โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PSP ทุ่ม 220.5 ล้านบาท เข้าถือหุ้น RE เต็ม 100% ดันไทยสู่ฮับรีไซเคิลเคมีภัณฑ์อาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.40 น.

PSP ขยายธุรกิจสีเขียวลงทุน 220.5 ล้านบาท เข้าถือหุ้นทั้งหมด 100% ใน RE หนุนมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดพุ่ง 630 ล้านบาท ย้ำกลยุทธ์ ESG รับเมกะเทรนด์โลก ผสานเครือข่าย สร้างโอกาสใหม่ให้ RE พร้อมวางเป้า 3 ระยะ สู่ผู้นำรีไซเคิลเคมีภัณฑ์ครบวงจร วางรากฐานไทยก้าวขึ้นศูนย์กลางรีไซเคิลสารเคมีอาเซียน

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เปิดเผยว่า การเข้าถือหุ้น RE 100% ครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจสีเขียวของ PSP และเป็นการต่อยอดศักยภาพในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

รวมถึงกลยุทธ์ด้านอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลกและของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่หันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์

PSPได้ทยอยเข้าลงทุนใน RE โดยครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 ได้เข้าถือหุ้น 65% คิดเป็นมูลค่า 409.5 ล้านบาท และล่าสุดได้ซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 35% ด้วยมูลค่า 220.5 ล้านบาท ทำให้ PSPถือหุ้น RE ครบ 100% และสามารถเข้าบริหารจัดการธุรกิจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

การเข้าถือหุ้นทั้งหมดใน RE จะช่วยให้ PSPสามารถขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงรุกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการของเสียจากสารเคมีและน้ำมันใช้แล้วให้ได้มาตรฐานทั้งในระดับอุตสาหกรรมและสากล

นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้จากใบอนุญาตโรงงานประเภท 106 โดยเฉพาะด้านการกลั่นและแยกสารเคมีเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในภาคอุตสาหกรรม พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสร้างความร่วมมือ (Synergy) ภายในกลุ่มธุรกิจ PSP ทั้งในด้านฐานลูกค้าและซัพพลายเชน อาทิ บริการจัดการกากของเสีย การรีไซเคิลถังเคมี การล้างและพ่นสีใหม่ รวมถึงการทำความสะอาดอุปกรณ์อุตสาหกรรม

การเป็นเจ้าของ RE ทั้งหมดจะทำให้ PSPสามารถบริหารจัดการการดำเนินงานและควบคุมการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากร การลงทุน และโครงการต่าง ๆ ของ RE มีความยืดหยุ่นและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การลงทุนในครั้งนี้ของPSP มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าโดยการผสานเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบัน RE มีฐานลูกค้าชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ เคมีและปิโตรเลียม สี และอิเล็กทรอนิกส์ การผนวกรวมกิจการจะช่วยต่อยอดธุรกิจด้าน Circular Economy และความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ระยะยาวของPSP ด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งของ RE ทำให้ PSPเชื่อมั่นว่า RE มีศักยภาพในการเติบโตสูงและมั่นคง

พร้อมกันนี้ RE จะได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีโอกาสขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและประสบการณ์ของPSP และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) รายใหญ่ หรือโรงงานที่มีนโยบาย ESG อย่างเป็นรูปธรรม

PSPได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของ RE ออกเป็น 3 ระยะ:

  • แผนระยะสั้น: มุ่งเน้นการบริหารจัดการภายในองค์กร RE ให้สอดรับกับทิศทางใหม่ ลงทุนในเครื่องจักร ระบบดิจิทัล และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เริ่มสร้าง Synergy ระหว่าง PSP กับ RE เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าปัจจุบันของ RE และขยายตลาดส่งออก
  • แผนระยะกลาง: เริ่มความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อจัดการของเหลวปนเปื้อนสารเคมี สารเคมีใช้แล้ว และน้ำมัน รวมถึงการต่อยอดใบอนุญาต 106 สู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น การนำน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานใช้แล้วกลับมารีไซเคิล (Re-Refined Base Oil) พร้อมขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่ยังไม่เคยให้บริการ
  • แผนระยะยาว: PSP ตั้งเป้าให้ RE เป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียและสารเคมีรีไซเคิลครบวงจรในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงกับ Carbon Credit ระบบ BCG Economy และการผลักดันสู่ Net Zero โดยจะบูรณาการ RE ให้เป็น “Green Platform” หลักของ PSP ในการขยายธุรกิจบริการอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต

“ผู้บริหารจากPSP จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ RE เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กร และดำเนินโครงการ Digital Transformation ด้วยการนำระบบ ERP เข้ามาบริหารจัดการกระบวนการหลักขององค์กรอย่างครบวงจร ทั้งด้านการเงิน คลังสินค้า การผลิต และข้อมูลลูกค้า เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต สำหรับแผนการดำเนินงานของ RE จากนี้ จะเน้นที่การเพิ่มกำลังการผลิตภายในปีนี้ การขยายตลาดส่งออก การสร้างความร่วมมือกับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...