โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CGSI หั่นเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 68 เหลือ 1,530 จุด จากเดิม 1,630 จุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 05.25 น.

CGSI หั่นเป้าหุ้นไทย 100 จุด ปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศกดดัน ปรับลดคาดการณ์ดัชนี SET สิ้นปี 68 เป็น 1,530 จุด จากเป้าเดิม 1,630 จุด

วันที่ 15 ม.ค. 2568 ฝ่ายวิเคราะห์ บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างช่วยหาเสียงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ม.ค.68 ว่ารัฐบาลมีแผนจะลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.70 บาท/หน่วย จากปัจจุบันที่ 4.15 บาท/หน่วย

ขณะที่ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ทบทวนข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และเตรียมจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันเรื่องการลดค่าไฟฟ้า แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า จะมีการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.70 บาท/หน่วยได้เมื่อใด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า ประเด็นดังกล่าวทำให้บริษัทในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคมีความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลสูงขึ้น ซึ่งสองกลุ่มนี้รวมกันคิดเป็น 18% ของมูลค่าตามราคาตลาด (market cap) ของ SET ณ วันที่ 7 ม.ค.68 เท่ากับว่า ปัจจัยเสี่ยงจากการกำกับดูแลนี้อาจกระทบ sentiment ของกลุ่มและตลาด แม้เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลดค่าไฟฟ้า

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า กลุ่มธนาคารจะประกาศผลประกอบการงวดปี 2568 ภายในวันที่ 21 ม.ค. 68 ส่วนกลุ่มอื่นจะทยอยประกาศผลประกอบการจนถึงวันที่ 28 ก.พ.2568 โดย Bloomberg consensus คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของธนาคารใหญ่ 5 แห่งจะเติบโต 3% yoy แต่ลดลง 19% qoq ซึ่งผลประกอบการที่อ่อนตัวรวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อาจฉุด sentiment การลงทุนในกลุ่มธนาคาร

ขณะที่คาดว่า บริษัทที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ทำการศึกษา จะทำกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 เพิ่มขึ้น 44% yoy และ 39% qoq โดยกลุ่มที่เชื่อว่าน่าจะมีกำไรในไตรมาส 4 เติบโตแข็งแกร่ง yoy คือ กลุ่มขนส่ง, กลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/66 ส่วนกลุ่มที่กำไรสุทธิน่าอ่อนตัว yoy คือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มเกษตร และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

จากปัจจัยลบที่รุมเร้าทั้งจากในและนอกประเทศ ประกอบด้วยนโยบายการค้าของรัฐบาลใหม่สหรัฐ, การขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF), ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล และเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนตัว ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ฯปรับลดเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 มาที่ 1,530 จุด จาก 1,630 จุด ซึ่งจะเท่ากับ P/E 15.3 เท่าในปี 69 หรือ -1.25SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี

“ตัวเลือกที่ดีในสถานการณ์นี้ คือ หุ้นในกลุ่มปลอดภัยที่น่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและมีความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลน้อยกว่า ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มการแพทย์, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค”

ขณะที่หุ้น Top pick ของประกอบด้วย AMATA, BCH, BH, CBG, CPN, CRC, MTC และ SCB

ขณะเดียวกัน มองว่าตลาดหุ้นไทยจะมี downside risk หากรัฐบาลทรัมป์ปรับขึ้นภาษีนำเข้า, รัฐบาลไทยขอให้ภาคเอกชนสนับสนุนมาตรการลดค่าไฟฟ้า และบริษัทจดทะเบียนมีผลประกอบการอ่อนตัวในไตรมาส 4/67 แต่ตลาดหุ้นจะมี upside risk หากมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาจำนวนมาก และรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...