โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สัจจะ’ไม่มีในหมู่โจร

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

“แพทองโพย”เป็นนายกรัฐมนตรีที่เหมือนเด็กน้อยผู้ไม่รู้จักกาลเทศะ..อ่อนด้อยเรื่องงานบริหาราชการแผ่นดิน..ทั้งไร้สติปัญญาและขาดวุฒิภาวะ..เอาแต่ใจตนเอง..ไม่เคารพในระเบียบแบบแผนใดๆ..ทั้งสิ้น..ถนัดแต่เรื่องต่อปากต่อคำ..เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์..หรือถูกผู้สื่อข่าวถามจี้ใจดำ..นับวันบุคคลในแวดวงต่างๆ..เริ่มอดรนทนไม่ไหว..ต้องลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น

ไม่แน่ว่า..ในระยะเวลาอันใกล้นี้..อาจจะถูกประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่..เพราะ“แพทองโพย”ก็คือตัวแทนของ“ระบอบทักษิณ”..ที่มีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ..ชินวัตร..เป็นผู้ชักใย..และแต่ละเรื่องของชาติบ้านเมืองที่ทำ..มักจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องส่วนตัวของวงศ์วานว่านเครือตระกูลชินวัตร..ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ประชาชนมิอาจไว้วางใจได้

การจับมือของ“สนธิ..ลิ้มทองกุล”..ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการ..และเจ้าของรายการสนธิทอล์ค..อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย..(พธม.)..กับ..“จตุพร..พรหมพันธุ์”..วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน..อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ..(นปช.)..บนเวทีอภิปราย“ความจริงมีหนึ่งเดียว”..ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์..เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา..ถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจน

“จตุพร พรหมพันธุ์”ที่เคยยืนอยู่ข้าง“ทักษิณ ชินวัตร”..และขับเคี่ยวกับมวลชนคนเสื้อเหลืองในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย..กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีว่า..“เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 20 ปีมานี้..ภาพที่ท่านทั้งหลายได้เห็นขณะนี้..ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น..เพราะคำว่าทวงความถูกต้องให้กับคนไทยเป็นหัวใจหลักนำพาให้ได้มาพบกับสนธิ..ลิ้มทองกุล..ในวันนี้..ซึ่งคุณสนธิได้ชวนผมในขณะที่พบกันที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว..ว่าเราจะได้มีโอกาสถ้อยแถลงพร้อมกัน..โดยผ่านมา 7 ปีเพิ่งประสบความสำเร็จในวันนี้”

“จตุพร พรหมพันธ์”ยังกล่าวด้วยว่า..“วันนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่ทักษิณกลับมาประเทศไทย..และทำให้แต่ละฝ่ายสามัคคีกันโดยไม่ได้นัดหมาย..เรื่องราวของบ้านเมืองจากนี้ไป..ภาคประชาชนต้องให้กำลังใจกัน..เราเจอการบริหารประเทศแบ่งแยกและปกครอง..รัฐบาลทั้งโลก..และประเทศไทย..ล้วนแต่ชั่วทั้งสิ้น..วิธีจัดการรัฐบาลนี้คือประชาชนต้องสามัคคีเท่านั้น”

และอีก 5 ย่อหน้าถัดจากนี้..ที่“จตุพร พรหมพันธุ์”ซึ่งหันหลังให้“ทักษิณ ชินวัตร”..ผู้เคยปลุกปั่นหลอกใช้มวลชนคนเสื้อแดงมาตลอด..ตั้งแต่ยุยงให้ นปช.“เผาบ้านเผาเมือง”จากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”..ระหว่างปี 2552-2553..และหลอกแม้กระทั่งกล่าวผ่านระบบวิดีโอลิงค์ขึ้นจอภาพบนเวทีชุมนุม..นปช.หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552..ว่า “ถ้าเมื่อไหร่เสียงปืนแตก..ทหารยิงประชาชน..ผมจะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯทันที",..ลองอ่านดูเป็นคำพูดที่ชัดเจนของ“จตุพร”อดีตประธาน..นปช.ที่เคยถูกทักษิณ“เท”มาแล้ว

“เราต้องยอมรับความจริงว่า..บ้านเมืองเดินมาถึงจุดเสียหายครบทุกด้าน..เลยคำว่าปฏิรูป..อาจถึงขั้นการปฏิวัติและล้างบางกันใหม่..โดยยึดแนวทางสร้างสถาบันหลักของชาติและประชาชนให้แข็งแรง..เพราะแต่ละขบวนการเราหาสิ่งที่ถูกต้องไม่เจอ..กล่าวอ้างประชาธิปไตยเพียงแค่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง..ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการซื้อเสียงตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่บ้าน..แต่กลับอธิบายว่าเป็นประชาธิปไตย”

“ขณะนี้มีการตั้งคำถามว่า..ทักษิณจะหนีหรือไม่..หรือมีการหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือยัง..ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้หนี..อยากให้ได้ซึมซับบรรยากาศอย่างที่ผมและคุณสนธิได้ซึมซับในเรือนจำ..ตลอดเวลาที่ผ่านมา..ไม่มีคนไทยคนไหนได้รับโอกาสเหมือนทักษิณอีกแล้ว..และเขาไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว..และหากเขายอมรับตามที่ได้เขียนถวายฎีกา..คนก็ไม่ต้องมาลุ้นว่าจะหนีหรือไม่”

“หัวใจหลักที่คนออกมาต่อสู้กับทักษิณ..คือการปฏิบัติสองมาตรฐานและอภิสิทธิ์ชน..ซึ่งทักษิณทำครบทุกข้อ..ที่ผ่านมาเราได้เห็นความเป็นทักษิณ..ผู้สนับสนุนหูตาสว่างมากขึ้น..เพราะการกระทำทั้งหมดเป็นการทำลายตัวเองอย่างย่อยยับ..ไม่มีใครไปทำอะไรเขา..ตอนอยู่ต่างประเทศกระแสนิยมสูง..เพราะเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม..แต่เมื่อกลับมาประเทศไทยตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2566..จนถึงวันนี้..คนไทยได้เห็นความเป็นตัวตนของทักษิณครบถ้วน”

“วันนี้ถึงเวลาของประชาชน..ที่เห็นบ้านเมืองไม่ถูกต้อง..ผิดทำนองคลองธรรม..ประเทศนี้เป็นของเรา..ต้องมีสิทธิ์กำหนดอนาคต..ไม่ใช่ให้ทักษิณคิดคนเดียว..แต่ประชาชนสามารถคิดในแผ่นดินนี้ได้เหมือนกัน..และสุดท้าย..เวลาที่ต้องการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจมาถึงแล้ว..วันนี้ผมและทนายนกเขา..(นิติธร ล้ำเหลือ)..พร้อมร่วมมือกับคุณสนธิ เรื่องชาติบ้านเมือง..เพื่อร่วมเปลี่ยนประเทศไทยไปด้วยกัน”

“หลังวันที่ 13 มิถุนายนนี้..บ้านเมืองนี้คงเจริญและรวดเร็วขึ้นทุกกระบวนการ..เพราะผลนั้นจะเป็นน้ำมันหล่อลื่น..เรื่องที่หนืดใน กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน..หรือ ป.ป.ช. จะมีความรวดเร็วมากขึ้น..เพราะทุกขบวนการทำหน้าที่จะเริ่มต้นในการคิดใหม่..แต่ถ้าทุกคนรอคนใหม่มาทำหน้าที่..จะทำให้บ้านเมืองจะย่อยยับ..ผมมองว่าบ้านเมืองจะเปลี่ยน..แต่ปัญหาคือจะเปลี่ยนไปเป็นแบบเดิมได้หรือไม่..ขออย่าหนีจิ้งจกมาเจอตุ๊กแก”

สรุปไว้ตรงบรรทัดนี้-13 มิถุนายนเดือนหน้า..คือวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..นัดไต่สวนคดี“ป่วยทิพย์-ชั้น 14”..โดยเรียกโจทก์ คือ ป.ป.ช. และจำเลย คือ “ทักษิณ ชินวัตร”..พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ..ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล..จึงทำให้มีการจับตาว่า..“ทักษิณ”จะไปศาลหรือไม่..หรือว่า“หนีไปแล้ว”

แม้ว่า“แพทองโพย”จะยืนยันล่าสุดกับผู้สื่อข่าว..หลังเดินทางกลับจากโมนาโกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า..“ยังอยู่ค่ะ”..ซึ่งหมายถึงบิดาของเธอยังกบดานอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าก็ตาม..แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อ

เพราะ“สัจจะ”ไม่มีในหมู่คน“ตระกูลชินวัตร” !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...