โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อายุรถเท่านี้ ควรทำประกันชั้นไหนดี คุ้มค่าที่สุด

INN News

อัพเดต 22 พ.ย. 2567 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 07.02 น. • INN News

การเลือกทำประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับอายุรถเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม บางคนทำประกันชั้น 1 ทั้งที่รถอายุเกือบ 10 ปี ทำให้จ่ายค่าเบี้ยแพงเกินความจำเป็น ในขณะที่บางคนเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 2กับรถป้ายแดง ซึ่งอาจได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันว่า รถแต่ละช่วงอายุควรทำประกันประเภทไหน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดกันดีกว่า

อายุรถเท่านี้ ควรทำประกันชั้นไหนดี เหมาะสมที่สุด

การเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับอายุการใช้งานนั้น นอกจากจะช่วยให้เราได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้อย่างมาก เพราะยิ่งรถมีอายุมากขึ้น มูลค่าก็จะลดลงตามกาลเวลา การจ่ายค่าเบี้ยประกันในระดับเดิมจึงอาจไม่คุ้มค่าอีกต่อไป มาดูกันว่าแต่ละช่วงอายุรถ ควรทำประกันประเภทไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด

1. รถใหม่ป้ายแดง หรือรถอายุไม่เกิน 2 ปี

สำหรับรถใหม่ป้ายแดงหรือรถที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 อย่างเดียวเท่านั้น เพราะรถในช่วงอายุนี้มีมูลค่าสูง การซ่อมแซมหากเกิดความเสียหายก็มีค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย การทำประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถ อุบัติเหตุ การชนทุกกรณี รวมถึงภัยธรรมชาติและการโจรกรรม ซึ่งเหมาะสมกับมูลค่าของรถและช่วยรักษาสภาพรถให้ดูใหม่อยู่เสมอ

2. รถยนต์อายุ 3 - 5 ปี

รถที่มีอายุการใช้งาน 3-5 ปี ยังคงแนะนำให้ทำประกันชั้น 1 อยู่ เนื่องจากรถในช่วงอายุนี้ยังมีมูลค่าสูงและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมค่อนข้างแพง แต่อาจเลือกทำประกันชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อลดค่าเบี้ยประกันลงได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันมากขึ้น สามารถพิจารณาทำประกันชั้น 2+ ได้ โดยเฉพาะกับรถที่มีอายุใกล้ 5 ปี และผู้ขับขี่มีประสบการณ์การขับรถมากพอ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะได้รับความคุ้มครองน้อยลงในบางกรณี

3. รถยนต์อายุ 5 - 7 ปี

เมื่อรถมีอายุการใช้งาน 5-7 ปี ก็ยังสามารถทำประกันชั้น 1 ได้ แต่ถ้าใครอยากเซฟเงิน แนะนำให้เปลี่ยนมาทำประกันชั้น 2+ แทน เพราะให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับมูลค่ารถและมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง โดยยังคงได้รับความคุ้มครองกรณีชนกับคู่กรณี รวมถึงการสูญหายและไฟไหม้ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากถึง 30-50% เมื่อเทียบกับประกันชั้น 1

4. อายุรถยนต์ 7 - 15 ปี

สำหรับรถที่มีอายุการใช้งาน 7-15 ปี แนะนำให้ทำประกันชั้น 3+ เป็นหลัก เพราะรถในช่วงอายุนี้ การซ่อมแซมส่วนใหญ่สามารถใช้อะไหล่ทดแทนได้ ทำให้ค่าซ่อมไม่สูงมากนัก ประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองเฉพาะการชนกับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และมีค่าเบี้ยประกันที่ประหยัดมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพียงความคุ้มครองขั้นพื้นฐานและไม่กังวลเรื่องความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถมากนัก

5. รถยนต์อายุ 20 ปีขึ้นไป

รถที่มีอายุการใช้งาน 20 ปีขึ้นไป ประกันที่เหมาะก็คือ ประกันชั้น 3+ หรือประกันชั้น 3 เนื่องจากไม่จำกัดอายุการใช้งานของรถ แต่แลกมาด้วยความคุ้มครองที่น้อยมาก ๆ อย่างประกันชั้น 3 จะไม่คุ้มครองรถคันที่เอาประกันเลย ส่วนประกันชั้น 3+ คุ้มครองเฉพาะการชนแบบมีคู่กรณี ค่าเสียหายอื่น ๆ เจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด แต่ก็ทำให้รู้สึกเบาใจมากกว่าการขับรถที่ไม่มีประกันรถยนต์ติดตัวเลย

สรุปบทความ

การเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับอายุการใช้งานนั้นสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไป โดยทั่วไป รถใหม่ควรทำประกันชั้น 1 รถอายุ 3-7 ปีควรพิจารณาประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ และรถที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปควรทำประกันชั้น 3+ หรือ 3 อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกประกันยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น พฤติกรรมการใช้รถ สภาพรถ และความสามารถในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...