โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เรือประมงจอดคาฝั่ง 22 จังหวัด แพปลาหยุดกิจการสูญ 400 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2565 เวลา 01.05 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2565 เวลา 01.05 น.

เศรษฐกิจไม่ดี น้ำมันแพงกระทบหนัก “ธุรกิจประมง” เรือหยุดหาปลาแล้ว 50% ผู้ประกอบการสมุทรสาครจี้รัฐช่วยเหลือคลายกฎ IUU ชี้ปัญหาลามถึง 22 จังหวัดชายฝั่ง หวั่นแรงงานหนีหาย ตลาดทะเลไทยเงียบเหงา เงินหมุนเวียนต่อวันจาก 1,000 ล้านบาทเหลือแค่ 400 ล้านบาท

นายจุมพล ฆนวารี ประธานชมรมผู้ขายปลาจังหวัดสมุทรสาคร (ตลาดทะเลไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การค้าขายสัตว์น้ำในตลาดทะเลไทยซบเซาลง จากเงินหมุนเวียนวันละ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือ 400-500 ล้านบาท เนื่องจากน้ำมันแพงต่อเนื่อง ส่งผลให้เรือประมงต้องหยุดออกเรือ 60-70% ทำให้ตลาดทะเลไทยมีสัตว์น้ำจำหน่ายลดลง

ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีจะปรับราคาขายให้สูงขึ้นก็ไม่ได้ กลายเป็นว่าต้นทุนขึ้น แต่ราคาขายเท่าเดิม สุดท้ายชาวประมงจะได้รับผลกระทบหนัก ขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมันที่เป็นตัวขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมประมง

“ภาพรวมตอนนี้แย่ลงมาก ผลกระทบเป็นลูกโซ่ ถ้าเรือประมงหยุดลากปลา แพก็มีของขายน้อย ตลาดทะเลไทยที่เคยมีรถสัตว์น้ำเข้ามาวันละ 10 ตู้ตอนเทนเนอร์ ก็เหลือแค่ 3-5 ตู้คอนเทนเนอร์ ในทางกลับกันรายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่ต้นทุนแพปลามีอยู่ทุกวัน ทั้งพนักงานที่ไม่สามารถเลิกจ้างได้ รายได้ก็หายไป 70% แพปลาอยู่ลำบาก”

“ด้านเรือประมงบางส่วนหยุดทำไป ส่วนเรือที่ไม่สามารถหยุดได้ เพราะต้องแบกรับภาระค่าแรงงาน ปลาที่จับมาขายก็พอจ่ายค่าน้ำมันกับค่าแรงงาน แต่ไม่มีกำไร เรือบางลำออกไปจับปลาก็ขาดทุน หากเรือหยุดทำประมงหลายวัน แรงงานจะย้ายไปทำที่อื่น หาทดแทนยาก”

ส่วนสัตว์น้ำที่นำเข้าจากเมียนมา ตอนนี้ตลาดทะเลไทยนำเข้าประมาณ 10% สินค้านำเข้ายังสู้ของสดจากเรือประมงที่เข้ามาวันต่อวันไม่ได้ จริง ๆ แล้วเรือประมงของเมียนมาใช้น้ำมันราคาแพงกว่าเรือประมงไทย แต่ในเรื่องระเบียบกฎหมายในการควบคุมเรือประมงน้อยกว่าไทย และไม่โดนสหภาพยุโรป (EU) ให้ใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) เหมือนประเทศเรา ทำให้มีความคล่องตัวในการทำประมงมากกว่าไทย

นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจประมงได้รับผลกระทบจากระเบียบข้อกฎหมายเรื่อง IUU มาตลอด 8 ปี ธุรกิจภาคประมงไปต่อลำบาก ยิ่งราคาน้ำมันสูงขึ้นก็ยิ่งเป็นต้นทุนสำหรับอาชีพนี้ โดยส่งผลให้ 22 จังหวัดที่ทำธุรกิจประมงได้รับผลกระทบหมด

คาดว่าเรือจะหายไป 50% เฉพาะสมุทรสาครจะเห็นภาพชัด เพราะเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลจากทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดนี้มีเรืออยู่ 400 ลำ ปัจจุบันหยุดไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะสู้กับต้นทุนไม่ได้

จึงขอให้รัฐบาลช่วยใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.เร่งแก้ไขกฎระเบียบข้อกฎหมาย IUU ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติ แยกประเด็นความผิดทางธุรการ และความผิดทางทรัพยากร เนื่องจากที่ผ่านมาความผิดทางธุรการเล็ก ๆ น้อย ๆ โดนค่าปรับ ถูกยึดเรือ ยึดสัตว์น้ำ

2.อุดหนุนราคาน้ำมัน อย่าให้ขึ้นสูงมาก 3.การขาดแคลนแรงงาน บางส่วนทยอยหมดอายุ ให้รีบออกประกาศเปิดลงทะเบียน เพื่อไม่ให้แรงงานที่ถูกกฎหมายกลายเป็นแรงงานเถื่อน

“หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึงลิตรละ 38-39 บาทก็ยังอยู่กันได้ เพราะค่าแรงงานไม่สูง กฎระเบียบการทำประมงก็ไม่ได้มากมาย แต่ปัจจุบันกฎระเบียบเพิ่ม รวมทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำมันแพง เมื่อก่อนเศรษฐกิจดีกว่านี้ ประชาชนมีกำลังซื้อ แต่ตอนนี้กลายเป็นปัญหาทั้งระบบ ถ้าน้ำมันราคาลง แต่ไม่มีแรงงานก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี”

ถ้าราคาน้ำมันขึ้นถึง 38 บาทต่อลิตร คาดว่าจะมีการหยุดกิจการกว่า 80% เรือประมงที่ออกจับปลาอยู่ในตอนนี้ไม่มีกำไร แต่ออกเพื่อหารายได้ประคองดูแลแรงงาน ตอนนี้เหลือเรือลากอยู่ 100 กว่าลำ หวังว่าสถานการณ์ต่าง ๆ คงดีขึ้น

ส่วนเรื่องปลานำเข้าจากเมียนมา ซึ่งเริ่มเปิดอ่าวจะมีผลต่อราคาสัตว์น้ำของไทย ที่ผ่านมารัฐพยายามจัดระเบียบประมงไม่ให้เป็น IUU ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทำผิด IUU กลับเข้ามาขายในประเทศได้อย่างเสรี เป็นปัญหาความเท่าเทียมในการประกอบอาชีพ

นายพรภิรมย์ อื้อศรีชัย เจ้าของเรือประมง และแพปลา ป.รุ่งนาวีลากแขก จ.สมุทรสาคร กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทำปลาส่งโรงงานปลากระป๋อง ตอนนี้อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาน้ำมัน จากเดิมออกเรือครั้งหนึ่งใช้น้ำมัน 7 ลิตร ค่าน้ำมัน 3-4 แสนบาท

ตอนนี้เพิ่มเท่าตัวประมาณ 6 แสนบาท ถ้าราคาปรับขึ้นลิตรละ 1 บาทไปเรื่อย ๆ ต้นทุนการขนส่งทุกอย่างจะเพิ่มหมด ทั้งการจ้างรถตู้คอนเทนเนอร์ ค่าจ้าง 12,000 บาทต่อเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 15,000-16,000 บาท

“ช่วงปกติเรือประมงจับปลามาส่งได้ 2 แสนกิโลกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันมีเพียง 14,000 ตันต่อวัน ลดลงไปมาก ทำให้ส่งเข้าโรงงานทำปลากระป๋องได้ลดลงเช่นกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...