โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กมธ.กฎหมาย-มั่นคง ซักเดือด 2 จำเลย คดีตากใบ อยู่ตปท. รุมบี้ตร. ประสานอินเตอร์โพล ส่งตัวกลับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.21 น.

“กมธ.กฎหมาย-มั่นคง” เชิญหน่วยงานแจงความคืบหน้าคดีตากใบ รุมจี้เดือด ปม 2 จำเลย ออกนอกประเทศจริงหรือไม่ ด้าน “พรรณิกา” ชี้ ใช้การทูตประสานอินเตอร์โพลจับกุมได้ แม้ไม่มีกฎหมายรองรับ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2567 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เป็นประธาน โดยมีวาระพิจารณาศึกษาการติดตาม จับกุมจำเลยและผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาล กรณีคดีการสลายการชุมนุมที่อำเภอตากใบ และแนวทางการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคดีหมดอายุความ ร่วมกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ส่งตัวแทน 3 คนเข้าร่วม พร้อมทั้งเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อ กมธ.

ช่วงหนึ่งในการประชุมพ.ต.ท.เสกสันต์ คงคืน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ชี้แจงไทม์ไลน์ในการดำเนินการของคดีตากใบว่า ที่ศาลจังหวัดนราธิวาสออกหมายจับจำเลย 6 รายในวันที่ 12 กันยายน และในวันที่ 20 กันยายน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีคำสั่งในการติดตามจับกุมจำเลยทั้ง 6 ราย ซึ่งในวันที่ 30 กันยายน ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีการออกหมายจับอีก 5 ราย

อย่างไรก็ตาม ศาลของทั้ง 2 จังหวัด มีการสอบสวนมาโดยตลอด รวมถึงกำหนดเป้าในการขอหมายศาลเพื่อค้นบ้านผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยในวันที่ 4 ตุลาคม ได้มีการค้นบ้านผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล, พ.จ.ต.รัชเดช ศรีสุวรรณ, ร.ต.ณัฐวุฒิ เลื่อมใส ซึ่งในวันเดียวกันนี้ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ไปประชุม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และได้มีการสั่งการกำชับ การปฏิบัติ และมีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดการจับกุมส่งไปยังทุกหน่วยงานทั่วประเทศเพื่อดำเนินการตามหมายจับ

จากนั้นนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถามถึงบุคคลที่อยู่ในหมายจับได้ส่งรายชื่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แล้วหรือไม่ ด้าน พ.ต.อ.รังษี มั่นจิตร ผู้กำกับการซักถาม 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า มีหนังสือแจ้งไปแล้ว หากบุคคลที่มีหมายจับจากศาลนราธิวาส และศาลปัตตานีมีการออกนอกประเทศ ตม.ก็จะมีการแจ้งเตือนเข้ามา ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานไปยังอินเตอร์โพล ทั้งนี้ ขออนุญาตไม่เปิดเผยรายละเอียด

จากนั้น นายกมลศักดิ์จึงถามว่า สามารถแจ้งต่อที่ประชุมได้หรือไม่ว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศไปกี่ราย เพราะตนมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ลับ โดย พ.ต.อ.รังษีกล่าวว่า สามารถตอบได้ว่า มี 2 ราย แต่ไม่สามารถระบุชื่อบุคคลได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของการประชุมนายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กมธ.ความมั่นคงฯ ได้ตั้งคำถามว่า คำถามที่ประชาชนสงสัยคือ ผู้ต้องหาทั้ง 14 คน อยู่ที่ไหน อีกทั้งจากการที่ตนทราบข้อมูล มีบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ คนแรกอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกคนอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงอยากให้ช่วยยืนยันว่า เป็นไปตามข้อเท็จจริงนี้ใช่หรือไม่

โดยนายรอมฎอนกล่าวต่อว่า ถ้าใช่ตามข้อเท็จจริง ท่านได้มีความพยายามสื่อสารไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบการจับกุมในต่างประเทศหรือไม่อย่างไร พร้อมตั้งคำถามอีกว่า ในกรณีคดีอาญาที่ร้ายแรงแบบนี้ ถ้าไม่สามารถทำได้จริงๆ ช่วยชี้แจงว่า ประชาชนจะสามารถช่วยจับกุมผู้ต้องหาอย่างไรได้บ้าง

จากนั้น พ.ต.อ.รังษีได้ตอบคำถามนายรอมฎอนว่า ผู้ต้องหาทั้ง 14 รายอยู่ที่ไหนนั้น ถ้าวันนี้ทราบ เราคงจับได้ไปแล้ว ซึ่งเรากำลังตามอยู่ และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ส่วนคำถามที่ให้ยืนยันว่า มีบุคคลหลบหนีไปประเทศอังกฤษ และญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นการให้เบาะแส

ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.มั่นคงฯ กล่าวว่า ในบรรดาผู้ที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด โดยเฉพาะบุคคลที่หนีออกนอกประเทศ หากเป็นไปตามข้อมูลที่ปรากฏว่า อยู่ที่สหราชอาณาจักร 1 คน และประเทศญี่ปุ่น 1 คน ซึ่งเราสามารถขอความร่วมมือผ่านกลไกอินเตอร์โพล กับ 2 ประเทศดังกล่าวได้ ด้วยการออกหมายแดง ซึ่งทางตำรวจจะต้องเป็นผู้ประสานกับอินเตอร์โพล เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ข้อมูลทั้ง 2 ประเทศสามารถช่วยติดตามจับกุมได้ นอกจากนี้กรณีนี้ยังเข้าข่ายสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะเป็นฐานความผิดถึงชีวิต ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศสามารถทำสำเนาหมายจับและดำเนินการได้ หรือหากไม่มีกฎหมายรองรับเราก็สามารถใช้กลไกการทูตเจรจาส่งตัวกลับได้

ด้าน พ.ต.อ.รังษีกล่าวว่า เราได้ส่งหมายจับไปยังกองการต่างประเทศ เพื่อประสานไปยังอินเตอร์โพลเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม

ต่อมาน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.กฎหมายฯ ได้ซักถามว่า หากจำเลยทั้ง 2 คนเดินทางออกนอกประเทศแล้วจริง ได้มีการประสานไปทางกระทรวงการต่างประเทศจนมีหนังสือออกมาเป็นทางการแล้วหรือไม่ ด้าน พ.ต.อ.รังษีกล่าวยืนยันว่า พนักงานสอบสวนดำเนินการทุกกระบวนการแล้ว

น.ส.ชลธิชาได้ถามต่อว่า ยื่นบัญชีดำให้กับกระทรวงการต่างประเทศวันที่เท่าไหร่ ด้าน พ.ต.อ.รังษีกล่าวว่า เราเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 13 ธันวาคม 2566 ทั้งการตรวจสอบหาสำเนา ตั้งคณะทำงาน และได้แจ้งไปทุกหน่วยงาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเราแจ้งไปแล้ว ก็มีระเบียบปฏิบัติ หากหน่วยงานมีระเบียบแต่บุคคลผิดพลาดก็ต้องว่าไปตามระบบ ดังนั้น ตนตอบได้แค่ว่า หากระบบมีการแจ้งก็ต้องมีการทำระเบียบ

จากนั้นนายคุณากร มั่นนทีรัย ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. ได้ถามย้ำถึงขั้นตอนการดำเนินการจับกุมว่า ขณะนี้ไปถึงไหนแล้ว ด้าน พ.ต.ท.เสกสันต์กล่าวว่า คดีความมั่นคงที่เกิดขึ้น ในจังหวัดชายแดนใต้ ณ วันนี้มีทั้งหมด 10,593 คดี และมีหมายจับผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงอีกพันกว่าหมาย ซึ่งเราสืบสวนและจับกุมมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม้จะผ่านมา 20 ปี เราก็ยังจับไม่ได้ เพราะผู้ต้องหามีการเคลื่อนไหวแต่ละวันคนละที่ ดังนั้น เราไม่สามารถประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ว่า ใครจะหลบหนีไปที่ใด แต่ยืนยันว่าแนวทางการสอบสวนต้องเป็นเรื่องลับ จากนั้นนายคุณากรจึงตอบกลับว่า จากที่ตนได้ฟังหากเปรียบเทียบการดำเนินการเป็น 5 ระดับ ตนประเมินว่าอยู่ในระดับแค่ 0-1 เท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.กฎหมาย-มั่นคง ซักเดือด 2 จำเลย คดีตากใบ อยู่ตปท. รุมบี้ตร. ประสานอินเตอร์โพล ส่งตัวกลับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...