โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดบทสัมภาษณ์ ‘นักแสดง-ผู้กำกับ’ จาก ‘Twenty Five, Twenty One’ ซีรีส์ชวนหวนรำลึกถึงความฝันในช่วงวัยรุ่น  

TODAY

อัพเดต 10 ก.พ. 2565 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2565 เวลา 09.19 น. • workpointTODAY

เปิดบทสัมภาษณ์ ‘นักแสดง-ผู้กำกับ’ จาก ‘Twenty Five, Twenty One’ ซีรีส์ชวนหวนรำลึกถึงความฝันในช่วงวัยรุ่น

Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตและการเติบโตของกลุ่มวัยรุ่นที่สูญเสียความฝันให้กับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1998 และเรื่องราวของคนคู่หนึ่งที่พบกันครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 22 และ 18 ปี กระทั่งพวกเขาอายุ 25 และ 21 ปี ได้เริ่มตกหลุมรักและดึงดูดเข้าหากัน นอกจากนี้ ซีรีส์จะยังชวนให้ย้อนนึงถึงความทรงจำอันบริสุทธิ์และเปี่ยมไปด้วยไฟฝันของกลุ่มวัยรุ่น 5 คนที่พบเจอกับความอ่อนไหวและความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป

หลังจากที่ปล่อยทีเซอร์ให้แฟนๆ ได้ชวนลุ้นเคมีระหว่าง นัมจูฮยอก และ คิมแทรี ล่าสุดวันที่ 9 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา tvn ร่วมกับ Netflix ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด)

และแน่นอนว่า workpointTODAY PLAY ไม่พลาดที่จะหยิบ บทสัมภาษณ์จากงานแถลงข่าวของ ทีมนักแสดง คิมแทรี, นัมจูฮยอก, คิมจียอน หรือ โบนา จากวง WJSN’s , ชเวฮยอนอุค, อีจูมยอง และผู้กำกับ จองจีฮยอน ที่จะมาเล่าถึงเบื้องหลังการทำงาน การเตรียมตัวสำหรับบทบาท และเคมีระหว่างนักแสดง ก่อนไปชมซีรีส์ Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) สตรีมตอนแรก 12 ก.พ.นี้

 Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) 

ผู้กำกับจองจีฮยอน: Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) เล่าเรื่องราวของ นาฮีโด,​ แพคอีจิน,​ โกยูริม, มุนจีอุง และจีซึงวาน หนุ่มสาวทั้งห้าคนที่สูญเสียความฝันของพวกเขาไปในช่วงปี 1998 ที่เกิดวิกฤต IMF เป็นซีรีส์วัยรุ่นที่คุณจะได้สัมผัสอารมณ์ครบรส ทั้งความสดใส ความงดงาม และความโศกเศร้า ผ่านเรื่องราวของตัวละครทั้งห้าครับ

บทบาทตัวละคร

คิมแทรี: สวัสดีค่ะ ฉัน คิมแทรี รับบทเป็น นาฮีโด ที่พลังเหลือล้นและไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ค่ะ

นัมจูฮยอก: สวัสดีครับ ผม นัมจูฮยอก รับบทเป็น แพคอีจิน ในซีรีส์เรื่อง Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) ครับ

โบนา: สวัสดีค่ะ ฉัน โบนา รับบทเป็น โกยูริม นักกีฬาเหรียญทองจากกีฬาฟันดาบค่ะ

ชเวฮยอนอุค: สวัสดีครับ ผม ชเวฮยอนอุค รับบทเป็น มุนจีอุง เด็กหนุ่มที่ฝันอยากจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในช่วงปี 1998 ครับ

อีจูมยอง: สวัสดีค่ะ ฉัน อีจูมยอง รับบทเป็น จีซึงวาน ในซีรีส์เรื่อง Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) ค่ะ

ซีรีส์เกี่ยวกับวัยหนุ่มสาวที่ได้นัมจูฮยอกและคิมแทรีมาแสดงนำมีจุดเด่นอย่างไร และมีข้อแตกต่างจากซีรีส์แนวคล้ายๆ กันเรื่องอื่นอย่างไรบ้าง

ผู้กำกับจองจีฮยอน:  แค่ได้ยินชื่อนัมจูฮยอกกับคิมแทรี ผมว่านั่นก็บ่งบอกถึงจุดเด่นของเราแล้วครับ นักแสดงทั้งสองคนเตรียมตัวอ่านและวิเคราะห์บทมาอย่างดี ทำให้การถ่ายทอดอารมณ์ของพวกเขาออกมาดีมากครับ ซีรีส์ของเราเล่าถึงเรื่องราวในปี 1998 ซึ่งตอนนั้นตัวผมเองอยู่ในวัยมัธยม ถึงผมจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับสมัยนั้นด้วยตัวเอง แต่ทางนักแสดงเตรียมตัวกันพร้อมมาก ในทางกลับกันผมจึงได้ไอเดียใหม่ๆ จากพวกเขา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการถ่ายทำมากครับ

ในส่วนของความแตกต่างระหว่างเรื่อง Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) และผลงานแนวเดียวกันเรื่องอื่น ผมขอยกคำพูดของผู้เขียนบทที่กล่าวว่า เรื่องนี้เล่าถึงคนหนุ่มสาวในวัยที่กำลังเติบโต ซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในยุคนั้น มีทั้งเรื่องส่วนตัวที่ตัวละครแต่ละคนต้องเผชิญ และภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดเฉพาะยุคสมัย การเชื่อมโยงเหตุการณ์เฉพาะยุคสมัยเข้ากับการเติบโตของวัยรุ่นน่าจะทำให้เนื้อเรื่องมีน้ำหนักมากขึ้น และเป็นจุดที่ทำให้ซีรีส์ของเราแตกต่างจากเรื่องอื่นครับ

คิมแทรีห่างหายจากวงการซีรีส์เป็นเวลากว่าสามปีครึ่ง อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้ คุณคิดว่าเสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้คืออะไร และรู้สึกอย่างไรที่ได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับจองจีฮยอนอีกครั้งหลังจากเรื่อง Mr. Sunshine (สุภาพบุรุษตะวันฉาย)

คิมแทรี: เหตุผลแรกที่ทำให้ตัดสินใจเล่นเรื่องนี้เพราะบทสนุกค่ะ ช่วงนี้มีผลงานแนวนี้มีมากมาย แต่เรื่องนี้มีทั้งความสนุก ความสวยงาม ความตื่นเต้น ยิ่งอ่านบทไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งอารมณ์ดีและมีความสุขค่ะ อีกอย่างคือ นาฮีโดเป็นตัวละครที่สดใส มีพลังเหลือล้น เป็นตัวละครที่สดใหม่ซึ่งฉันไม่เคยเล่นมาก่อนเลย ยิ่งทำให้ฉันหลงใหลค่ะ ฉันมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับผู้กำกับตอนที่ได้ร่วมงานกันใน Mr. Sunshine (สุภาพบุรุษตะวันฉาย) ไม่แน่ใจว่าผู้กำกับจะรู้สึกแบบเดียวกันไหมนะคะ (หัวเราะ) แต่ดีใจมากค่ะที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง สิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดเกี่ยวกับตัวเขาคือ ในช่วงแรกที่เริ่มถ่ายทำ ผู้กำกับพูดกับฉันว่า “ฮีโด ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี” เขาพูดกับฉันตรงๆ แบบนี้เลยค่ะ ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ฉันว่ามันดีมากเลยที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยหาทางออกไปพร้อมกันค่ะ

เสน่ห์ที่โด่ดเด่นของตัวละครนาฮีโด เเละส่วนคล้ายกับตัวจริง 

คิมแทรี: เสน่ห์ของฮีโดมีเยอะมากค่ะ ที่โดดเด่นคือความแน่วแน่ค่ะ เธอแน่วแน่ต่อสิ่งที่ตัวเองชอบ และเธอก็มั่นใจในความสามารถของตัวเอง เวลามีความสุขก็สุขล้น เวลาเศร้าก็จมอยู่แต่กับความโศกเศร้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็จริงใจและเต็มที่ ฉันคิดว่าจุดนั้นน่าจะใกล้เคียงกับตัวจริงของฉันค่ะ

ด้านใหม่ๆ ของนัมจูฮยอกที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ

นัมจูฮยอก: ผมไม่ได้คิดว่าควรจะแสดงภาพลักษณ์ใหม่ที่ต่างไปจากเรื่องอื่นๆ แต่ผมให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดตัวละครแพคอีจินให้ผู้ชมได้เห็นหลายๆ มุมของเขามากกว่าครับ ผมโฟกัสว่าควรทำอย่างไรถึงจะสามารถแสดงให้เห็นอีกหลายร้อยด้านของตัวละคร ไม่ใช่แค่ด้านใดเพียงด้านเดียวครับ

ในการรับบทแพคอีจินที่ต้องเผชิญความยากลำบากเพื่อช่วยครอบครัวที่ประสบวิกฤต IMF ในปี 1998 คุณมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

นัมจูฮยอก: ผมยึดบทละครเป็นหลักมากกว่าครับ ถึงผมไม่เคยเผชิญกับวิกฤตนั้นด้วยตัวของผมเอง แต่ผมพยายามลองจินตนาการว่ามันน่าจะเป็นประมาณนี้นะ นอกเหนือจากนั้นก็มีหาข้อมูลและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสมัยนั้น หลังจากเตรียมตัวทำการบ้านแล้ว ที่กองถ่ายผมก็แสดงไปตามสไตล์ของผมครับ (หัวเราะ) ซึ่งผู้กำกับเองก็พึงพอใจมากครับ

คำนิยามเคมีระหว่างคิมแทรีเเละนัมจูฮยอกเป็นหนึ่งคำหรือประโยค 

คิมแทรี: “ไร้เดียงสา” ค่ะ เหมือนกับเป็นการเริ่มต้นอะไรบางอย่างซึ่งยังไม่คุ้นชินค่ะ

นัมจูฮยอก: “วัยรุ่น”  น่าจะนิยามได้ครบถ้วนครับ หรือไม่ก็ “สดใส” ครับ

สิ่งที่โบนาให้ความสำคัญในการแสดงบท โกยูริม นักกีฬาฟันดาบเจ้าของเหรียญทอง

โบนา: สำหรับยูริมกีฬาฟันดาบเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉันเลยต้องฝึกซ้อมฟันดาบตั้งเริ่มการถ่ายทำค่ะ  ยูริมเป็นตัวละครที่มีหลายมุม เธอจะแสดงให้เห็นมุมที่แตกต่างกันออกไปตามบุคคลที่เธอพบเจอ ซึ่งฉันค่อนข้างกังวลตรงจุดนั้นมากในช่วงแรก แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้กำกับและพี่ๆ นักแสดงก็ช่วยให้โฟกัสได้ดีขึ้นค่ะ

ช่วยเล่าถึงตัวละครมุนจีอุงที่วาดฝันอยากจะเป็นดาวเด่นในยุค1998

ชเวฮยอนอุค: ผมเกิดหลังปี 1998 เลยไม่รู้เกี่ยวกับยุคนั้นมาก ผมศึกษาหาข้อมูลว่าสมัยนั้นเขาฮิตอะไรกัน เทรนด์แฟชั่น เครื่องประดับเป็นอย่างไร แต่อันที่จริงแล้วแฟชั่นเป็นเรื่องของความมั่นใจ ผมจึงพยายามเสริมความมั่นใจมากขึ้นครับ

ครั้งแรกที่ได้อ่านบทรู้สึกอย่างไรบ้าง เสน่ห์ของตัวละครเเละการเตรียมตัวอย่างไรในบทของจีซึงวาน

อีจูมยอง: ตอนแรกที่อ่านบท ฉันคิดว่าซึงวานเป็นคนแข็งทื่อ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองมากกว่าใครทั้งหมด และนั่นเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของเธอค่ะ สำหรับการเตรียมตัวรับบทดีเจวิทยุ ฉันฟังเทปรายการวิทยุสมัยก่อน ถึงจะไม่มีคลิปวิดีโอให้ดู แต่มีเทปบันทึกเสียงเก็บไว้อยู่ค่ะ

เหตุผลในการแคสติ้งทีมนักแสดงทั้งห้าคนนี้

ผู้กำกับจองจีฮยอน: เริ่มจากคิมแทรีและนัมจูฮยอก ผมคิดว่าไม่มีผู้กำกับหรือนักเขียนคนไหนที่จะปฏิเสธพวกเขา เหตุผลแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ (หัวเราะ) ส่วนตัวละคร โกยูริม จีซึงวาน และมุนจีอุง เราคัดเลือกนักแสดงผ่านการออดิชั่น เหตุผลที่เลือกพวกเขาไม่มีอะไรมากเลยครับ ตอนออดิชั่นผมกับผู้เขียนบทอยู่ด้วยกันครับ ตอนที่ทั้งสามคนมาออดิชั่น ผมกับนักเขียนสบตากันและรู้ว่าต้องเลือกพวกเขาครับ ผมว่าทั้งสามคนช่วยเติมสีสันและสร้างเคมีร่วมกับนัมจูฮยอกและคิมแทรีด้วยครับ นอกจากนัมจูฮยอกและคิมแทรีแล้ว ฝากติดตามนักแสดงอีกสามคนด้วยนะครับ

ช่วยเล่าถึงเคมีระหว่างนัมจูฮยอกและคิมแทรี

ผู้กำกับจองจีฮยอน: ไม่รู้จะสรรหาคำไหนนอกจากคำว่าดีมากครับ ไม่ว่าจะฉากเฮฮา ดราม่า หรือฉากโรแมนติก ทุกรายละเอียดที่สองคนนี้ร่วมกันถ่ายทอดนั้นสง่าและงดงามมากครับ

ความรู้สึกและประสบการณ์ในการเล่นกีฬาฟันดาบ

คิมแทรี: ฉันเริ่มฝีกซ้อมตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายทำประมาณ 5-6 เดือน โดยมีนักกีฬาเจ้าของเหรียญทองมาช่วยโค้ชให้ ความรู้สึกหลังจากได้ลองคือ มีกีฬาที่สุดมันและทำให้คนทุกข์ไปพร้อมๆ กันแบบนี้ด้วย! ฉันเองก็เหมือนนาฮีโดที่เต็มที่กับทุกอย่าง ฉันทั้งร้องไห้และหัวเราะตลอดเวลา 5 เดือนที่เรียนฟันดาบค่ะ ฉันฝึกกับโค้ชคนเดียวกับโบนา เราเลยมีโอกาสได้แข่งกันด้วย แต่ฉันแพ้ตลอดเลยค่ะ ฉันเจ็บใจมากและคิดหาทางจะเอาชนะให้ได้ ระหว่างฝึกซ้อมฉันเขียนบันทึกลงสมุดทุกวันเหมือนฮีโด และบันทึกเล่มนั้นก็ถูกนำไปใช้เป็นไดอารี่ของนาฮีโดในซีรีส์ด้วยค่ะ

ในการแสดงเป็นผู้สื่อข่าว คุณมีการเตรียมตัวหรือศึกษาอย่างไรบ้าง

นัมจูฮยอก: ผมไปพบกับผู้สื่อข่าวกีฬาตัวจริง ศึกษาแนวทางการทำงานของพวกเขาและสังเกตว่าตอนรายงานข่าวกีฬา ว่าควรให้ความสำคัญจุดไหนเป็นพิเศษบ้างครับ

ในเรื่องคุณต้องทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเลี้ยงชีพ ช่วงวัยเรียนคุณเคยมีประสบการณ์ทำงานพาร์ตไทม์หรือไม่

นัมจูฮยอก: ผมเคยทำงานพาร์ตไทม์มาก่อนและมันก็ช่วยในการแสดงได้ดี อย่างเช่น ฉากขี่จักรยานแจกหนังสือพิมพ์ครับ ถึงงานที่ผมเคยทำอาจจะไม่เหมือนในเรื่องทั้งหมด แต่ก็มีส่วนช่วยได้มากครับ

คุณมีการเตรียมตัวด้านรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไรสำหรับการแสดงเป็นเด็กนักเรียมมันธยมปลาย

คิมแทรี:  ตัดผมหน้ามาแล้วก็ขยันบำรุงผิวค่ะ (หัวเราะ) ส่วนพวกเสื้อผ้าก็ศึกษาจากนิตยาสารเก่าๆ ค่ะ

ฝากถึงแฟนๆ ที่รอชมซีรีส์เรื่อง Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด)

ผู้กำกับจองจีฮยอน: ทั้งใจความสำคัญของเรื่องและตัวบทละครมีความชัดเจน และมีบทพูดกินใจมากมาย นักแสดงทั้งห้าคนรวมถึงนักแสดงท่านอื่นทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและช่วยให้ย้อนนึกถึงความทรงจำร่วมกับเพื่อนๆ และหวังว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนครับ

คิมแทรี: สิ่งที่ผ่านไปแล้วไม่อาจย้อนกลับมาได้ และไม่มีสิ่งใดที่คงอยู่ตลอดกาล แต่ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณสัมผัสได้ว่าทุกๆ ช่วงเวลาในความทรงจำนั้นยังคงเจิดจรัสอยู่เสมอค่ะ

นัมจูฮยอก: หวังว่าซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้ทุกคนอบอุ่นในฤดูหนาวนี้ และนำพาความสดชื่นมาพร้อมกับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงครับ

โบนา:  ฉันหวังว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นความทรงจำดีๆ ของผู้ชมทุกท่านนะคะ

ชเวฮยอนอุค: ฝากติดตามด้วยครับ

อีจูมยอง: ฝากติดตามเคมีของพวกเราด้วยค่ะ

Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) จะทำให้เราได้เห็นความฝันของเหล่าวัยรุ่น ผ่านประเด็นของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความฝัน มิตรภาพ และรักแรก ที่จะทำให้ผู้ชมทุกรุ่นทุกวัยได้ย้อนรำลึกถึงวันวาน ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกที่สดใหม่ของวัยรุ่น แต่ยังกล่าวถึงเรื่องราวว่าพวกเขาเอาชนะความยากลำบากและความผิดหวังต่างๆ มาด้วยกันได้อย่างไรอีกด้วย ติดตามชมซีรีส์เรื่อง Twenty Five, Twenty One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) พรีเมียร์ตอนแรกวันที่ 12 ก.พ.นี้ ทาง netflix

https://www.youtube.com/watch?v=B1-HXPccaxk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...