โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขข้อสงสัย ทำไมบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ แห่มุ่งสู่ พลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางการเติบโตของ AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ต.ค. 2567 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 05.03 น.

เปิดประเด็น เพราะเหตุใด บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก ต่างมุ่งหน้าเข้าหา พลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI และศูนย์ข้อมูล

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กูเกิล (Google) และอะเมซอน (Amazon) กำลังหันมาใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานระดับมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งอยู่เบื้องหลังในการฝึกอบรมและรันโมเดล AI ซึ่งในปัจจุบัน นิวเคลียร์เป็นโซลูชันที่สะอาดและเชื่อถือได้

Google

ได้ประกาศข้อตกลงกับ Kairos Power ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อจัดหาพลังงานสำหรับการดำเนินงานด้าน AI โดยนายไมเคิล เทอร์เรล ผู้อำนวยการอาวุโสด้านพลังงานและสภาพอากาศของ Google เชื่อว่าพลังงานนิวเคลียร์สามารถจัดหาแหล่งพลังงานที่เสถียรและสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลาได้ โดยคาดว่าเตาปฏิกรณ์เครื่องแรกจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2573 และจะมีการสร้างเตาปฏิกรณ์เพิ่มเติมภายในปี 2578

Microsoft

ได้ลงนามข้อตกลงกับ Constellation เพื่อเริ่มต้นการทำงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งถูกปิดตัวลงเมื่อ 5 ปีก่อน โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ประสบอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2522 แต่ขณะนี้ Microsoft กำลังมองหาวิธีที่จะนำเตาปฏิกรณ์ดังกล่าวกลับมาทำงานอีกครั้ง

Amazon

ก็ได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Dominion Energy เพื่อศึกษาการสร้างเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็กใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวอร์จิเนีย โดยการเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยีที่ลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยี AI

เพราะเหตุใดถึงหันเหไปหา พลังงานนิวเคลียร์

บริษัทเทคโนโลยีหันมาใช้ พลังงานนิวเคลียร์ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ChatGPT ของ OpenAI ได้รับความนิยมมากขึ้น พลังงานที่จำเป็นในการรองรับเทคโนโลยีดังกล่าวจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ให้บริการคลาวด์ เช่น Amazon, Microsoft และ Google ต่างก็ให้เช่าเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลที่มี GPU ซึ่งจำเป็นสำหรับปัญญาประดิษฐ์ และใช้พลังงานมาก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่าการบริโภคไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากระดับ 460 เทระวัตต์ชั่วโมง ในปี 2565 สู่ระดับมากกว่า 1,000 เทระวัตต์ชั่วโมง ในปี 2569

นอกจากนี้แล้วการศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ พบว่า ChatGPT ยังใช้น้ำเป็นจำนวนมากอีกด้ย โดบใช้น้ำประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อข้อความ 10 ถึง 50 ข้อความ

ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีผู้ใช้ ChatGPT มากกว่า 200 ล้านคนต่อสัปดาห์ ณ เดือนส.ค. 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากระดับ 100 ล้านคนในเดือนพ.ย. 2565 บริษัทเทคโนโลยีจึงตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการค้นหาวิธีการแก้ปัญหาพลังงานสะอาดและยั่งยืน

ประเด็นข้อกังขาด้านสิ่งแวดล้อม

พลังงานนิวเคลียร์เผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยนักเคลื่อนไหวหลายฝ่ายแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงและข้อเสียของพลังงานนิวเคลียร์ โดยกรีนพีซ (Greenpeace) โต้แย้งว่าพลังงานนิวเคลียร์มีราคาสูงมาก เป็นอันตราย และพัฒนาได้ช้า

แม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการผลิตไฟฟ้า จึงมักถูกเรียกว่าเป็นพลังงานสะอาด แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่าพลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่แท้จริง และควรให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกอื่นที่สะอาด เชื่อถือได้ และปลอดภัยกว่า เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม

ในทางกลับกัน ผู้สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์มองว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อถือได้มากกว่าพลังงานหมุนเวียนที่ขาดความเสถียร เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม โดยนางโรแซน คินเคด-สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ Northern Data Group ซึ่งเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลระดับโลก กล่าวในการสัมมนาเทคโนโลยีที่กรุงลอนดอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ว่าพลังงานนิวเคลียร์อาจเป็นพลังงานแห่งอนาคตได้ หากสร้างขึ้นอย่างปลอดภัย

นางคินเดค-สมิธิ เชื่อว่า แม้ว่าผู้คนจะมีความหวาดกลัวเนื่องจากเคยเกิดภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ในอดีต แต่โครงข่ายพลังงานไฟฟ้าแบบดั้งเดิมก็ไม่สามารถยั่งยืนพอสำหรับการรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของ AI ในระยะยาวได้

แม้ว่า Northern Data Group จะไม่ได้ใช้พลังงานนิวเคลียร์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI แต่บริษัทก็ยอมรับถึงความสำคัญของการหารือถึงบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์ในเศรษฐกิจโดยรวมและระบบนิเวศพลังงานด้วย

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...