สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย ทำไม “อาซิอิ (Acai Berry)” ถึงปัง! จนขึ้นชื่อว่าเป็น 'ซูเปอร์ฟู้ด'
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 06.57 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารต้องเคยผ่านหูผ่านตาผ่านลิ้นกันมาบ้างแล้วสำหรับ “อาซาอิเบอร์รี (Acai Berry)” ผลไม้ตระกูลเบอร์รียอดฮิต ที่มีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยวเช่นเดียวกับเบอร์รีชนิดอื่น แต่จะมีรสขมอมหวานผสมอยู่เล็กน้อย นิยมกินผลสด แต่ด้วยความยากลำบากในการนำออกจากป่าลึก และเพื่อง่ายต่อการขนส่งจึงมีการแปรรูปผลอาซาอิด้วยการนำไปแช่แข็ง ทำให้แห้ง และบดเป็นผง เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น ทำขนม เครื่องดื่ม และไวน์
แล้วทำไมอาซิอิถึงขึ้นชื่อว่าเป็น 'ซูเปอร์ฟู้ด' ?
เพราะผลไม้เล็กพริกขี้หนูชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรำบุงสุขภาพของหัวใจ และมีสารโพลีฟีนอลกับแอนโทไซยานิน ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของระบบประสาท กระตุ้นความจำ และปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน มีไฟเบอร์และไขมันที่ดีต่อหัวใจ บรรเทาอัตราการเกิดโรคหัวใจวาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดในผู้ที่มีน้ำหนักเกินได้ในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ยับยั้งการก่อตัวของเนื้องอกบางส่วน รวมถึงการป้องกันการบุกรุกของเซลล์มะเร็งด้วย
แม้ว่าผลจะเล็กเนื้อจะน้อยแต่ก็เป็นน้องคนสุดท้องที่จิ๋วแต่แจ๋ว มีคุณประโยชน์มากกว่าเบอร์รี่รุ่นพี่ชนิดอื่นๆ ที่รับประทานกันทั่วไป จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ซูเปอร์ฟู้ด’ นั่นเอง แหล่งข้อมูล