจของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ศาลวินิจฉัยว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยคำสั่งดังกล่าวครอบคลุมถึงมาตรการภาษีต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโกในประเด็นสารเสพติดเฟนทานิล และมาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) กับคู่ค้าทั่วโลก

-29 พฤษภาคม 2568: กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาล CIT ต่อศาล CAFC พร้อมยื่นคำร้องฉุกเฉินเพื่อของดเว้นการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล CIT ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ในวันเดียวกัน (29 พฤษภาคม 2568): ศาล CAFC ได้อนุมัติตามคำร้องฉุกเฉินดังกล่าว ส่งผลให้คำสั่งของศาล CIT ถูกระงับเป็นการชั่วคราว และทำให้มาตรการทางภาษีของฝ่ายบริหารยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าศาล CAFC จะพิจารณาการอุทธรณ์แล้วเสร็จ

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการหลังจากนี้ ศาล CAFC ได้กำหนดให้ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยื่นข้อโต้แย้งฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ในระหว่างนี้ หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection: BCP) จะยังคงจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อไปได้จนกว่าจะมีคำตัดสินสิ้นสุด กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์คาดว่าจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 6-18 เดือน แม้ในอนาคตหากศาล CAFC มีคำตัดสินยืนตามศาล CIT ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยังคงมีเครื่องมือทางกฎหมายอื่น ๆ ในการดำเนินมาตรการทางภาษีได้ เช่น

-มาตรา 301 (The Trade Act of 1974): ให้อำนาจผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) สอบสวนและตอบโต้แนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้า

-มาตรา 232 (The Trade Expansion Act of 1962): ให้อำนาจในการใช้มาตรการเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ

-มาตรา 338 (The Tariff Act of 1930): ให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดภาษีศุลกากรสูงถึง 50% ต่อประเทศที่มีการเลือกปฏิบัติต่อสินค้าสหรัฐฯ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับรายงานจากคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USITC) ก่อน

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากกระบวนการทางศาลที่ใช้ระยะเวลานาน ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้. -511- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...