โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตา ‘ 20 คู่ค้า’ เป้าหมาย ‘สหรัฐ’ เล็งต้นแบบเจรจาการค้า แลกงดจัดเก็บ ‘ภาษีตอบโต้’

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • The Bangkok Insight

ผ่านมาครึ่งทางแล้ว ของระยะเวลาที่รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการขึ้นภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ต่อบรรดาคู่ค้านาน 90 วัน

ตลอดระยะเวลานี้ รัฐบาลทรัมป์กำลังยุ่งอยู่กับการเจรจาการค้า กับพันธมิตรสำคัญหลายราย ในขณะที่ตลาดรู้สึกยินดีเมื่อสหรัฐ และจีน ประกาศร่วมกันว่าจะระงับการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไว้ก่อน แต่ภัยคุกคามล่าสุดจากการขึ้นอัตราภาษีเพิ่มเติมต่อสหภาพยุโรป (อียู) ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดอีกครั้ง

ต้นแบบเจรจาการค้า

20 คู่ค้า ต้นแบบเจรจาการค้า

การเจรจาการค้าครั้งแรกของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวข้องกับการผสมผสานของผู้ส่งออกรายใหญ่ และเศรษฐกิจขนาดเล็ก โดยทำเนียบขาวมองหาข้อตกลงที่จะนำมาใช้เป็นต้นแบบสำหรับการเจรจาอื่น ๆ

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า ทีมงานของประธานาธิบดีทรัมป์ได้กำหนดรายชื่อพันธมิตรประมาณ 20 รายให้เป็นจุดเน้นในการเจรจาเบื้องต้น

ประกอบด้วยประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม ซึ่งเป็นแหล่งที่มาหลักของสินค้านำเข้ามายังสหรัฐ ที่ทรัมป์ต้องการลดการขาดดุลการค้า นอกจากนี้ยังรวมถึงพันธมิตรรายย่อย เช่น ฟิจิ เลโซโท และมอริเชียส

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ"สก็อตต์ เบสเซนต์" กล่าวว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการเจรจากับ 18 ประเทศ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

ส่วน โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า แผนดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อวาง "รูปแบบ" สำหรับการบรรลุข้อตกลงอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว

“เรากำลังพยายามแสดงกรอบแนวทางการดำเนินธุรกิจให้ประชาชนได้เห็น เพื่อที่เราจะได้เดินหน้าได้เร็วขึ้นมาก”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารยังได้หารือกับประเทศอื่น ๆ เช่น บราซิล ฟิลิปปินส์ และผู้เจรจาของสหภาพยุโรป

ในขณะที่บางประเทศได้ร้องเรียนเป็นการส่วนตัวว่า สหรัฐไม่ได้ชี้แจงข้อเรียกร้องที่ชัดเจนจากประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการลดหย่อนภาษี แต่การเจรจาในช่วงแรกได้ส่งสัญญาณว่าสหรัฐ อาจให้ความสำคัญกับประเทศที่มีโปรไฟล์ต่ำกว่า เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่น ๆ

รายชื่อดังกล่าวยังรวมถึงสหราชอาณาจักร ซึ่งทรัมป์ได้ประกาศโครงร่างข้อตกลงในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งมีขอบเขตไม่มากนัก อินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือขั้นสูงกับเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ ก็ปรากฏอยู่ในรายการเช่นกัน เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ลุตนิกเตือนว่าสองประเทศหลังนี้ “จะไม่บรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็ว”

นอกเหนือจากพันธมิตรเหล่านี้แล้ว ฝ่ายบริหารยังกล่าวอีกว่ายังให้ความสำคัญกับการเจรจากับออสเตรเลีย อาร์เจนตินา กัมพูชา เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย อิสราเอล มาดากัสการ์ มาเลเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวัน

ต้นแบบเจรจาการค้า

ใกล้บรรลุข้อตกลงคู่ค้าขนาดเล็ก

ขนาดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก ตัวอย่างเช่น สหรัฐนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นมากกว่าในหนึ่งวันโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากเลโซโทตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม การรวมประเทศที่มีขนาดเล็กเข้ามา เป็นสัญญาณว่าทำเนียบขาวกำลังมองหาข้อตกลงที่ซับซ้อนน้อยลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าข้อตกลงแต่ละข้อจะแทบไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าของสหรัฐก็ตาม และประเทศเพื่อนบ้านอาจใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเหล่านั้นได้

ประเทศเล็กๆ อื่น ๆ กำลังเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ที่สูงกว่า เช่น ลิกเตนสไตน์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องการหารือรายหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ เควิน แฮสเซตต์ อดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของทรัมป์ เคยเปิดเผยว่า มีประมาณ 24 ประเทศที่ใกล้จะเข้าร่วมกับสหราชอาณาจักรในการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

เจรจาคืบหน้าอย่างไร

จนถึงขณะนี้ สหรัฐไดับรรลุข้อตกลงเจรจาการค้ากับ "อังกฤษ" เป็นประเทศแรก ซึ่งในประเด็นหลักนั้นอังกฤษจะลดภาษีเฉลี่ยที่เก็บจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐลงจาก 5.1% เหลือ 1.8% ส่วนสหรัฐจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอังกฤษที่ 10%

ต้นแบบเจรจาการค้า

ขณะที่ในการเจรจากับญี่ปุ่นนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดเจรจากันไปรอบที่ 3 แล้ว และแม้จะบอกว่ามีความคืบหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะบรรลุข้อตกลงกันได้ โดยเห็นพ้องที่จะหารือกันอย่างใกล้ชิดในระดับสูงต่อไป และกำลังจับตาดูการหารือที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้นำญี่ปุ่น กับผู้นำสหรัฐ ในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ (จี7) ที่แคนาดาในเดือนหน้า

เช่นเดียวกับอินเดีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ที่ต่างเปิดเจรจากันเป็นรอบที่ 2 และต่างบอกว่า เป็นการเจรจาที่มีความคืบหน้า

ทางด้านของประเทศคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุข้อตกลง ที่จะระงับการขึ้นภาษีนำเข้าของทั้ง 2 ประเทศไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน พร้อมกับลดอัตราภาษีนำเข้าที่มีอยู่ลง 115% และเห็นพ้องจัดตั้งเวทีหารือด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ขึ้นมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...