'วิทยา' ควงลูกชาย ลงพื้นที่จันดี หลังตร.รวบแก๊งคอลคาโรงแรม ได้ผู้ต้องหาไทย-จีนร่วม 100 คน
‘วิทยา’ ควงลูกชาย ลงพื้นที่จันดี หลังตร.รวบแก๊งคอลคาโรงแรม ได้ผู้ต้องหาไทย-จีนร่วม 100 คน เผยตั้งฐานปฏิบัติการมานานกว่า 2 ปี
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ ลงที่สถานีรถไฟจันดี เพื่อตรวจเยี่ยมฐานทัพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยข้อความระบุว่า รับฟังจากญาติๆ และพี่น้องประชาชนบ่นเรื่องรถไฟสายนคร-กรุงเทพฯ เหลือวิ่งเฉพาะรถด่วนวันละขบวนเดียว รถเร็วหยุดวิ่งไปตั้งแต่โควิด ผู้โดยสารประชาชนจองตั๋วโดยสารยากมาก จองล่วงหน้าหลายวันก่อนเดินทางก็ไม่ได้ จองใกล้วันเดินทางก็เต็ม วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 67 หลังเลิกประชุมรัฐสภา 6 โมงเย็น ผมจึงเดินทางกลับบ้านที่นครศรีฯ ทางรถไฟ โดยจองตั๋วล่วงหน้าก่อน 3 วันที่รัฐสภา มีลูกชายพูน ร่วมเดินทางกันสองคน
ตั้งใจสองเรื่อง 1.ดูปัญหาที่พี่น้องร้องเรียน ความสะดวกของรถไฟ และ 2.ดูสถานที่เรื่องสะเทือนขวัญ กรณีการเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เขตเทศบาลจันดี อำเภอฉวาง ได้ผู้ต้องหาไทย-จีน ร่วม 100 คน เป็นการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่กว่า 2 ปี
ข่าวว่านักการเมืองท้องถิ่น จับมือกับโจรในเครื่องแบบตำรวจ ระดับพลตำรวจโท, พลตำรวจเอก ไม่ใหญ่จริงเลวจริง ทำไม่ได้! แวะดูสถานที่ตั้งแหล่งทำชั่วอยู่กลางชุมชน ข่าวว่าได้เงินของกลางร่วม 100 ล้านบาท จะได้แค่ไหนใครชั่วบ้าง ผมจะได้ยื่นให้กรรมาธิการ(กมธ.)กฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏไม่ใช่ใครขัดแย้งกับใครระหว่างเจ้าหน้าที่ราชการ แต่เป็นเรื่องที่คนชั่วในเครื่องแบบต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศโดยทั่วไปเฉพาะในโลกโซเชียล พบว่ามีการตั้งคำถามทำนองว่าฐานปฎิบัติการมาตั้งที่จันดีได้อย่างไร เมืองเล็กนิดเดียว และเป็นเมืองของคนรวย เมืองแห่งการค้าขายของแพง มีของอร่อย มีสถานที่ท่องเที่ยว มีที่พักไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และที่สำคัญข่าวที่ออกมายังไม่พบรายชื่อเจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม ผู้ร่วมลงมือ แม้แต่จับคนจีนหลบหนีมาทำงานให้นายทุนใหญ่จากจีน แล้วคนเหล่านี้จะเข้ามาได้อย่างไรถ้าคนในไม่เปิดโอกาสให้
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นศ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ตอนนี้คณะทำงานชุดคลี่คลายคดี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนจากทุก สภ.ในพื้นที่ ได้ส่งผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ ศาลจ.ทุ่งสงแล้ว ที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามพ.ร.บ.หลบหนีเข้าเมือง, พ.ร.บ.กระทำผิดคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
เมื่อถามว่าจะขยายผลไปถึงผู้บงการหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ทางเราก็ทำอยู่ ขณะนี้รอผลสืบสวนจาก ตม.และสอท.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ส่วนจะสาวถึงผู้บงการอย่างไร ทางเรายังไม่มีข้อมูล เมื่อถามว่า ส่วนที่ถามว่าเบื้องต้นมีนักการเมืองหญิงในพื้นที่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบและยังไม่มีข้อมูล ต้องรอ ตม.และ สอท.ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอฉวาง และสภ.นาบอน ยังคงมีพนักงานสอบสวนทำงานกันอย่างเต็มกำลังเพื่อรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน โดยผู้สื่อข่าวพยายามถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้รับคำตอบว่า “รอให้เรื่องนิ่งกว่านี้ได้หรือไม่ครับ ผมจะสามารถตอบได้ว่าจะเดินในทิศทางใดต่อ”
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามร้านน้ำชาชื่อดังในจันดีและนาบอน ไม่มีใครพูดเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวพยายามถามแต่ทุกคนก็นิ่งและยิ้ม ไม่พูดคุยแต่อย่างใด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– บุกโรงแรม ทลาย 3 แก๊งคอลเมืองคอน ได้ตัวผู้ต้องหา ไทย-จีน-พม่า เกือบร้อย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘วิทยา’ ควงลูกชาย ลงพื้นที่จันดี หลังตร.รวบแก๊งคอลคาโรงแรม ได้ผู้ต้องหาไทย-จีนร่วม 100 คน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th